จี้ตรวจสอบ! เหตุใดกรมทางหลวง ทำป้ายบอกทางซ้ำซ้อน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศรีสุวรรณจ่อร้อง สตง.ตรวจสอบ จวกกรมทางหลวงละลายงบทำป้ายบอกทางซ้ำซ้อน หลังมีผู้แชร์ภาพ
  • รองผู้อำนวยการแขวงการทางหลวง พิษณุโลกที่ 1 (ฝ่ายปฏิบัติการ)แจงแล้ว ระบุเป็นโครงการปรับปรุงคุณภาพป้ายบอกทางให้ดีขึ้น

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีที่มีผู้โพสต์ภาพป้ายบอกทางซ้ำซ้อนกันหลายจุดบริเวณถนนหมายเลข 117 พิษณุโลก – นครสวรรค์ เริ่มจากแยกบ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จนถึงบริเวณมหาวิทยาลัยนเรศวร

หลังจากตกเป็นประเด็น นายโชคชัย มูลป้อม รอง ผอ.แขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 1 (ฝ่ายปฏิบัติการ) ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นโครงการปรับปรุงคุณภาพป้ายบอกทางให้ดีขึ้น เนื่องจากป้ายเก่าใช้มานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยในการปรับปรุงนั้นจะนำป้ายบอกทางคุณภาพดีมาแทนของเดิมที่สามารถสะท้อนแสงได้ดีกว่า ซึ่งนำมาใช้ทั้งหมดกว่า 20 จุด

ทางนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวของกรมทางหลวง ไม่ได้เกิดขึ้นบนถนนสายพิษณุโลก – นครสวรรค์เป็นแห่งเดียวเท่านั้น หากแต่ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดขึ้นในถนนหลายสายในจังหวัดแถบภาคอีสานหลายจังหวัดก็จัดทำในลักษณะเดียวกัน

ทั้งๆ ที่ป้ายเดิมยังมีสภาพใหม่ไม่ชำรุดแต่อย่างใด การชี้แจงของตัวแทนกรมทางหลวงไม่อาจรับฟังได้ หรือทำไมไม่ทำป้ายให้ดีมีคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้นไปเลย นอกจากนั้นยังมีการจัดทำป้ายและติดตั้งในพื้นที่ที่ไม่เกิดมรรผลแต่อย่างใด เช่นป้ายบอกทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ติดตั้งอยู่ริมถนนในจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น

หรือการอนุญาตให้มีป้ายของธุรกิจเอกชนมาติดตั้งเป็นขยะทางสายตาอยู่ริมถนนมากมาย เช่น ป้ายบอกห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าที่ขาย 24 ชั่วโมงของเจ้าสัวใหญ่ ป้ายบอกทางของหมู่บ้านจัดสรร คอนโด ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่ามีผลประโยชน์แอบแฝงในการอนุญาตให้ติดตั้งได้ทั้งสิ้น

กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ากรมทางหลวงได้รับการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปีที่มากเกินไป จนเหลือเฟือและใช้ไม่หมดจึงหากลวิธีในการใช้เงินให้หมดด้วยการทำโครงการเปลี่ยนป้ายใหม่ๆ โดยมีข้ออ้างสารพัด ที่สำคัญป้ายเดิมที่ถอนเก็บไปแล้วอ้างว่าจะนำไปติดตั้งในถนนสายอื่น ๆ ต่อไปนั้น กรณีนี้จะต้องมีการตรวจสอบในรายละเอียดว่าในแต่ละถนนใหม่ที่จะนำป้ายเก่าไปติดตั้งนั้น มีการขอตั้งงบประมาณจัดทำป้ายใหม่ไว้ก่อนแล้วหรือซ้ำซ้อนกันหรือไม่ด้วย

เหตุดังกล่าว ทางสมาคมฯจะนำความไปร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่ากรมทางหลวงได้ใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความคุ้มค่า ซ้ำซ้อนและก่อให้เกิดความเสียหายต่อเงินแผ่นดินหรือไม่ โดยจะนำความไปร้องเรียนในวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.62 เวลา 13.00 น. ณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซอยอารีย์ ถ.พระราม 6 เขตพญาไท … นายศรีสุวรรณกล่าว

ศรีสุวรรณจี้รัฐบาล ระงับงบแก้ภัยแล้งบุรีรัมย์ เหตุมีแหล่งน้ำแต่ไม่อนุรักษ์ไว้

วันที่ 16 ส.ค.2562 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ และเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ประกอบพรบ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ.2561 เพื่อระงับการทุ่มงบประมาณช่วยภัยแล้งในจังหวัดบุรีรัมย์

นายศรีสุวรรณ เปิเผยว่า สืบเนื่องจากหน่วยงานราชการในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.นางรอง ไม่เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์รักษาสระน้ำโบราณ ที่ชื่อว่า “สระหนองรี” ไว้ แต่กลับมีความพยายามที่จะยกเลิกเพิกถอนสระน้ำดังกล่าวเพื่อนำไปถมทิ้งเพื่อสร้างที่จอดรถของโรงพยาบาลนางรอง

โดยอ้างว่าสระน้ำดังกล่าวประชาชนเลิกใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านยังมาตัก มาขนเอาไปใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภค-บริโภคอยู่ทุกวันขณะนี้ อันเนื่องมาจากเผชิญภัยแล้ง ดังนั้นสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงต้องนำความมาร้องนายกรัฐมนตรี และ สทนช. เพื่อดำเนินการ ดังนี้

1)ระงับแผนปฏิบัติการโครงการหรืองบประมาณใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้เห็นความสำคัญของการปกป้อง ดูแล แหล่งทรัพยากรน้ำของพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเลย

2)สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายอำเภอนางรอง นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง ปฏิบัติตาม ม. 6 ประกอบ ม.76 แห่งพรบ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ.2561 โดยดำเนินการระงับการอนุญาตหรือการเห็นชอบให้โรงพยาบาลนางรอง เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันแปลง “สระหนองรี” บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลนางรอง โดยเด็ดขาด

3)สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายอำเภอนางรอง นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง ปฏิบัติตาม ม.6 ประกอบ ม.7 แห่งพรบ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ.2561 ดำเนินการฟื้นฟู “สระน้ำหนองรี” ให้กลับมาเป็นแหล่งรองรับน้ำ ป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน-แก้ไขปัญหาภัยแล้ง และพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประชาชนอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่พรบ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ.2561 บัญญัติไว้ต่อไป

ทั้งนี้ หากข้อเรียกร้องนี้ไม่เป็นผล สมาคมฯจะนำความไปร้องต่อ ป.ป.ช. และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อระงับการทำลายสระหนองรีต่อไป นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

“ดีเจภูมิ” เตรียมพบตำรวจ คดีลักลอบตกปลาอุทยานฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝากเตือน ดีเจภูมิ อย่าอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กรณีตกปลาในพื้นที่อุทยาน
  • ขณะที่ดีเจภูมิ พร้อมทีมงานเตรียมเข้าพบตำรวจภูธรปากน้ำชุมพรในสัปดาห์หน้า

จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ แจ้งความตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพร ให้ดำเนินคดีเอาผิดนายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ นายณฐกร แจ้งเร็ว หรือ เชฟตั้ม พร้อมพวกรวม 7 คน หลังทั้งหมดร่วมตกปลานำมาชำแหละเนื้อ ในเขตพื้นที่อุทยานหมู่เกาะชุมพร ก่อนนำคลิปเผยแพร่ลงยูทูป เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด พันตำรวจโท เดชบัณฑิต ดุลย์เกรี รองผู้กำกับการ สอบสวน สภ. ปากน้ำชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางดีเจภูมิ ได้ติดต่อมาเพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่เนื่องจาก ชุดพญาเสือนั้นติดภารกิจที่กรุงเทพฯ น่าจะเสร็จภารกิจในสัปดาห์หน้า จึงต้องรอไปก่อน

ด้านดีเจภูมิ ได้โพสต์อินสตาแกรม เพื่ออัพเดทความคืบหน้าของคดี โดยยืนยันว่า ทีมงานที่ไปทั้งหมดนั้นมี 6 คน และฝากขอบคุณแฟนคลับที่ให้กำลังใจ และขอโทษต่อสังคม ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทั้งนี้สัญญาว่าต่อจากนี้ไปจะตรวจสอบสถานที่ต่างๆให้ดีก่อนถ่ายทำ

ด้าน นายวราวุฒิ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตนคงไม่ฝากเตือน แต่ฝากว่าอย่าทำเพราะการกระทำแบบนี้ จะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้ และการที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีการกำหนดเขตพื้นที่พื้นทางทะเลอย่างชัดเจน คนที่ขับเรือพาไปตกปลาต้องรู้ว่าเขตที่พาออกไปเป็นเขตอุทยานหรือไม่ ดังนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใคร จะรวยจะจน หรือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง