พายุดีเปรสชั่น กำลังกลายเป็นพายุโซนร้อน คาดขึ้นฝั่งเวียดนาม 1-2 ส.ค.นี้ อุตุฯ เตือน ระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วม…

ประเด็นน่าสนใจ

  • พายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ กำลังเพิ่มระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน
  • คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 1-2 ส.ค.นี้ จะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม
  • ผลกระทบต่อไทยคือ ภาคเหนือและอีสาน จะมีฝนเพิ่มและมีฝนตกหนักบางพื้นที่
  • เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
  • นอกจากนี้ 31 ก.ค. – 6 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมอันดามัน ดังนั้น ภาคใต้จะมีฝนตกเพิ่ม คลื่นลมแรงทั้งอ่าวไทยและอันดามัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง”พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2562)” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลา 05.00 น. โดยระบุว่า

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (31 ก.ค. 62) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไหหลำตอนบน ประเทศจีน หรือที่ ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้า ๆ คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเคลื่อนผ่านประเทศจีนตอนใต้ และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562

ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2562 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น จะทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กทม.ไฟเขียว สุนัขนำทางเข้าสวนสาธารณะ

น.ส.คีริน เตชะวงศ์ธรรม หรือ น้องทราย ผู้พิการทางสายตา นำลูเต้อร์ สุนัขนำทาง พันธุ์ลาบราดอร์เพศผู้อายุ 3 ขวบครึ่ง เข้าพบพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อหารือเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการเข้าถึงสถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆ หลังพบว่าพนักงานในแต่ละหน่วยงานยังไม่เข้าใจถึงความจำเป็นในการใช้สุนัขนำทางบริการผู้พิการและคิดว่าเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป

น้องทราย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่เข้าใจถึงการทำงานของสุนัขนำทางและไม่อนุญาตให้นำเข้าไปในสถานที่ราชการ แม้ว่าปัจจุบันมีกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า สุนัขนำทางสามารถนำทางผู้พิการเข้าไปในสถานที่สาธารณะและหน่วยงานราชการได้ 

โดยสถานที่ต่างๆ อาจกลัวว่าสุนัขจะรบกวนหรือขับถ่าย แต่สุนัขนำทางต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ซึ่งจะไม่ขับถ่ายเรี่ยราด ไม่ทำข้าวของเสียหาย จึงอยากให้หน่วยงานราชการเข้าใจและเปิดใจยอมรับสุนัขนำทาง

ส่วนการใช้ถนน บาทวิถี ของผู้พิการในประเทศไทยยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีสิ่งกีดขวางทั้งทางเดิน และเหนือศีรษะ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้การเดินทางของผู้พิการเป็นไปด้วยความยากลำบาก

สำหรับสุนัขนำทางอย่างลูเต้อร์ ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของการทำตามคำสั่งและสามารถช่วยคนพิการหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ โดยได้รับการฝึกจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ลูเต้อร์ยังได้รับการดูแลเกี่ยวกับความสะอาดและการฝึกการขับถ่ายด้วย

พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานกทม.วันนี้ กทม.ได้เชิญน้องทราย พร้อมสุนัขนำทาง”ลูเต้อร์” และคุณพ่อคุณแม่น้องทราย มาให้ข้อมูลและแนะนำเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการต่างๆ สำหรับผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง

ซึ่งจริงๆ แล้วในเรื่องการให้บริการและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการทางสายตา รวมถึงผู้พิการทางสายตาที่มีสุนัขนำทางนั้น มีกฎหมายรองรับอยู่แล้วครับ เพียงแต่ในประเทศไทย ไม่มีโรงเรียนฝึกสอนสุนัขนำทาง และกรณีน้องทรายกับสุนัขนำทางน่าจะเป็นคนเดียวเราจึงจะไม่ทราบข้อปฏิบัติหรือหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผมได้สั่งการให้สำนักสิ่งแวดล้อมกทม. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ไปทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ประจำสวนและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการให้บริการสวนสาธารณะสำหรับผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทาง และให้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงข้อจำกัดในการใช้สวนสาธารณะสำหรับสุนัขนำทางและสุนัขเลี้ยงด้วยครับ

ส่วนการเข้าถึงบริการในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมของต่างประเทศและประเทศไทยอาจมีความแตกต่างกัน ที่ประชุมจึงเสนอทางเลือกในการเข้าสถานพยาบาลที่มีความเหมาะสม โดยเมื่อมาถึงสถานพยาบาล จะจัดให้มีสถานที่พักคอยสำหรับสุนัขนำทาง เพื่อที่จะไม่รบกวนผู้ป่วยท่านอื่น และประชาชนไม่เข้าไปรบกวนสมาธิในการทำงานของสุนัขนำทางด้วย

จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมารับช่วงต่อเพื่ออำนวยความสะดวกผู้พิการทางสายตาไปยังจุดบริการต่างๆ ซึ่งคุณทรายและครอบครัวเห็นด้วยกับทางเลือกดังกล่าวครับ และจะพิจารณารายละเอียดและกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในสถานที่ราชการของกทม.ต่อไป

สำหรับอุปสรรคสำคัญอีกอย่างในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้พิการทางสายตา ไม่ว่าจะมีสุนัขนำทางหรือไม่ก็ตาม คือ ปัญหาการข้ามถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหารถไม่จอดเมื่อสัญญาณไฟหยุดรถแจ้งเตือน และการขับขี่รถบนทางเท้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แก้ยากเหลือเกินครับ ถึงจะมีกฎหมายเอาผิดก็ตาม

ส่วนที่ขอให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟแบบมีเสียงเพิ่มเติม อันนี้กทม.ดำเนินการอยู่แล้วครับ และกำลังทยอยติดตั้งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ มากที่สุด รวมถึงจะปรับปรุงทางลาดทางเท้าให้เรียบเสมอผิวถนนเพื่อไม่ให้ผู้พิการสะดุดล้มด้วย

ข้อเสนอแนะหลายๆ อย่างในวันนี้ ผมต้องขอขอบคุณน้องทรายและครอบครัวอย่างมาก เพราะในอนาคตกทม.อาจจะมีผู้พิการทางสายตาที่ใช้สุนัขนำทางทั้งชาวไทยและต่างชาติมากขึ้น เพื่อที่จะได้มีการปรับปรุงการเข้าถึงบริการต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางในการฝึกสุนัขนำทางในกรุงเทพมหานครมากขึ้น เพื่อเป็นเสมือนสิ่งอำนวยความสะดวกทางเลือกในการนำผู้พิการทางสายตาไปตามที่ต่างๆ อีกด้วย

พยากรณ์อากาศวันนี้ (31 ก.ค.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • พายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ตอนบน มีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน 1-2 ส.ค.นี้ ขึ้นฝั่งเวียดนาม ไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นอีก
  • ภาคเหนือและอีสาน มีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่ง
  • ภาคตะวันออก, ภาคกลาง ภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง
  • อ่าวไทยคลื่นสูง 2 ม., ฝั่งอันดามันคลื่นสูง 2-3 ม. บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 ม.

บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้

ส่วนบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากผั่งจนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2562

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเคลื่อนผ่านประเทศจีนตอนใต้ และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณภาคอื่นๆมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

19 จังหวัด ทั้งเหนือ-อีสาน ระวังฝนตกหนัก

โดยในพื้นที่ 19 จังหวัดได้แก่

  • ภาคเหนือ : เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์
  • ภาคอีสาน : เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรฯ บึงกาฬ สกลฯ นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลฯ ศรีสะเกษ สุรินทร์

ให้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในระหว่างวันนี้

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิถต์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ
อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.