เจ้าของฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ ยืนยันไม่ทรมานหมี

ประเด็นน่าสนใจ

  • สื่อต่างประเทศนำภาพและข้อความเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ระบุว่า สวนสัตว์ในจังหวัดสมุทรปราการ นำหมีควาย 3 ตัว ไปเลี้ยงในบ่อแบบทรมาน
  • เจ้าของฟาร์ม ชี้้แจงว่า นี่เป็นธรรมชาติของหมี และไม่ได้ทารุณกรรมสัตว์

ข้อมูลที่สื่อต่างประเทศสำนักหนึ่งเผยแพร่ออกไป คือหมีควาย เพศเมีย 3 ตัว ถูกเลี้ยงไว้ในบ่อ ภายในฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ อ้างว่า หมีพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากบ่อ ขออาหารจากนักท่องเที่ยว คล้ายกับการถูกทรมาน

เจ้าของฟาร์ม ยืนยันว่า นั่นเป็นพฤติกรรมปกติของหมีควายที่จะมาขออาหาร เพราะคุ้นชินกับนักท่องเที่ยวที่จะยื่นอาหารให้เป็นประจำ และไม่ได้นำหมีไปเลี้ยงรวมกับจระเข้ในบ่อเดียวกัน ตามที่สำนักข่าวกล่าวอ้าง

นายอุเทนยังยืนยันด้วยว่า โครงสร้างบ่อ ออกแบบมาใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้หมีลงเล่นน้ำคลายร้อน และสร้างแนวป้องกัน เพื่อความปลอดภัยระหว่างคนกับสัตว์ โดยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าตรวจสอบฟาร์มแล้ว ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดทุกประการ

ศาลสั่งให้ ‘สนามบินฮ่องกง’ เป็นพื้นที่คุ้มครอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • สนามบินฮ่องกงกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง หลังเกิดการปะทะระหว่างตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุม
  • ล่าสุดการท่าอากาศยานฮ่องกงได้รับคำสั่งศาลให้เป็นพื้นที่คุ้มครอง

การบินของสายการบินต่าง ๆ ในสนามบินฮ่องกงกลายเป็นต้องหยุดชะงักติดต่อกัน 3 วัน หลังมีผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่บุกเข้าไปในอาคารผู้โดยสารทั้งขาเข้าและออก จนกระทั่งการชุมนุม ได้รุนแรงขึ้นอย่างที่เรานำเสนอมาตลอดล่าสุดการท่าอากาศยานฮ่องกง ออกแถลงการณ์ว่า ได้รับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลให้ยับยั้งประชาชนจากการกระทำผิดกฎหมาย จงใจขัดขวางหรือก่อกวนการใช้สนามบินอย่างเหมาะสม

โดยคำสั่งศาลระบุชัดเจนว่า ให้จัดการผู้ประท้วงออกไปจากสนามบินให้หมด ส่วนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกในวันนี้ ลดลงอย่างมาก โดยขาออกเหลือ 51 เที่ยวและขาเข้าเหลือ 61 เที่ยว

ขณะที่ ความเสียหายจากการประท้วงที่สนามบิน ยังส่งผลประทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบิน เป็นมูลค่ากว่า 76 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,300 ล้านบาท หลังยกเลิก 400 กว่าเที่ยวบิน ขณะที่ยอดการจับกุม ทางตำรวจฮ่องกง เปิดเผยว่า มีผู้ประท้วงถูกจับตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาเพิ่มเป็นกว่า 600 คนแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้นักท่องเที่ยวไทย พบว่าเดินทางกลับหมดแล้ว

สำหรับ แรงงานที่ยังคงอยู่ที่ฮ่องกง ปัจจุบันมีคนไทยและแรงงานไทยประมาณ 18,853 คน มีถิ่นพำนักถาวรในฮ่องกงอีกประมาณ 16,000 คน ร้อยละ 90 ประกอบอาชีพผู้ช่วยแม่บ้าน และแรงงานระดับฝีมือรวมถึงระดับบริหาร ตอนนี้ทั้งหมดยังไม่มีรายงานความสูญเสีย

ขณะที่ เว็บไซต์การ์เดียน รายงานว่า สื่อทางการจีน เผยแพร่คลิปวิดีโอบันทึกภาพเสียงอย่างสมบูรณ์แบบ ขณะกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนส่งยานลำเลียงหุ้มเกราะหลายสิบคันมุ่งหน้าสู่เมืองเซินเจิ้น เมืองชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ ริมฝั่งตรงข้ามเกาะฮ่องกง ขณะที่สถานการณ์บนเกาะฮ่องกง ตงแตเมอปลายสัปดาห์ ในช่วงที่ ฮ่องกงตกอยู่ในความตึงเครียดอย่างหนักผู้ชุมนุมเข้ายึดพื้นที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าและขาออกของสนามบินนานาชาติ แม้การชุมนุม จะยกเลิกการปิดสนามบินแล้วแต่ รถหุ้มเกราะเหล่านี้ยังไม่มีรายงานว่ากลับเข้าสู่ฐานทัพแต่อย่างใด

