15 ส.ค. สนามบินฮ่องกงกลับคืนสู่สภาวะปกติ แนะผู้โดยสารเผื่อเวลา 3 ชม.!

ประเด็นน่าสนใจ

  • ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงได้กลับคืนสู่สภาวะปกติ
  • ท่าอากาศยานฮ่องกงประกาศ ขณะนี้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านเดินทางมาถึงสนามบิน 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก
  • ผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสาร หรือผู้ที่จะมารับ-ส่งผู้โดยสารนั้น ไม่ขอแนะนำให้เดินทางมายังสนามบินเว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น

วันที่ 15 ส.ค. 62 เวลา 12.00 น. ทางสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง รายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงได้กลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว โดยสายการบินต่างๆ เปิดให้บริการตามปกติ

ทั้งนี้ การท่าอากาศยานฮ่องกงประกาศแจ้งว่า ในขณะนี้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยจะมีการตรวจสอบเอกสารเดินทางบริเวณอาคารผู้โดยสารทั้ง Terminal 1 และ Terminal 2 และจะอนุญาตให้เฉพาะผู้โดยสารขาออกที่มีตั๋วเครื่องบินหรือ boarding pass ของเที่ยวบินที่จะบินภายใน 24 ชม. และมีเอกสารเดินทาง (เช่น passport) เท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปภายในบริเวณอาคารผู้โดยสารได้

ดังนั้น ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านเดินทางมาถึงสนามบิน 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก เพื่อเผื่อเวลาในการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ส่วนผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสาร ซึ่งรวมถึงผู้ที่จะมารับ-ส่งผู้โดยสารนั้น ไม่ขอแนะนำให้เดินทางมายังสนามบินเว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นจริงๆ เท่านั้น

ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเที่ยวบินของท่าน กรุณาติดต่อไปยังสายการบินที่รับผิดชอบ และเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบิน ท่านสามารถตรวจสอบเที่ยวบินของท่านและประกาศจากทางการท่าอากาศยานฮ่องกงได้ที่ http://www.hongkongairport.com/ 

รถเก๋งพุ่งชนจนท.ขณะปฏิบัติหน้าที่ กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ขับขี่ลดความเร็ว

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผย ภายหลังกรณีเกิดอุบัติเหตุรถเก๋ง พุ่งชนเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงกำแพงเพชร จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 4 ตอน คลองพรุพ้อ – เนินพิชัย ช่วง กม.ที่ 1227+875 ต.ควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 5 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ว่า

กรมทางหลวงขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับบุคลากรของกรมทางหลวงที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ในเบื้องต้นได้สั่งให้สำนักงาน ทางหลวงที่ 18 (สงขลา) แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ดูแลผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด

อธิบดีกรมทางหลวงยังกล่าวต่อไปอีกว่า อยากให้การสูญเสียครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่จะเกิดกับเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงระหว่างปฏิบัติงานในเขตทางหลวง เนื่องจากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา

พบว่าแม้จะมีการติดตั้งป้ายและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ได้ระมัดระวังหรือ ลดความเร็วลงเมื่อผ่านจุดที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่พบว่าผู้ขับขี่ไม่ค่อยให้ความสนใจ และยังคงใช้ความเร็วในบริเวณดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ใช้รถใช้ถนน กรมทางหลวงจึงขอความร่วมมือจากผู้ขับขี่ หากผ่านเส้นทางที่มีเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงกำลังปฏิบัติงาน และเห็นป้ายเตือน ป้ายแนะนำ ขอได้โปรดใช้ความระมัดระวัง และปฏิบัติตามป้ายเตือนป้ายแนะนำอย่างเคร่งครัด

4 ธนาคาร ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 มีผลตั้งแต่วันนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงร้อยละ 0.25
  • เพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี และแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้ารายย่อย มีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

มีรายงานว่าธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ประเภทเบิกเกินบัญชี(MOR) และดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี(MRR) ลงร้อยละ 0.25 ตามดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดไป เพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี และแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้ารายย่อย

ทางด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมีความมุ่งมั่นในการเป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัว จึงพร้อมที่จะตอบสนองต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ MOR และ MRR ลง 0.25% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้ารายย่อย เนื่องจากเป็นอัตราดอกเบี้ยที่กลุ่มลูกค้าดังกล่าวใช้เป็นส่วนใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป