แพทย์เตือนท้องผูกเรื้อรัง กินยาระบายบ่อย เสี่ยงลำไส้อุดตัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล เตือนท้องผูกเรื้อรัง กินยาระบาย เสี่ยงลำไส้อุดตัน
  • ชี้ควรปรับพฤติกรรม ทั้งการขับถ่ายในท่านั่งที่เหมาะสม รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใย การออกกำลังกาย การดื่มน้ำในปริมาณที่มากเพียงพอ

นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Arak Wongworachat” ถึงกรณีคนไข้อายุ 68 ปี มีอาการท้องผูก 3-4 วัน จึงถ่ายสักครั้ง พบว่าอุจจาระแข็ง ต้องออกแรงเบ่ง จึงทานยาระบาย สวนสบู่เป็นประจำ จนในที่สุดเกิดลำไส้อุดตัน ปวดท้อง ท้องอืดมาก ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน ตัดลำไส้บางส่วนที่โป่งพองอย่างมากทิ้งไป แล้วต่อลำไส้ใหม่ ท้องผูกเรื้อรัง จึงไม่ใช่ภาวะปกติที่จะปล่อยวางได้

นายแพทย์ อารักษ์ เผยว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างหรือปัจจัยบางประการอาจเอื้อต่อการเกิดอาการท้องผูกได้ง่ายมากขึ้น เช่น การอั้นอุจจาระ รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย น้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป ดื่มน้ำน้อย ความเครียดหรือความกดดัน โรคทางจิตเวช ปัญหาทางด้านจิตใจ มีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ อยู่ในวัยผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ออก มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยท้องผูกจากภาวะที่ลำไส้เคลื่อนไหวช้า หรือโป่งพองจนไม่สามารถบีบรัดตัวได้แล้ว ที่รักษาโดยการรับประทานยาแล้วไม่ได้ผลและมีความผิดปกติชัดเจนของกล้ามเนื้อและระบบประสาทของลำไส้ที่ได้รับการตรวจยืนยันชัดเจนแล้ว โดยวิธีนี้ต้องผ่านการพิจารณาจากแพทย์เฉพาะทางผู้ชำนาญการเท่านั้น

ด้าน การฝึกการขับถ่าย (Biofeedback Training) สอนให้ผู้ป่วยขับถ่ายอย่างถูกวิธีด้วยเครื่องมือที่แสดงการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่าย ซึ่งสามารถแสดงผลกล้ามเนื้อเชิงกรานและกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณทวารหนักทั้งหมดของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวิธีการขับถ่ายที่ถูกต้อง ทั้งท่าทาง การหายใจ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหูรูด และการรับรู้ความรู้สึก โดยจะทำการฝึกทั้งหมด 6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 – 40 นาที วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลในระยะยาว เมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องรับประทานยา รวมถึงการจัดท่านั่งที่เหมาะสมต่อการขับถ่าย

โดย สามารถปรับพฤติกรรม ได้แก่ ขับถ่ายอุจจาระเมื่อรู้สึกครั้งแรก อย่ารอจนสัญญาณการขับถ่ายอ่อนลง นั่งขับถ่ายในท่านั่งที่เหมาะสม รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใย ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ดื่มน้ำในปริมาณที่มากเพียงพอ

ขอบคุณ : Arak Wongworachat

ฟังเพลงใหม่ แอ๊ด คาราบาว ให้กำลังใจ อนุทิน ชาญวีรกุล ดันกัญชาใช้ทางการแพทย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • แอ๊ด คาราบาว แต่งเพลงให้กำลัง อนุทิน ชาญวีรกุล เดินหน้านโยบายกัญชา
  • เพลงมีชื่อว่า สายเขียวต้อง . . . หนูกัญชา

นักร้องชื่อดัง ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ได้มีการแต่งขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสานนโยบายนำกัญชามาใช้ในการแพทย์ และดันให้พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ

โดยเพลงดังกล่าวมีชื่อว่า สายเขียวต้อง . . . หนู กัญชา มีเนื้อหาทำนองว่า หากคนไทยอยากให้นโยบายนี้ประสบผล เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ ก็ต้องสนับสนุนนายอนุทิน เพราะกว่าจะผลักดันเรื่องนี้สำเร็จ ต้องผ่านความยากลำบากทั้งในกระทรวง และศึกในสภา ดังนั้นกำลังใจแด่ชายที่ชื่อ หนู อนุทิน จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง

ทั้งนี้หลังจากเพลงนี้ถูกอัปลงเว็บแชร์วิดีโอชื่อดัง ทางเพจ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ก็นำไปเผยแพร่ต่อทันที จนทำให้มีคนเข้าไปชมแล้วจำนวนมาก

สำหรับเนื้อเพลง สายเขียวต้อง หนูกัญชา ประกอบด้วย

ฉันเคยอ่านนิทานอีสป ที่ในตอนจบ หนูช่วยราชสีห์
กัญชง กัญชา เป็นของดี ถ้ามีหนูช่วย ก็คงได้ใช้