สำหรับการชุมนุมในเกาะฮ่องกง จะเริ่มตรึงเครียดแต่ละสัปดาห์ดาคือวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ การชุมนุมที่ส่งผลระยะยาวนี้ ด้านศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ สุรชัย ศิริไกร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มองว่า กลุ่มผู้เคลื่อนไหวเหล่านี้ ไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่า เพราะปัจจุบัน จีนไม่ได้จำเป็นต้องพึ่งพาฮ่องกง เหมือนอดีต การปิดสนามบินนานาชาติ จึงไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆกับจีน

แต่หากการเรียกร้องยังยืดเยื้อ มีแต่จะทำให้เศรษฐกิจฮ่องกง ถดถอย และนักธุรกิจหนีไปลงทุนต่างประเทศแทน ท้ายที่สุดแล้ว จีนคงไม่อ่อนข้อให้ฮ่องกง เป็นอิสระได้แน่นอน อาจารย์สุรชัยยังวิเคราะห์ด้วยว่า การประท้วงในฮ่องกง หากยืดเยื้อ ต่อเนื่อง ไทยน่าจะได้รับผลดีทางเศรษฐกิจ เพราะนักลงทุนจะออกจากฮ่องกง ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ไทยจะคว้าโอกาสการลงทุนในอนาคต

ผู้โดยสารแฉ!! แท็กซี่ดอนเมืองโกงมิเตอร์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์แชร์ประสบการณ์ถูกโชเฟอร์แท็กซี่โกงมิเตอร์
  • สุดท้ายไปตรวจสภาพรถที่ขนส่ง พบมาการดัดแปลงมิเตอร์จริง โดยมีปุ่มอยู่ที่ด้านขวามือของคนขับ
  • เบื้องต้นตำรวจดำเนินคดี และได้ยึดใบอนุญาตขับรถ เพื่อทำการพักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 3 เดือนเรียบร้อยแล้ว

ภาพเหตุการณ์ขณะที่คนขับแท็กซี่รายหนึ่งกำลังแกะสวิตช์เปิด-ปิด มิเตอร์ภายในรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีโกงค่าโดยสาร ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ได้โพสต์ไว้หลังจากที่พบว่ามิเตอร์ภายในรถคันดังกล่าวขึ้นเร็วผิดปกติ

โดยแฟนหนุ่มของเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมาได้เรียกแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทษ-6559 กทม.สีชมพู-ขาว จากสนามบินดอนเมืองปลายทางซอยอ่อนนุช 8 ระหว่างทางที่นั่งมาสังเกตเห็นมิเตอร์ขึ้นเร็วผิดปกติ จึงแจ้งให้คนขับจอดรถจะลงเพื่อเรียกรถคันใหม่ แต่คนขับยืนยันว่าไม่ได้โกง พร้อมกับพูดว่าไม่ขึ้นทางด่วนก็ราคานี้แหละ ทำให้ตนและแฟนเกิดความโมโหเพราะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดี จึงให้คนขับขับรถไปสถานีตำรวจ โดยคนขับบอกว่าถ้าตรวจแล้วไม่พบว่าโกงมิเตอร์ ต้องจ่ายค่าเสียเวลาเป็นจำนวนเงิน 500 บาท

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง แจ้งให้ไปตรวจที่ขนส่ง จึงได้ไปที่สำนักงานขนส่งพื้นที่ 3 ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทำการตรวจเช็ค จำนวน 3 รอบ ไม่พบการโกงมิเตอร์ ก่อนที่จะทำการตรวจรอบที่ 4 และทราบว่ามีการดัดแปลงมิเตอร์จริง โดยมีปุ่มอยู่ที่ด้านขวามือของคนขับ จึงให้ไปถอดอุปกรณ์ทั้งหมดที่สถานีตำรวจ

ทั้งนี้ แม้คนขับแท็กซี่รายดังกล่าวจะได้รับโทษแล้ว แต่ตนมองว่าโทษที่ได้รับเบาไป คนขับแท็กซี่อาจกลับมาทำอีก ส่วนประชาชนที่ขึ้นแท็กซี่ อยากให้หมั่นมองมิเตอร์ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อแบบตน

ด้านขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 หลังตรวจสอบพบความผิดในกรณีนี้ ได้ทำการเปรียบเทียบปรับคนขับแท็กซี่ในข้อหา ส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ไม่ถูกต้อง เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการ ข้อหา ฉ้อโกงประชาชนและให้ถอดอุปกรณ์ดัดแปลงทั้งหมดที่ สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี และได้ยึดใบอนุญาตขับรถ เพื่อทำการพักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 3 เดือนเรียบร้อยแล้ว พร้อมประสานท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์การขับรถในท่าอากาศยานต่อไป