เลขาธิการ กสม. รับเรื่องร้องเรียน ‘เอกชัย อิสระทะ’ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กักขัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เลขาธิการ กสม. รับเรื่องร้องเรียน กรณี “นายเอกชัย อิสระทะ” ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กักขัง ในการร่วมเวทีประชาพิจารณ์ประทานบัตรเหมืองหิน จ. พัทลุง
  • เตรียมประสาน สตช. คุ้มครองความปลอดภัย
  • แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนกระบวนการรับฟังความเห็น

วันที่ 19 สิงหาคม 2562 นายโสพล จริงจิตร เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รับเรื่องร้องเรียนจากนายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) กรณีที่นายเอกชัย ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อไม่ให้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรม จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 โดยขอให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินการดังนี้

  1. ดำเนินการประสานการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อันมีหลักการและแนวปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรของสังคม
  2. ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีถูกข่มขู่ คุกคาม
  3. ตรวจสอบกระบวนการรับฟังความคิดเห็นการขอประทานบัตรเหมืองแร่ดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่

นายโสพล กล่าวภายหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า การส่งเสริมและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติในปฏิญญาว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรของสังคม ซึ่งถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานอันเป็นที่ยอมรับอย่างสากล ปัจจุบันรูปแบบการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนมีหลากหลายขึ้น เช่น โทรศัพท์ข่มขู่ การไปที่บ้านหรือการเข้าหาครอบครัว เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว การดักฟังโทรศัพท์ ติดตามความเคลื่อนไหว การเสนอผลประโยชน์ การอุ้มฆ่าหรือการลอบสังหาร หรือ การฟ้องร้องเพื่อยุติการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “การดำเนินคดีทางยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ (SLAPP)” เป็นต้น

โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหลายกรณี ซึ่ง กสม. ได้ตรวจสอบและจัดทำข้อเสนอแนะถึงคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการป้องกัน แต่ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

“สำหรับกรณีนายเอกชัย สำนักงาน กสม. จะเร่งดำเนินการประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในกระบวนการชี้ตัวผู้ถูกกล่าวหาซึ่งจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนายเอกชัยเป็นสำคัญ รวมทั้งประสานการคุ้มครองไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อให้ดำเนินการเรื่องการคุ้มครองพยานและการเยียวยาผู้ถูกละเมิด นอกจากนี้ จะมีหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ทบทวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาให้ประทานบัตรกรณีดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง” นายโสพล กล่าว

สาวแฉ!! อดีตพระพี่ชายแอบหลอกปฏิบัติธรรม – เสพเมถุน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาวออกมาแฉพฤติกรรมอดีตพระพี่ชาย (ต่างมารดา) หลอกให้ไปปฏิบัติธรรม อ้างว่าต้องฝึกจิตด้วยการถอดเสื้อผ้า ก่อนเลยเถิดจนมีเพศสัมพันธ์กัน
  • วอนอดีตพระพี่ชายได้หยุดการกระทำ หวั่นไปหลอกลวงหญิงสาวรายอื่น

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า นางสาวเอ (นามสมมุติ) ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวดังกล่าวในการแถลงข่าว ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายในการเปิดเผยถึงรายละเอียด หลังจากที่ตนเองได้ถูกพี่ชาย (ต่างมารดา) ซึ่งในขณะนั้นบวชเป็นพระ ชักชวนให้ไปอยู่ที่วัด เพื่อปฏิบัติธรรม

โดยพระพี่ชายแนะนำว่าจะต้องทำการฝึกจิต ด้วยวิธีการเปลื้องผ้าต่อหน้าพระพี่ชายในช่วงเวลากลางคืน เพื่อทำการทดสอบสภาพจิตใจของตน ยอมรับว่ายังไม่คิดอะไรว่าทำไมการฝึกจิตถึงต้องเปลื้องผ้า อีกทั้งเชื่อว่าความที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทำการฝึกแบบนี้อยู่ 3 สัปดาห์ สุดท้ายตนก็ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศ หรือว่าเสพเมถุนด้วยกัน โดยตนและพระพี่ชายเสพเมถุนอยู่ด้วยกันเช่นนั้นมานานถึง 3 ปี โดยปีแรกยอมรับว่าลำบากใจและรู้สึกไม่ดี รู้สึกกลัวทุกครั้งที่ถูกเรียกเข้าไปพบในห้องในช่วงกลางคืน

