พายุโซนร้อนดานัสเตรียมบุก ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้

ประเด็นน่าสนใจ

  • พายุโซนร้อนดานัส กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น
  • อิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกหนักขณะเคลื่อนตัวผ่านฟิลิปปินส์และไต้หวันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
  • ตอนนี้พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัว มุ่งหน้าเข้าสู่ทะเลจีนตะวันออก คาดว่าจะผ่านคาบสมุทรเกาหลีก่อนเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่นช่วงวันพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2562 มีรายงานระบุว่าอิทธิพลของพายุโซนร้อน ได้ทำให้พื้นที่ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ เกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้สถานทูตไทย ณ กรุงโซล แจ้งเตือนให้คนไทยและนักท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ บริเวณเกาะเจจู จังหวัดจอลลา จังหวัดคยองซัง จังหวัดกังวอน เมืองอูลซาน และนครปูซาน รวมทั้งผู้ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวในช่วงระหว่างวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 ติดตามสภาพอากาศใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวังในการทำกิจกรรมนอกอาคารในช่วงวันดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่บริเวณเกาะคิวชูและฮอนชูของญี่ปุ่น คาดว่าจะมีฝนตกหนักในวันนี้ (20 ก.ค.2562) ต่อเนื่องจนถึงวันพรุ่งนี้ โดยจะมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 450 มิลลิเมตร และมีความเสี่ยงที่จะให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มได้ทั้งนี้ทั้งนั้น พายุโซนร้อนดานัสยังส่งผลทำให้เกิดลมกรรโชกแรงด้วยความเร็วสูงสุด 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ องค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติ หรือ นาซา ได้เปิดเผยภาพจากดาวเทียม Aqua ขณะที่เคลื่อนที่พายุโซนร้อนดานัส เคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนตะวันออก ช่วงวันที่ 19 กรกฎาคม 2019

กระนั้นสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นประกาศเตือนให้ประชาชนในจังหวัดนางาซากิ บนเกาะคิวชู เตรียมรับมือกับพายุโซนร้อนดานัส ที่มีความเสี่ยงทำให้เกิดลมกรรโชกแรง คลื่นสูงในทะเล น้ำท่วมฉับพลันรวมถึงโคลนถล่ม

ซาอุดีอาระเบีย เตรียมทำความสะอาดมัสยิดรับผู้แสวงบุญ “พิธีฮัจญ์”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทางการซาอุฯ เตรียมความพร้อมจัดพิธีฮัจญ์
  • มีการเริ่มทำความสะอาดมัสยิดอัลฮารอม นครมักกะห์ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่ผู้แสวงบุญใช้ประกอบศาสนกิจ
  • ขณะนี้ผู้แสวงบุญจากทั่วโลกเริ่มทยอยเดินทางมายังซาอุดีอาระเบีย

ทางการซาอุดีอาระเบีย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนลงปฏิบัติงานและปรับพื้นที่ทำความสะอาดมัสยิดอัลฮารอม บริเวณรอบนอกและภายใน โดยมัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีฮัจญ์

โดยขณะนี้ทางการซาอุดีอาระเบีย กำลังปรับปรุงโครงการก่อสร้างอาคารมัสยิดอัลฮารอมและบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะบริเวณลานเตาว๊าฟและสะแอ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่ผู้แสวงบุญจะประกอบศาสนกิจในแต่ละวันจำนวนมาก

ทว่าทางการซาอุฯ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนปฏิบัติงาน พร้อมทั้งได้กำหนดแผนปฏิบัติการดูแลรักษาความสะอาดและสุขอนามัยในทุกพื้นที่อย่างเต็มที่

ส่วนในด้านการรักษาความปลอดภัย ทางการซาอุดีอาระเบียได้กำหนดแผนเผชิญเหตุ วางมาตรการป้องกัน รักษาความปลอดภัย การเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน โดยฝ่ายความมั่นคงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน คอยตรวจตราอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือและรักษาความปลอดภัยแก่ผู้แสวงบุญอย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง

สปสช. ปรับสิทธิ ‘ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์’ ขยายเป้ารักษาเป็น 110 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สปสช. ผนึกกำลัง 10 โรงพยาบาล ให้บริการ ‘ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต’ ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • สปสช. ระบุว่า การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาให้กับผู้ป่วย
  • ก่อนหน้านี้มีผู้ป่วยที่สามารถรักษาตัวโรคนี้น้อยมาก เพราะค่ารักษาแพงราว ๆ  1 ล้านบาท

วันที่ 20 ก.ค. 2562 นายแพทย์ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในอดีตมีผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาน้อยมากเพราะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 1 ล้านบาท หลังจากกองทุนบัตรทองได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ในกองทุนบัตรทอง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปี 2551-2561 มีผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายแล้ว 414 ราย เป็นผู้ป่วยเด็ก 79 ราย ผู้ใหญ่ 335 ราย ส่วนปี 2562 กำหนดเป้าหมายการปลูกถ่าย 97 ราย

อย่างไรก็ตาม จากการปรับปรุงสิทธิประโยชน์การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตกรณีผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่บอร์ด สปสช.ได้เห็นชอบแล้วนั้น ในปีงบประมาณ 2563 ได้มีการขยายเป้าหมายการรักษาผู้ป่วยเป็นจำนวน 110 ราย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึงให้กับผู้ป่วย

ทั้งนี้ ในส่วนของหน่วยบริการที่ให้บริการการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

โดยในส่วนของโรงพยาบาลหาดใหญ่ มี”ศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูกอายุวัฒนะ โรงพยาบาลหาดใหญ่” เป็นโรงพยาบาลสาธารณสุขแห่งแรกของประเทศ ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกมะเร็งโลหิตในผู้ใหญ่ และผ่านการประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

นายแพทย์พีระพงษ์ ภาวสุทธิไพศิฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ กล่าวว่า สำหรับ “ศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูกอายุวัฒนะ โรงพยาบาลหาดใหญ่” เป็นโรงพยาบาลสาธารณสุขแห่งแรกของประเทศ ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกมะเร็งโลหิตในผู้ใหญ่ และผ่านการประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พร้อมให้บริการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแก่ผู้ป่วยบัตรทอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป

สืบเนื่องจากปัจจุบันการปลูกถ่ายไขกระดูก ทำได้เฉพาะที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ซึ่งมีความจำกัดด้านทรัพยากร ทำให้ต้องรอคิวนาน บางครั้งตัวโรคกำเริบขึ้นมาระหว่างรอคิว ทำให้ต้องรอคิว และเสียชีวิตไป ซึ่งโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ที่สามารถทำได้มีเพียงโรงพยาบาลเดียว คือ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ดังนั้น โรงพยาบาลหาดใหญ่ จึงได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการ

เปิดหอผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งมีห้องปลอดเชื้อ 4 ห้อง โดยงบบริจาคจากมูลนิธิพุทธสมุนไพรคู่แผ่นดินไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีอายุรแพทย์โรคเลือด 2 คน ผ่านการอบรมการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และมีประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดตั้งแต่ ปี 2559 เป็นต้นมา กุมารแพทย์โรคเลือด 2 คน แพทย์สาขาโลหิตวิทยา เป็นแพทย์ประจำธนาคารเลือด พยาบาล ผ่านการอบรมการให้ยาเคมีบำบัดรับรองหลักสูตรโดยสภาการพยาบาล จำนวน 10 คน ให้การดูแลผู้ป่วยประจำหอผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก เจ้าหน้าที่ธนาคารเลือด และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการผ่านการอบรมจากโรงพยาบาลศิริราช ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีหอผู้ป่วยวิกฤต ห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ที่ได้มาตรฐานให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง ธนาคารเลือด ห้องผสมยาเคมีบำบัด และคลังยา พร้อมให้บริการผู้ป่วยครอบคลุมทุกด้าน