ได้ใช้ในการที่ได้ปลูก จะกี่ต้น กี่ไร่ ก็ว่าไป
ปลูกเป็นเศรษฐกิจ ยิ่งดีใหญ่ เกษตรกรไทย ได้ลืมตาอ้าปาก

อ้าปาก ก็เพราะว่าได้ปลูก ได้ปลูก ถึงลืมตาอ้าปาก

รากและต้น ใบ ดอกกัญชา ใช้ปรุงเป็นยา เป็นสมุนไพร
ปรุงรส แกงเนื้อ แกงไก่ แทนผงชูรส เจริญอาหาร

ห่างหายจากโรคภัย ยังทะเลาเบาลง จนหายขาด
กัญชามีจารึกในประวัติศาสตร์ ว่าไทยแลนด์เป็นชาติ ใช้กัญชา มาก่อนใคร

สายเหนียว ต้องหนู กันภัย สายอนามัยต้องหนู กัญชา
นโยบาย 6 ต้นเข้าท่า สาธารณสุขจะเปลี่ยนเป็นสุขสมใจ คงไม่ได้หรอก พี่หนู กัญชา มีปัญหาที่ตัวบทกฎหมาย ข้าราชการที่ตัวใหญ่ๆ ที่มีนอก มีใน จนเมืองไทย จะรวย

อ้าปาก ก็เพราะว่าได้ปลูก ได้ปลูก ถึงลืมตาอ้าปาก

ฉันเคยอ่านนิทานอีสป ที่ในตอนจบ หนูช่วยราชสีห์
กัญชง กัญชา เป็นของดี ถ้ามีหนูช่วย ก็คงได้ใช้

ได้ใช้ต้านโรคภัยไข้เจ็บ โรคมะเร็งตัวร้าย ยังหายขาด
เมืองไทยได้เวลา ได้โอกาส ได้ปลดทุกข์ช่วยชาติ เปลี่ยนทาสให้เป็นไทย

สายเหนียวต้องหนูกันภัย สายอนามัย ต้องหนูกัญชา
นโยบาย 6 ต้นเข้าท่า สาธารณสุขจะเปลี่ยนเป็นสุขสมใจ คงไม่ได้หรอก

พี่หนู กัญชา มีปัญหาที่ตัวบทกฎหมาย ข้าราชการที่ตัวใหญ่ๆ ที่มีนอก มีใน จนเมืองไทย จะรวย ดูอาการแล้วน่าเป็นห่วง ทั้งในกระทรวง และศึกในสภา

ครั้งหนึ่ง พี่หนูเคย save เดชา ถ้าอยากปลูกกัญชา ต้องช่วยกัน save พี่หนู…หนูกัญชา

โฆษกตำรวจ ชม รอง ผกก.สภ.กะรน คุมสติได้ดี ถูกนักการเมืองดุใส่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส.ส.โวยตำรวจไม่ส่ง จนท. ดูแลความปลอดภัย ขณะลงพื้นที่
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต
  • คลิปเผยให้เห็นว่า ส.ส. ไม่พอใจรุนแรงก่อนจะจบลงด้วยการขอโทษของเจ้าหน้าที่
  • โฆษกตร.ชื่นชมจนท.ตำรวจ ทำหน้าที่ได้อย่าอดทน ยกเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการปัญหา

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏคลิป ส.ส. รายหนึ่งออกอาการไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต หลังจากที่ไม่ส่งชุดมารักษาความปลอดภัย ระหว่างลงปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบกรณีมีการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมหรู ในพื้นที่ สภ.กะรน จ.ภูเก็ต

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ได้จัดส่งกำลังมาดูแลในส่วนนี้ แต่เหมือนกับว่า ส.ส. รายดังกล่าวจะไม่พอใจ และพยายามอ้างว่า ส.ส. มาทำงานเพื่อบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้เกียรติ เพราะทุกที่เขาก็ทำกันแบบนี้

จากนั้นเหตุการณ์ก็เหมือนจะบานปลายจนมีคนแยกนายตำรวจออกไปยืนห่างๆ จาก ส.ส. รายดังกล่าว ก่อนที่เวลาต่อมาเหตุการณ์จะจบลงด้วยการที่นายตำรวจขอโทษกับ ส.ส. รายดังกล่าวนั้น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ต้องขอชื่นชม และให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของ รอง ผกก.ป.สภ.กะรน ที่ได้ยึดถือตามอุดมคติตำรวจ อดทน ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ใช้กริยาวาจาที่สุภาพซึ่งถือได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ดี

เพราะตำรวจต้องยึดถือตามกรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ หากละเว้นหรือทำนอกกรอบ สร้างความเดือดร้อน ก็จะมีกระบวนการในการตรวจสอบ และลงโทษในทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ส่วนข้อกังวลที่จะทำให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวทำงานยากขึ้นนั้น ไม่ขอวิจารณ์แต่อย่างใด