ราชสกุลเทพหัสดินฯ ตั้งกองทุน 5 แสนบาท ช่วยเหยื่อตามคดีแพรวา

นายณัฐพล ทองคำ ทนายประจำราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา เปิดเผยว่า ราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้รวบรวมเงินเป็นจำนวน 5 แสนบาท ตั้งกองทุนช่วยญาติผู้เสียชีวิตจากคดีแพรวา เพื่อใช้ติดตามคดี

เนื่องจากเห็นว่าการต่อสู้คดีอาจทำให้ครอบครับสูญเสียเงินไปเยอะ รวมถึงอาจต้องใช้เวลา และค่าใช้จ่าย ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดี โดยญาติผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อขอรับได้ที่ตนเองได้ที่เบอร์ 095-906-1460

ทนายประจำราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ระบุด้วยว่า ในส่วนของคดีเป็นเรื่องส่วนตัว อยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าคนอื่นในราชสกุลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเพิ่งทราบข่าวว่าไม่มีการชดใช้พร้อมกับทุกท่านนอกจากนี้ ทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ยังขอให้แพรวาและครอบครัวออกมาขอโทษสังคมอย่างจริงใจ

ส่วนประเด็นที่มารดานางสาวแพรวา ประกาศขายที่ดิน เพื่อนำเงินมาชดใช้ผู้เสียหาย ทางราชสกุล ไม่สามารถซื้อไว้ได้ และขอให้ครอบครัวของนางสาวแพรวา ไปพูดคุยกับคู่กรณีเอง เพราะการที่คนอื่นไปทำผิดจะมาให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องมีส่วนรับผิดอาจไม่ถูกต้อง ก่อนจะขอโทษสังคมและขอโทษผู้เสียหาย พร้อมขอให้ครอบครัวนางสาวแพรวา รวมถึงตัวนางสาวแพรวาออกมาขอโทษอย่างจริงใจต่อสังคม

ด้านนายสุชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา ราชสกุลเทพหัสดิน ระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้นราชสกุลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เรื่องเงินต้องยอมรับว่า แม้ราชกุลนี้เป็นราชสกุลใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร และไม่ได้มีความสนิทสนมกับครอบครัวแพรวา และขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

WHO ประกาศให้ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศ เตรียมพร้อมทั้งการเฝ้าระวัง และป้องกันโรค เน้นดำเนิน 3 มาตรการหลักอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง  หลัง WHO ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2562) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

หลังพบการระบาดในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ภายหลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก และองค์การสหประชาชาติ ได้เข้าไปให้การช่วยเหลือในการป้องกันและควบคุมโรค แต่การระบาดยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนพบการระบาดในพื้นที่ใหม่ จึงออกประกาศดังกล่าว เพื่อระดมความช่วยเหลือจากนานาประเทศ นั้น

กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายที่จะต้องเฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีรายงานผู้ป่วยในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา และได้เตรียมพร้อมทั้งการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ในประเทศไทย ไม่มีรายงานผู้ป่วย โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาแต่อย่างใด

กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการจัดระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรค ด้วยมาตรการหลัก ซึ่งดำเนินการมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ดังนี้

1.ติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าจากองค์การอนามัยโลก เฝ้าระวังผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค

ทั้งในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ในโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน และในชุมชน คัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคทั้งที่ด่านควบคุมโรคที่สนามบิน ด่านทางน้ำและด่านพรมแดนทางบก

2.เตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ

ซึ่งไทยได้รับความร่วมมือจากสหรัฐฯ ในการตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสชนิดนี้ และ 3.มาตรการดูแลรักษา หากมีผู้ป่วยที่มีอาการในข่ายสงสัย โดยใช้มาตรฐานเดียวกับการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อที่มีอันตราย เช่น ไข้หวัดนก โรคซาร์ส ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศมีความพร้อมอยู่แล้ว

นอกจากนี้การเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตรายในระดับพื้นที่ ทางกรมควบคุมโรค จะมีการให้ข้อมูลข่าวสารกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ตลอดจนสื่อสารไปยังอาสาสมัครสาธารณสุข กรณีพบความผิดปกติ เช่น พบเห็นผู้ที่มาจากประเทศที่มีการระบาดของโรค แล้วมีอาการไม่สบาย เป็นไข้ให้รีบแจ้งมาที่กรมควบคุมโรค หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ยังไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ ซึ่งองค์การอนามัยโลก ประเมินว่านักเดินทางระหว่างประเทศยังมีความเสี่ยงในระดับที่ต่ำมาก

เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มีการติดเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสกับของเหลวในร่างกาย หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาล จากการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ (เข็มและหลอดฉีดยา) ที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงไม่มีการป้องกันเมื่อมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่ติดเชื้อ

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เนื่องจากองค์การอนามัยโลก ยังไม่มีประกาศห้ามการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด ผู้ที่จะเดินทางไปยังสามารถเดินทางไปได้

โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ ได้แก่

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า ทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย

2.หลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์ป่าที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์จำพวกลิง หรือค้างคาว หรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่าหรือสัตว์แปลกๆ มาประกอบอาหาร

3.การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือดจากผู้ป่วย สิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่อาจปนเปื้อนกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือศพ

4.หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย หากมีความจำเป็นให้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายและล้างมือบ่อยๆ

5.หากมีอาการเริ่มป่วย เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย ภายหลังกลับจากประเทศที่มีการระบาด ให้รีบพบแพทย์ทันที

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันเฉพาะดีเซลลง 40 สต.

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรุ่งนี้ราคาน้ำมันดีเซลลด แต่เบนซิน-โซฮอล์ยังคงที่
  • ดีเซล ราคา 26.69 บาทต่อลิตร

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (18 ก.ค. 2562) บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) และ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศปรับราคาน้ำมันเฉพาะดีเซลลง 40 สต.ต่อลิตร ขณะที่กลุ่มเบนซิน และโซฮอล์ยังคงเดิม ให้มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 19 ก.ค. 2562 เป็นต้นไป ซึ่งจากการประกาศลดราคาน้ำมันดังกล่าว ส่งผลทำให้ราคาขายน้ำมันแต่ละชนิดเป็นดังนี้

ดีเซล อยู่ที่ 26.69 บาทต่อลิตร
E85 อยู่ที่ 20.39 บาทต่อลิตร
E20 อยู่ที่ 25.34 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 28.08 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 28.35 บาทต่อลิตร
และเบนซิน 95 เฉพาะปตท. อยู่ที่ 35.76 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ราคาน้ำมัน