สหรัฐส่งตัว ‘เอลชาโป’ รับโทษที่เรือนจำความมั่งคงสูงสุด

ประเด็นน่าสนใจ

  • สหรัฐส่งตัว เอลชาโป ราชายาเสพติดหมายเลข 1 ของโลก ไปรับโทษที่เรือนจำความมั่นคงสูงสุด” ในรัฐโคโลราโด
  • ทั้งนี้การเลือกเรือนจำดังกล่าว เพื่อป้องกันนักโทษหลบหนี
  • ก่อนหน้านี้ศาลพิพากษาให้เขารับโทษจำคุกตลอดชีวิต

วันที่ 19 ก.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีสำนักงานราชทัณฑ์สหรัฐออกแถลงการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ได้ย้ายตัวนายวาคีน กุซแมน หัวหน้าแก๊ง “ซีนาโลอา” อายุ 62 ปี ซึ่งแก๊งดังกล่าว เป็นขบวนการค้ายาเสพติดแห่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเม็กซิโก ออกจากเรือนจำที่นครนิวยอร์ก ไปรับโทษที่เรือนจำ “เอดีเอ็กซ์” ซึ่งเป็นเรือนจำที่รัฐบาลวอชิงตันใช้คำว่า “เป็นยิ่งกว่าเรือนจำความมั่นคงสูงสุด” หรือ “อัลคาทราซกลางหุบเขา” ที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองฟลอเรนซ์ของรัฐโคโลราโด

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ศาลสหรัฐฯ ได้พิพากษา ให้เอลชาโปรับโทษจำคุกตลอดชีวิต จากความผิดกว่า 10 ข้อหา โดยรวมถึงการค้ายาเสพติดซึ่งมีการลำเลียงเข้ามายังสหรัฐฯ และการฟอกเงิน

อย่างไรก็ตาม การย้ายตัวเอลชาโปไปยังเรือนจำเอดีเอ็กซ์นั้น มีการวิเคราะห์ออกมาว่าเป็นเพราะเอลชาโป ยังคงมีพฤติการณ์พร้อมหลบหนีอยู่ตลอดเวลา เช่นขอเพิ่มเวลาการออกกำลังกายประจำวันบริเวณดาดฟ้าของเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เม็กซิโกจะเนรเทศเอลชาโปมายังสหรัฐฯ เขาเคยมีประวัติหลบหนีออกจากเรือนจำมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2544 ด้วยการซ่อนตัวอยู่ในรถส่งผ้าสำหรับซักรีดแหกคุกเรือนจำในกัวเตมาลา หลังถูกคุมขังมาแล้ว 8 ปี แม้ทางการเม็กซิโกตามจับกุมกลับมาได้เมื่อปี 2557 และนำตัวไปคุมขังในเรือนจำความมั่นคงสูงประเทศ แต่หลังจากนั้นอีก 18 เดือนเขาหลบหนีออกมาได้อีก จนถูกจับกุมได้อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคาปี 2559 จากนั้นรัฐบาลเม็กซิโกได้ส่งตัวเขามาให้รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินคดี

อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอังกฤษ อ้าง ละเมิดน่านน้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เรือบรรทุกน้ำมัน Stena Impero สัญชาติอังกฤษถูกอิหร่านจับกุมไว้
  • อิหร่านระบุว่า เรือลำดังกล่าวทำผิดกฎ รุกล้ำน่านน้ำ
  • ทางบริษัทต้นสังกัดยืนยัน เรือปฏิบัติตามกฎระเบียบ และอยู่ในน่านน้ำสากล

เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา มีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอังกฤษ ได้ทำการเปลี่ยนเส้นทางจากเส้นทางปรกติ มุ่งหน้าเข้าน่านน้ำประเทศอิหร่าน ก่อนถูกปิดสัญญาณสื่อสาร ซึ่งต่อมาหลายสำนักข่าวระบุตรงกันว่า เรืองบรรทุกน้ำมันที่ชื่อว่า Stena Impero ได้ถูกอิหร่านจับกุมตัวไว้ โดยอิหร่านอ้างว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวได้ละเมิดกฎระเบียบการเดินเรือ และได้รุกล้ำน่านน้ำอิหร่าน

โดยสำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ ได้ข้ามเข้ามาในพื้นที่น่านน้ำของประเทศอิหร่าน โดยไม่ได้สนใจคำเตือนของทางอิหร่านแต่อย่างใด ก่อนที่จะมีการปิดช่องทางการสื่อสารอีกด้วย ทำให้อิหร่านจำเป็นต้องดำเนินการยึดเรือ Stena Impero ไว้ โดยให้เรือของทางการอิหร่านจำนวน 4 ลำ ทำการเข้าล้อมจับกุม พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์อีก 1 ลำ บินคุมสถานการณ์ไว้

ทันทีที่ได้รับรายงานได้มีการส่งเรือฟรีเกต HMS Montrose ออกปฏิบัติการ แต่ไม่ทัน โดยบนเรือ Stena Impero มีลูกเรือจำนวนทั้งสิ้น 23 คน โดยเป็นลูกเรือสัญชาติอินเดีย รัสเซีย ลัตเวีย และฟิลิปปินส์ ถูกจับกุมอยู่รวมด้วย ซึ่งในขณะนี้ทางบริษัทยังไม่สามารถติดต่อกับลูกเรือได้

บริษัทออกแถลงการณ์ยืนยัน เรืออยู่ในน่านน้ำสากล

โดยทางบริษัท Stena Bulk และ Northern Marine Management ผู้เป็นเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ได้ออกแถลงการจำนวน 2 ฉบับ โดยระบุว่า

เรือบรรทุกน้ำมัน Stena Impero ที่จดทะเบียนสัญชาติอังกฤษ ถูกเข้าจับกุมด้วยเรือ และเฮลิคอปเตอร์ ระหว่างการขนส่งน้ำมันในช่องแคบ Hormuz ในน่านน้ำสากล ก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางไปยัง Jubail และมุ่งขึ้นทางเหนือไปยังอิหร่าน ซึ่งในขณะนี้ เรือไม่ได้อยู่ในการควบคุมของลูกเรือของทางบริษัทแต่อย่างใด ส่วนสถานกาพของลูกเรือจำนวน 23 คนนั้น ยังคงไม่ได้รับรายงานสถานภาพว่า มีผู้บาดเจ็บหรือไม่

ซึ่งทาง Stena Bulk และ Northern Marine Management ยืนยันว่า เรือลำนี้เดินเรืออยู่ในน่านน้ำสากลและปฏิบัติตามข้อกำหนดการเดินเรือระหว่างประเทศอย่างถูกต้อง

ข้อมูลการเดินทางของเรือ Stena Impero ก่อนถูกปิดการสื่อสาร (ข้อมูลจาก Marine Traffic )

สถานการณ์ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

นอกจากเรือบรรทุกน้ำมัน Stena Impero แล้ว ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกด้วยว่า เรือบรรทุกน้ำมันอีกลำหนึ่งที่ชื่อว่า Mesdar ได้ถูกยึดไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้สถานการณ์ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก

โดยทางสหรัฐฯ ได้เพิ่มการลาดตระเวนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซเพื่อติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังเหตุการที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป หลายฝ่ายจึงเป็นกังวลต่อท่าทีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างมาก

คาดราคา “น้ำมันดิบ” ปรับตัวสูงขึ้น

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ดูแล้วน่าจะไม่ส่งผลดีต่อราคาน้ำมันดิบ ที่คาดว่า น่าจะเตรียมตัวปรับสูงขึ้นอีกในสัปดาห์หน้า

เกี่ยวกับเรือบรรทุกน้ำมัน Stena Impero

เป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่ได้จดทะเบียนสัญชาติไว้ที่ประเทศอังกฤษ โดยเจ้าของเรือเป็นบริษัท Stena Bulk of Sweden สร้างขึ้นเมื่อปี 2018 เป็นเรือขนาด 3 หมื่นตัน ความยาว 183 เมตร

มือวางเพลิง ‘ตึกเกียวโต แอนิเมชั่น’ อ้างแค้นถูกขโมยนิยาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ตึกโตเกียว แอนิเมชัน ในนครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
  • มีผู้เสียชีวิต 33 คนในเหตุการณ์นี้
  • เหตุการณ์นี้ เป็นฝีมือของ นายชินจิ อาโอบะ วัย 41 ปี ที่อ้างว่าถูกบริษัทขโมยผลงานไป

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กรณีโฆษกตำรวจเกียวโต แถลงถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ ที่ตึกโตเกียว แอนิเมชัน ในนครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยจากการสอบปากคำมือวางเพลิงในเบื้องต้น ระบุว่าเขาถูกเบื้องต้นบริษัทลอกผลงาน ขโมยนิยายของเขาไป โดยเขาใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟเผาที่เกิดเหตุ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 21 คน หญิง 12 คน อีกคนยังไม่ทราบเพศสภาพ เสียชีวิตในกองเพลิงหรือสำลักควัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นพนักงาน อีก 35 คน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบความเกี่ยวข้อง ระหว่างผู้ต้องสงสัยและบริษัทเกียวโต แอนิเมชัน ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ต้องสงสัยอาจมีปัญหาทางจิต และยังไม่ปักใจเชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว และต้องรอสอบปากคำอย่างเป็นทางการ จึงจะสรุปมูลเหตุจูงใจได้อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถพูดคุยกับผู้ต้องสงสัยได้ เพราะผู้ต้องสงสัยยังสลบด้วยฤทธิ์ยาในโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม หลังดับไฟได้แล้ว พนักงานดับเพลิงได้เข้าไปตรวจสอบในอาคาร และพบร่างผู้เสียชีวิต 20 คนนอนกองบริเวณบันไดไปยังประตูทางออกบนดาดฟ้า แต่เปิดประตูไม่ได้ จึงเสียชีวิตจากสำลักควัน และพบผู้เสียชีวิตอีก 11 ศพบนชั้นสองของอาคาร และสองศพพบบรอชั้นล่าง

ที่มา www.theguardian.com