รฟม.ร่วมกับ BEM เตรียมเปิดให้ ปชช.ทดลองใช้ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฟรี 29 ก.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • รฟม. ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จํากัด (มหาชน) (BEM) แจ้งกําหนดการเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง – บางแค จากสถานีวัดมังกร-สถานีท่าพระ โดยไม่คิดค่าโดยสาร ตั้งแต่ 29 ก.ค.-28 ก.ย.62
  • พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบและจัดเก็บค่าโดยสารตามปกติจากสถานี หัวลําโพง – สถานี หลักสอง ในวันที่ 29 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2562) นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จํากัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร รฟม. และ BEM นําคณะสื่อมวลชนร่วมทดลองโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลําโพง – บางแค จากสถานี สนามไชย-สถานีท่าพระ พร้อมทั้งแจ้งกําหนดการเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ

โดย นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. ได้เร่งดําเนินการเตรียมความพร้อมสําหรับเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้า สายสีน้ําเงิน ส่วนต่อขยาย เร็วยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน ส่วนต่อขยาย จากสถานีวัดมังกร – สถานีท่าพระ รวมจํานวน 5 สถานี (ได้แก่ สถานีวัดมังกร สถานีสามยอด สถานีสนามไชย สถานีอิสรภาพ และสถานีท่าพระ) ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 28 กันยายน 2562 โดยไม่คิดค่าโดยสาร

หลังจากนั้นจะทยอยปรับการให้บริการ ไปตามความก้าวหน้าของงานและความพร้อมของระบบที่เกี่ยวข้องไปจนถึงระดับการให้บริการตามปกติ เช่น การขยาย จํานวนสถานีให้บริการไปจนถึงสถานีหลักสอง หรือการเดินรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องถึงสถานีหลักสอง โดยไม่ต้องเปลี่ยน ขบวนรถไฟฟ้าที่สถานีหัวลําโพง ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบต่อไป

สําหรับการเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการในช่วงแรกนี้ จะเปิดให้ใช้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. โดยจะให้บริการรถไฟฟ้าแบบวิ่งไป-กลับ จากสถานีหัวลําโพงถึงสถานีท่าพระ มีรถไฟฟ้าให้บริการ 3 ขบวน ระยะห่าง ระหว่างขบวนประมาณ 8 นาที โดยผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสายสีน้ําเงิน (สถานีเตาปูน – สถานีหัวลําโพง) จะต้อง ” เปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าที่สถานีหัวลําโพงเพื่อเดินทางไปยังสถานีในสายสีน้ําเงิน ส่วนต่อขยาย (สถานีวัดมังกร – สถานีท่าพระ)

กรณีเดินทางระหว่างสถานีวัดมังกรถึงสถานีท่าพระ รวมจํานวน 5 สถานี จะไม่คิดค่าโดยสาร โดยใช้เหรียญ หรือบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT เดินทางในระบบรถไฟฟ้าผ่านประตูอัตโนมัติได้ตามปกติ หรือออกเหรียญโดยสารได้ที่ เครื่องออกเหรียญโดยสารอัตโนมัติหรือห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี กรณีเดินทางเข้ามาโดยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ําเงิน (สถานีเตาปูน – สถานีหัวลําโพง) จะคิดอัตราค่าโดยสาร ตั้งแต่สถานีแรกที่อัตรา 16 บาท

ซึ่งค่าโดยสารจะเพิ่มตามระยะทาง อัตราสูงสุด 42 บาท และสามารถเดินทางเชื่อมต่อ สายสีม่วงได้ตามปกติโดยมีอัตราค่าโดยสารสงสุดไม่เกิน 70 บาท และเมื่อผู้โดยสารแตะตั๋วโดยสารที่ประตูอัตโนมัติ แล้วสามารถอยู่ในระบบรถไฟฟ้าได้ไม่เกิน 180 นาที ทั้งนี้ การออกตั๋วโดยสารและการใช้ระบบรถไฟฟ้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัท BEM กําหนด

ไฟไหม้!! เกียวโต แอนิเมชั่น บริษัทแอนิเมะ อันดับ 1 ของญี่ปุ่น

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุไฟไหม้สตูดิโอผลิตแอนิเมะชั่นอันดับ1ของญี่ปุ่น
  • เหตุที่เกิดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย
  • สาเหตุคาดเกิดจากการลอบวางเพลิง