หลังนางสาวเอ เริ่มลำบากใจมากขึ้นกับสิ่งที่ทำ จึงขอที่จะให้ยุติเรื่องนี้ และขอเป็นคนที่จะออกจากวัดเอง โดยแลกกับความต้องการให้อดีตพระพี่ชายเลิกทำแบบนี้เสีย แต่กลับถูกข่มขู่ไม่ให้เปิดเผยเรื่องนี้ให้คนอื่นได้ล่วงรู้ โดยล่าสุดเรื่องนี้พ่อและญาติๆของนางสาวเอ ก็ได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว และได้เดินทางมาพบกับอดีตพระพี่ชาย ซึ่งได้ลาสิขาไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

และอดีตพระพี่ชายก็ยังยอมรับด้วยว่าได้มีสัมพันธ์ทางเพศกับน้องสาวต่างมารดาจริง ซึ่งทางพ่อ แม่ และญาติของนางสาวเอ กำลังอยู่ในขั้นตอนว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับอดีตพระพี่ชายอย่างไร

ทั้งนี้การที่ตนเองได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวครั้งนี้ให้สังคมได้รับรู้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากเรื่องความหึงหวง แค่เพียงอยากให้อดีตพระพี่ชายได้หยุดการกระทำที่ไม่ถูกต้องแบบนี้เสีย และเพื่อไม่ให้หญิงสาวคนอื่นได้รับความเสื่อมเสียแบบตนอีก

กรมควบคุมโรค ย้ำประเทศไทยไม่มีไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมควบคุมโรค ย้ำประเทศไทยไม่มีไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่
  • พร้อมแนะนำช่วงนี้ยังมีฝนตกหลายพื้นที่ขอประชาชนใช้มาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรคอย่างต่อเนื่อง
  • มาตรการ 3 เก็บประกอบด้วยการเก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่รอบบ้านไม่ให้เมีแหล่งน้ำขัง เก็บน้ำภาชนะต่างต้องมิดชิดมีฝาปิด

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อความทางเฟซบุ๊ค เรื่องโรคไข้เลือดออกสายพันธ์ใหม่ ว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ โดยกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ในปัจจุบันประเทศไทยไม่มีโรคไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ นอกเหนือจาก 4 สายพันธุ์ที่เคยพบมาแล้ว

ซึ่งในแถบประเทศอาเซียนนี้ พบโรคไข้เลือดออกได้ 4สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีความรุนแรงไม่แตกต่างกันมาก ส่วนอาการป่วยขึ้นอยู่กับว่าเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อครั้งแรกอาการมักไม่รุนแรง อาจมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่อาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อติดเชื้อครั้งที่ 2 ด้วยสายพันธุ์ที่ต่างไป ซึ่งอาจจะทำให้มีภาวะเลือดออกและช็อกได้

ทั้งนี้โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะ อาการที่พบส่วนใหญ่มีไข้สูงมากโดยฉับพลัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร อาจมีผื่นหรือจุดเลือดขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ถ้ามีไข้สูง 2-3 วัน ไม่หายหรือ ไม่ดีขึ้น ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง หากแพทย์ให้กลับมารักษาตัวที่บ้านก็ไม่ต้องกังวล เพราะส่วนใหญ่โรคไข้เลือดออก หายได้เอง หากไม่เข้าสู่ภาวะช็อก มีเพียงบางรายเท่านั้น ซึ่งจะมีอาการในช่วงไข้ลด

โดยผู้ป่วยจะมีอาการซึม กระสับกระส่าย ชีพจรเต้นเร็ว มือเท้าเย็น บ่นปวดท้อง อาจมีเลือดกำเดา อาเจียนปนเลือด หรือถ่ายปนเลือด แสดงว่าเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องรีบกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีภาวะอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด ภาวะติดสุรา ธาลัสซีเมีย หรือมีประวัติเป็นไข้เลือดออกมาก่อน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามโรคไข้เลือดออก ป้องกันได้ด้วยการที่ประชาชนช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่รอบบ้านไม่ให้เมีแหล่งน้ำขัง เก็บน้ำภาชนะต่างต้องมิดชิดมีฝาปิด ควรเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันยุงลายวางไข่