จนท.ปิดล้อมสวนยาง รวบแรงงานต่างด้าวเถื่อน 19 คน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจ กรมทหาราบที่ 5 และตำรวจตระเวนชายแดน 437 ( ชุดเฝ้าชายแดน 4304 ) ปิดล้อมป่าสวนยางพารา รวบแรงงานเถื่อนได้ ทั้งมอญ และโรฮิงยา รวม 19 คน
  • ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกในเบื้องต้น ก่อนส่งแรงงานเถื่อนทั้งหมดไปที่ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ณ เรือนรับรอง มทบ. 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

วันนี้ 30 ก.ค.62 เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจ กรมทหาราบที่ 5 และตำรวจตระเวนชายแดน 437 ( ชุดเฝ้าชายแดน 4304 ) รวมกว่า 10 นาย ได้เข้าปิดล้อมสวนยางในพื้นที่หมู่ 7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากริมรั้วชายแดนไทย – มาเลเซีย ประมาณ 200 เมตร หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า พบกลุ่มคนจำนวนมาก คาดว่าจะเป็นแรงงานเถื่อนมาหลบซ่อนตัวอยู่ ตามใต้กอไผ่ในสวนยาง

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้าไปใกล้ บางส่วนได้พากันวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ไล่จับไว้ได้ทั้งหมด พบเป็นแรงงานเถื่อนผู้ชาย 18 คน และผู้หญิง 1 คน ซึ่งทุกคนมีกระเป๋าสัมภาระติดตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวออกจากป่า ก่อนพาไปสอบสวนเบื้องต้นที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5
ซึ่งพบแรงงานเถื่อนทั้งหมด อายุระหว่าง 20 – 35 ปี เป็นชาวมอญ 9 คน ส่วนอีก 10 คนคาดว่าจะเป็นชาวโรฮิงญา

โดยนายชายน้อย อายุ 23 ปี บอกว่าพวกตน 9 คนเป็นชาวมอญ อยู่ที่หมู่บ้านอังแต่ง จ.หยี่ ของพม่า ส่วนพวกที่เหลือทราบว่ามาจากเมือง มอระแมง ประเทศพม่า ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทยโดยลักลอบเดินข้ามแนวป่ามาทางด่านเจดีย์ 3 องค์ จ.กาญจนบุรี

ก่อนที่จะมีพวกนายหน้าเอารถยนต์ไปรับ โดยเดินทางในเวลากลางคืนเท่านั้น ส่วนในเวลากลางวันจะถูกนำไปซ่อนตัวในป่า ซึ่งเดินทางมาแล้ว 4 วันกว่า จึงมาถึงจุดที่ถูกจับกุม โดยที่จุดนี้มาถึงตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวานนี้ สำหรับการเดินทางเมื่อตกลงว่าจะมาก็ต้องจ่ายค่านายหน้าครึ่งหนึ่งก่อน 4 แสนจ๊าต หรือประมาณ 8 พันบาท

ส่วนที่เหลือจะจ่ายเมื่อถึงที่หมายในประเทศมาเลเซีย รู้ว่าการเดินทางเข้ามาแบบนี้อาจถูกจับได้ แต่ก็ยอมเสี่ยง เพื่อที่จะได้ทำงานเลี้ยงชีวิต ส่วนตัวมีพี่สาวได้เดินทางเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซียอยู่แล้ว แต่เป็นการเดินทางเข้าไปถูกต้อง

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกในเบื้องต้น ก่อนส่งแรงงานเถื่อนทั้งหมดไปที่ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ณ เรือนรับรอง มทบ. 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อทำการสอบสวน และคัดแยกว่าคนไหนตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่ต่อไป

คณะรัฐมนตรีมีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะรัฐมนตรีมีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
  • รัฐบาล ย้ำ!! ให้ความสำคัญในการพัฒนา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขั้นของประเทศ

วันนี้ (30 กรกฎาคม 2562) เวลา 14.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รายละเอียด ดังนี้

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โดยมีอำนาจและหน้าที่พิจารณากลั่นกรองเรื่องสำคัญในปัญหาที่เกี่ยวพันหรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม รวมทั้งประเด็นด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร การค้าการลงทุน เกษตรกรรม การคมนาคมและโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การพลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม

ประกอบด้วย รัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 3 ตามลำดับ และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นกรรมการและเลขานุการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขั้นของประเทศ รวมทั้งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้

นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 165/2562 มอบหมายและมอบอำนาจรองนายกรัฐมนตรี ให้กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการ และกำกับดูแล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ

นายกฯขอโทษพูดในสภาไม่เหมาะ ย้ำไม่เคยดูถูกคนจนว่าไม่เสียภาษี

ประเด็นน่าสนใจ

  • พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยต้องปรับตัวอีกมากเพราะเป็นครั้งแรกที่เข้าสภา พร้อมขอโทษพูดไม่เหมาะสมในสภา
  • ยืนยันว่า ไม่เคยดูถูกคนจนว่าไม่เสียภาษี ชี้ภาษีมีกี่ประเภท และคนรายได้น้อยไม่ได้เสียภาษีบุคคล แต่ไปเสียในส่วนอื่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการให้คะแนนการแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า ไม่ทราบว่าจะให้คะแนนได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง

รวมถึงตัวเลขต่างๆ ที่ได้รับจากหน่วยงานราชการ ทั้งนี้ ยอมรับว่า การแก้ปัญหามหภาคจำเป็น และถือเป็นตัวเลขที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศ แต่เศรษฐกิจจุลภาคระดับล่าง ได้สั่งการให้หามาตรการเพิ่มเติมในการแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว ซึ่งจะมีมาตรการต่างๆออกมาในระยะต่อไป

เรื่องการให้คะแนนต้องบอกว่า ตนเองต้องปรับตัวอีกมากเพราะเป็นครั้งแรก ส่วนตัวเข้าไปในสภา บางทีก็คุ้นเคยคุยกับหลายคน เห็นหน้าเห็นตาแบบนี้ ถ้ามีอะไรไม่เหมาะสมก็ขอโทษด้วย ครั้งหน้าจะแก้ตัวใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลนี้เปรียบเสมือนเรือเหล็กว่า ต้องเป็นเรือที่พาคนทั้ง 70 ล้านไปด้วยกันให้ได้ ซึ่งการที่เรือจะลอยหรือจม หรือจะไปได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำ ซึ่งน้ำคือประชาชนที่ทำให้เรือลำนี้วิ่งไปได้ ดังนั้นถ้าไม่พายก็อย่าไปราน้ำ เพราะเรือก็หนักพอสมควรอยู่แล้ว เนื่องจากมีคนอยู่ 70 ล้าน จึงขอความร่วมมือทุกคนด้วย

อย่างไรก็ตาม หลายเรื่องที่ชี้แจงในสภาก็เป็นเรื่องในสภา ตนเองไม่เอาวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้ แต่ขอให้ติดตามต่อไปว่าอะไรเป็นข้อเท็จจริง และไม่ใช่ข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ขอให้ระมัดระวังข่าวปลอมที่ยังมีการบิดเบือนอยู่ แม้แต่คำพูดตนเองยังนำไปบิดเบือน ยืนยันว่า ไม่เคยดูถูกคนจนว่าไม่เสียภาษี จำไว้ด้วย แต่ตนพูดว่า ภาษีมีกี่ประเภท และคนรายได้น้อยไม่ได้เสียภาษีบุคคล แต่ไปเสียในส่วนอื่น ฟังหรือไม่ที่ตนพูด ดังนั้นขอให้ฟังให้ถูกต้องด้วย