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วันนี้ (18 ก.ค. 2562) ได้เกิดเหตุไฟไหม้สตูดิโอ บริษัท เกียวโต แอนิเมชั่น ผู้ผลิตแอนิเมชั่นชื่อดัง ที่ตั้งอยู่ในเมืองเกียวโต ของญี่ปุ่น เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก

ส่วนสาเหตุครั้งนี้รายงานเผยว่า เกิดจากการลอบวางเพลิง หลังผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชายคนหนึ่งเดินถือถังคล้ายพาชนะที่บรรจุน้ำมันเข้าไปในอาคาร จากนั้นก็เริ่มฉีดราดจนเกิดเพลิงไหม้ ก่อนที่เวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถคุมตัวไว้ได้ ขณะที่ เกียวโต แอนิเมชั่น ยังไม่มีการออกแถลงเรื่องที่เกิดขึ้น รอประเมินสถานการณ์ ก่อนจะชี้แจงให้ทราบต่อไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
-ที่เกิดเหตุเป็นสตูดิโอของเคียวอานิ แต่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ค่ะ
-เจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้ข้อมูลว่าเมื่อเวลาราว 10:35 เกิดเสียงระเบิดจากสตูดิโอที่ 1 ของบริษัทและทำให้เกิดเพลิงไหม้ไปทั้งอาคาร
-ใช้รถดับเพลิงกว่า 30 คันในการควบคุมเพลิง
– มีข่าวนึงที่ไมนิจิเป็นคนลง แต่สำนักข่าวอื่นๆ ยังไม่พูดถึง คือ มีสัมภาษณ์ผู้หญิงวัย 60 ที่บ้านอยู่แถวนั้น เธอเล่าว่าเห็นหญิงสาวคนนึงที่มีแผลไฟไหม้ทั้งตัวหนีออกมาและกรีดร้องว่า “ถูกคนแปลกหน้าราดบางอย่างคล้ายน้ำมันใส่ตัว”
– มีการค้นพบอาวุธมีคมหลายชิ้นในที่เกิดเหตุแต่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นคนของคนร้ายหรือไม่
– ข่าวจากหนังสือพิมพ์เกียวโตซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นstudio มี 3 ชั้น ชั้น 2-3 หน้าต่างแตก มควันดำออกมา เห็นเปลวไฟสีส้มในชั้น 3 และมีกลิ่นไหม้คลุ้งไปทั่วบริเวณ
-มีรอยเท้าเลือดแถวที่เกิดเหตุ และมีคนที่วิ่งหนีออกมาทั้งที่ไฟยังลุกติดร่างกาย
บางคนแผลไหม้หนักจนมองหน้าแล้วเดาเพศไม่ได้
-วีดีโอภาพข่าวอาคารที่ยังมีเพลิงไหม้และยังต้องปฏิบัติการทั้งกู้ภัยคนด้านในและดับเพลิงจาก NHK
https://twitter.com/nhk_news/status/1151721922306158597
-เวลาราว 15:30 ไฟเริ่มสงบลงแล้ว

ความเสียหายและผู้บาดเจ็บ
-เบื้องต้นคาดว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7-8 คน ต่อมารายงานผู้บาดเจ็บรวม 38 คน และมีรายงานผู้เสียชีวิตในนั้นแล้ว น่าจะถึง 11 คน
-ผู้บาดเจ็บตอนนี้มี 38 คน โดยเจ็บหนักและบางคนไม่ได้สติ 10 คน เจ็บปานกลาง 10 คน และเจ็บเล็กน้อย 18 คน
‪-มีแจ้งว่ายังมีคนอีกกว่า 30 คนของบริษัทที่ติดต่อไม่ได้ค่ะ จึงยังไม่ทราบว่าปลอดภัยหรือไม่‬
-มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย‬ ‪ส่วนข่าวที่ระบุว่าเสียชีวิตหลายคน คือข่าวจากตำรวจโดยไม่มีการระบุเพศหรือลักษณะของผู้เสียชีวิต ‬
-14:02 LINE NEWS ลงข่าวว่า ตำรวจเกียวโตแจ้งพบร่าง 10 ร่างนอนอยู่บนชั้น 2 คาดว่าเสียชีวิตแล้วทั้งหมดค่ะ‬
-ตอนเกิดเหตุน่าจะมีพนักงานราว 70 คนในอาคารยอดผู้เสียชีวิตน่าจะเพิ่มขึ้นอีก
-ชั้น 1-2 เชื่อว่ามีพนักงานหนีไม่ทัน 12 คน
-เวลาราว 15:30 เชื่อว่าบาดเจ็บ 36 คน ยังติดต่อไม่ได้ 31 คน
-16:21 ผู้มีอาการหัวใจหยุดหรือหยุดหายใจรวม 12 คน และจากในนั้นคอนเฟิร์มการเสียชีวิตแล้ว 7 คน
-เอกสารทางการจากดับเพลิงเมื่อเวลา 17:15 ประกาศว่า มีผู้เสียหายรวม 60 คน ประกอบด้วย ผู้เสียชีวิต 7 คน ผู้ที่หยุดหายใจ/หัวใจหยุดเต้น 17 คน บาดเจ็บหนัก 10 คน -บาดเจ็บปานกลาง 6 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 20 คน

คนร้ายและเหตุจูงใจ
-ยังไม่ทราบเหตุจูงใจชัดเจน
–พบชายท่าทางเหมือนราดน้ำมัน จึงได้คุมตัวไว้สอบสวนแล้ว
-ผู้ต้องสงสัยวางเพลิงเป็นชายอายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บและส่งโรงพยาบาลด้วยโดยเจ้าตัวให้การว่าเป็นคนจุดไฟเอง
-มีผู้เห็นเหตุการณ์ตอนคนร้ายราดน้ำมันซึ่งคนร้ายพลางพูดว่า “死ね” หรือ “ตายๆ ไปซะ” ด้วย‬
-คนร้ายที่จับได้ไม่ใช่พนักงานและอดีตพนักงาน
-คนร้ายตอนถูกจับมีพูดว่า “ก็อป(หรือขโมย)ของเขามาได้” (パクリやがって) ซึ่งยังไม่ทราบความหมายแน่ชัด
– ภาพข่าวจาก NHK ชายที่คิดว่าเป็นคนร้ายค่ะ
https://twitter.com/nhk_news/status/1151754650841964545

– สัมภาษณ์ผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนคนร้ายถูกจับ ว่าเธอได้ยินเสียงกริ่ง พอออกไปดูก็พบผู้ชายสวมเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ มีเลือดออกที่ขา ไม่ได้ใส่รองเท้า และมีการไหม้ที่ตัวและผม โดยเสื้อผ้ายังมีไฟติดอยู่
– เธอจึงนำสายยางมารดน้ำดับไฟให้ แล้วตำรวจก็เข้ามาจับพอดี เมื่อตำรวจซักถาม -คนร้ายก็พูดว่าเป็นคนราดน้ำมันและจุดไฟแช็คเผา รวมถึงพูดราวกับมีความแค้นว่า パクりやがって (ก็อป/ขโมยไปได้นะ)

อื่นๆ
-Trend Twitter ญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องนี้ค่ะ เช่นชื่อบริษัทหรือคำว่า 京アニ大丈夫 (เคียวอานิ เป็นอะไรไหมนะ) ดูรายละเอียดได้ในรูป
-วีดีโอแสดงตัวอย่างให้ดูค่ะว่าการเผาโดยราดน้ำมันเบนซินแล้วจุดไฟเผา แบบที่ทำกับเหตวางเพลิง Kyoto Animation จะเป็นอย่างไร จะเห็นได้ว่ามีการระเบิดน่ากลัวมากค่ะ ( ノД`)シクシク…
-https://twitter.com/blacky3744/status/1151731789158744064
-บริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายงานอนิเมะที่อเมริกา Sentai Filmwork เปิด Cloud Funding เพื่อช่วยเหลือเพื่อนในวงการเดียวัน โดยตั้งเป้าอยู่ที่ 500,000 ดอลลาร์
https://twitter.com/SentaiFilmwo…/status/1151726531896643584
-Free! ประกาศว่าพรีวิวของภาคใหม่ที่จะกำหนดเปิดเผยให้ชมในวันพรุ่งนี้ (19) ต้องขอเลื่อนไปก่อนค่ะ
-Buzzfeed ระบุว่า “เป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เลวร้ายที่สุดเหตุการณ์หนึ่งหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว”

สำหรับ เกียวโต แอนิเมชั่น (Kyoto Animation) เริ่มก่อตั้งในปี 1981 ถือเป็นสตูดิโอ อันดับ 1 ของประเทศ ที่ผลิตภาพยนตร์อะนิเมชั่นชื่อดังหลาย ๆ เรื่อง เช่น “K-On!” และ “The Melancholy of Haruhi Suzumiya” (Suzumiya Haruhi no Yuutsu)

ราชสกุล “เทพหัสดินฯ” แถลงข่าว กรณี คดีแพรวา อุบัติเหตุ 9 ศพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ราชสกุลเทพหัสดินฯ ยืนยันตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ได้แนะนำให้ครอบครัวของแพรวา ปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด
  • ราชสกุลเทพหัสดินฯระบุว่า ทางราชสกุลเองก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่า หลังจากคดีสิ้นสุดครอบครัว ผู้ประสบเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางครอบครัวของแพรวา หลังถูกวิจารณ์ทางราชสกุลฯ เรียกประชุมติดตามเรื่องนี้ทันที
  • ทางราชสกุลฯ ยืนยัน ทางผู้เสียหายต้องได้รับ การชดใช้อย่างแน่นอน

วันที่ 18 ก.ค. 2562 ทางราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้จัดแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่สังคมกำลังจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเยียวยาผู้เสียหายในคดีที่ผู้คนได้รู้จักกันในนาม คดีแพรวา อุบัติเหตุ 9 ศพ โดยถ้อยแถลงของทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ได้พูดถึงการเยียวยาผู้เสียหายกับข้อพาดพิงต่อ ราชสกุลเทพหัสดินฯ

ราชสกุล “เทพหัสดินฯ” แถลงข่าว กรณีเรื่อง “คดีแพรวา อุบัติเหตุ 9 ศพ ในการเยียวยาผู้เสียหาย กับข้อพาดพิงต่อ ราชสกุลเทพหัสดินฯ”

ทางราชสกุลระบุว่า ไม่เคยนิ่งนอนใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง ต้องกราบขออภัยจากใจและ ขอขมาทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น ตลอดมาพวกเราไม่เคยลืมอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนั้น ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ได้ผลักดันให้ทางครอบครัวของ แพรวา หรือชื่อในขณะนี้นางสาวรวินภิรมย์ อรุณวงศ์ ปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด ไม่ให้หนีไปไหน

และทางราชสกุลติดตามข่าวมาตลอด ได้ทราบ ว่านางสาวรวินภิรมย์ ได้ถูกตัดสินให้รับโทษในคดีอาญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความน้อมรับไม่เคยคิดหลบหนี เมื่อสอบถามไปทางครอบครัวของ นางสาวรวินภิรมย์ หลายครั้งได้รับคําตอบว่าคดีสิ้นสุดแล้วทุกครั้ง ทางราช สกุลจึงวางใจ และไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของนางสาวรวินภิรมย์ เนื่องจากสมาชิกราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา นั้นมีลงทะเบียนไว้ร่วม 200 ครอบครัว แต่ละ ครอบครัวก็ได้แยกย้ายกันดํารงชีวิตตามลักษณะครอบครัวเดี่ยวในปัจจุบัน

จนหลายวันที่ผ่านมา ทางราชสกุลได้รับทราบพร้อมพี่น้องประชาชนว่า หลังจากคดีสิ้นสุดครอบครัว ผู้ประสบเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางครอบครัวของนางสาวรวินภิรมย์ ซึ่งตรงนี้ก็ขอขอบพระคุณ วรัญญ เกตชู หนึ่งในผู้ประสบเหตุและพี่ๆ สื่อมวลชนหลายสํานักที่เป็นสื่อกลาง กระบอกเสียงส่งข่าวให้พวกเราได้รับ ทราบข้อเท็จจริง

เมื่อได้ทราบข่าวแล้วพวกเราก็เรียกประชุมทันที แต่เนื่องจากทางราชสกุลมีสมาชิกจํานวนมาก การนัดหมายพร้อมเพรียงกันนั้นต้องใช้เวลา เมื่อได้ทําการประชุมแล้ว ได้ข้อสรุปหลายประการ

ซึ่งในขณะนั้น ทางโลกโซเชียลก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงถึงราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ทั้งที่พวกท่านยังไม่ได้รู้จักพวกเราและยังไม่ทราบถึงความตั้งใจจริงที่เรียกประชุมทันทีที่ทราบข่าว บางท่านใช้ คําพูดรุนแรง ไม่สุภาพ พาดพิงถึงบรรพบุรุษผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว

ทางผู้ใหญ่ในราชสกุลจึงให้ข่าวกับทางสื่อหนึ่ง ว่าพวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทราบข่าวแล้ว และกําลังเร่งดําเนินการกับเรื่องนี้ ขอวอนให้หยุดพาดพิงถึง บรรพบุรุษและราชสกุล เนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่อยากให้เกิดความแตกแยกแตกร้าวในสังคม

ที่ท่าน พลเอก วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ออกมาตักเตือนการใช้วาจา ในการแสดงความเห็นในโลกโซเชียล ในฐานะผู้ใหญ่ ท่านหนึ่งเพียงเท่านั้นจริงๆ ท่านเป็นห่วงไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายเนื่องจากสมาชิกราชสกุลมีหลาย ครอบครัวและจํานวนมากจริงๆ หากเกิดการพาดพิงถึงแบบไม่ยุติธรรมต่อบรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการกระทําผิด พรบ.คอมฯ

ทางเราไม่อาจทราบได้ว่าจะมีครอบครัวใดทําการร้องทุกข์ต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ในกรณีนี้ขึ้นมาอีก จะเกิดเป็นปัญหาที่วุ่นวายไปกันใหญ่ ตัวบุคคลที่กระทําผิดที่ใช้นามสกุลเดียวกันนี้ เขาก็ยินยอมรับโทษดังที่จะได้เห็นจากการที่เขาได้น้อมรับปฏิบัติตามคําตัดสินในคดีอาญา ส่วนคดีแพ่งที่เพิ่ง สิ้นสุดไปนั้น ก็ยังไม่จบสิ้นกระบวนการทั้งหมด และทางผู้ประสบเหตุไม่ต้องกังวลเรื่องหมดอายุความ

ซึ่งทาง พล.อ.วิชญ์ เน้นย้ำอีกว่า ขณะนี้ทางราชสกุลรับทราบและมีข้อสรุปท่านผู้ประสบภัยต้องได้รับ การชดใช้อย่างแน่นอน ทางเราจึงออกแถลงการณ์เพื่อแนะนําและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุหลังจากคดีสิ้นสุดแล้ว ในครั้งนี้

ในวันนี้ ทางราชสกุลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขอขมาต่อครอบครัวผู้ประสบเหตุ อีกทั้งใคร่ขอแสดงน้ําใจ มา ณ ที่นี้ ขอมอบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ไว้สํารองใช้จ่ายในการ ติดตามบังคับคดีสืบทรัพย์ตามกฎหมายหลังจากนี้ต่อไป

ในนามราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ขอเรียกร้องให้ครอบครัวของนางสาวรวินภิรมย์ น้อมรับปฏิบัติ ตามคําพิพากษา อีกทั้งเร่งดําเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อยไปด้วยดี ภายใต้คุณธรรมและจริยธรรมอันดี

และเมื่อคดีต่างๆ สิ้นสุดลงไปแล้ว ขอวอนต่อสังคมในคราวเดียวกันนี้ ให้โอกาสต่อนางสาวรวินภิรมย์ ซึ่งใน ขณะนั้นเป็นเพียงเยาวชนและไม่ตั้งใจให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นจริงๆ ได้มีโอกาสแสดงความรับผิดชอบ นอกจากไม่หลบหนีไปไหน และน้อมรับโทษทุกประการแล้ว ก็ขอให้ได้แสดงความรับผิดชอบจัดหาทรัพย์มา เยียวยาต่อครอบครัวผู้ประสบเหตุจนครบถ้วน

สุดท้ายนี้ ทางราชสกุล เทพหัสดิน ณ อยุธยา กราบขออภัย ขอขมาอีกครั้ง ต่อทุกครอบครัวทุกชีวิตที่ เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุ

ประวัติ ราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา

ราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา นั้นเป็นสายพระปฐมวงศ์สืบเชื้อสายเดิมมาจาก พระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้าตันกรมหลวงเทพหริรักษ์ ซึ่งเป็นพระโอรสลําดับที่ 1 ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้าแก้ว กรมพระศรีสุดารักษ์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้าแก้ว กรมพระศรีสุดารักษ์ทรงเป็นพระพี่นาง (พี่สาว) พระองค์รองใน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าแก้ว กรมพระศรีสุดารักษ์ ทรงมีพระโอรส-ธิดา กับเจ้าขรัวเงินแซ่ตันคหบดีชาวจีนที่สืบเชื้อสายมาจากขุนนางจีนในกรุงปักกิ่งทั้งหมด 6 พระองค์

โดยหนึ่งในพระธิดาของพระองค์คือสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีพระนามเดิม บุญรอดเป็นพระ อัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2