ชมรมครูเก่าสวนกุหลาบเตรียมแถลงความคืบหน้าจัดสร้างโบสถ์วัดป่านาคำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรุ่งนี้ 15 ส.ค.ชมรมครูเก่าสวนกุหลาบแถลงความคืบหน้าจัดสร้างโบสถ์วัดป่านาคำ
  • จะมีการเปิดรับสั่งจองพระพุทธรูปนาคปรกอย่างเป็นทางการที่สมาคมศิษย์เก่านักเรียนสวนกุหลาบฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่ อาคารตึกยาว โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาฯ เขตพระนคร กทม. ครูจรูญรัตน์ สุวรรณภูสิทธิ์ สมาชิกชมรมครูเก่าสวนกุหลาบ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดสร้าง“พระพุทธศรีมุกดาวิสุทธิเทวาพญามุจลินท์สัตตนาคราช “พระประธานในโบสถ์ของวัดป่านาคำ ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ว่า พรุ่งนี้ พฤหัสฯ ที่ 15 ส.ค.เวลา 13.30 น. ที่สมาคมศิษย์สวนกุหลาบวิทยาลัยฯ ทางชมรมครูเก่าสวนกุหลาบ จะแถลงความคืบหน้าของการจัดสร้างโบสถ์และพระประธานวัดป่านาคำ

โดยในงานจะมีการบอกเล่าด้วยรูปแบบแอนนิเมชั่น ความเป็นมาของการจัดสร้าง ที่ทางชมรมฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะให้วัดแห่งนี้เป็นสถานฝึกปฏิบัติธรรม เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาคม บรรดาเราเหล่าสวนกุหลาบฯ ทั้งศิษย์เก่า-ปัจจุบันทุกรุ่น ครูบาอาจารย์ ผู้ปกครองทุกฝ่าย เครือข่ายโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ทางชมรมฯ ได้ประชุมหารือกันแล้ว จึงมีมติที่จะจัดสร้างพระประธานจำลอง ในรูปแบบพระบูชาขนาดต่างๆ รวมทั้งเหรียญหล่อและเหรียญปั๊ม เพื่อมอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญจัดสร้างโบสถ์ของวัดป่านาคำแห่งนี้ในรูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีความเรียบง่าย คงความเป็นวัดป่า ผู้ออกแบบได้ออกแบบตามแนวความคิดของศิษย์เก่าผู้หลักผู้ใหญ่ให้ไว้

โดยฟอร์มของโบสถ์จะมีสัญลักษณ์ของความเป็นสวนกุหลาบ คือใบเสมา มีการประยุกต์ใช้การเล่นแสงธรรมชาติ เอาผนังซ้อนกันสองชั้นเมื่อมีแสงส่องมาจากภายนอกจะมองเห็นเป็นลักษณะของใบเสมา ซึ่งจะมองเป็นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ถือว่าเป็นแห่งแรกที่ใช้นวัตกรรมแสงธรรมชาติมาเข้ามาเป็นส่วนในการประยุกต์โครงสร้างสถาปัตยกรรมโบสถ์ของวัดนี้

ส่วนฝาผนังที่มีเพียงด้านเดียวจะมีจิตรกรรมประยุกต์รูปแบบชุมชนไทยอีสานกับไทยกลางให้สอดคล้องกัน มีความเชื่อโยงเรื่องราวในยุคสมัยของโบสถ์หลังนี้ที่เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๙ และ มาเสร็จสิ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑๐ เป็นเรื่องราวของคนสมัยใหม่ในปัจจุบัน

สำหรับพระพุทธรูปนาคปรก(พระประธานจำลอง) ทั้งหมดจัดสร้างด้วยมือทีละองค์และจัดทำตามจำนวนที่ผู้มีจิตศรัทธาสั่งจองเท่านั้น

โดยวันที่ 6 ธ.ค.ชมรมฯ จะจัดประกอบพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปวัตถุมงคลทั้งหมด โดยมีพระเถระผู้เชี่ยวชาญในการทำสมาธิจำนวนหนึ่งนั่งปรกในโบสถ์ที่วัดป่านาคำ นำโดยเกจิอาจารย์ ประกอบด้วย พระครูจันทร์วิสุทธิ์ (หลวงพ่อล้วน จันทสาโร)อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีมงคลเหนือ อายุ 93 ปี เป็นพระสายหลวงปู่มั่น , พระสุทธิสารโสภณ (หลวงปู่สังเวียนฐิตเมโธ) เจ้าคณะจังหวัดธรรมยุต จังหวัดมุกดาหาร วัดสุทธิธรรมรังสิยานุสรณ์ , พระธรรมดิลก (หลวงปู่สมาน สุเมโธ) วัดป่าแสงอรุณ , หลวงพ่อทองพูล ทยาลุโก เจ้าอาวาสวัดเขาสุกริม จันทบุรี , พระเทพบัณฑิต เจ้าอาวาสวัด อดีตอธิการมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย จากนั้นรุ่งขึ้นวันที่ 7 ธ.ค. ก็จะทำพิธีเททองหล่อองค์พระประธาน“พระพุทธศรีมุกดาวิสุทธิเทวาพญามุจลินท์สัตตนาคราช”

โดยในวันพรุ่งนี้ 15 ส.ค.2562 ตั้งแต่เวลา 13.30 น.ทางชมรมครูเก่าสวนกุหลาบ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ประธานรุ่นตัวแทนรุ่นและศิษย์เก่าทุกท่าน ผู้ปกครอง ผู้สนใจ มาร่วมชมพระพุทธรูปนาคปรก(พระประธานจำลอง) ของจริงได้ที่สมาคมศิษย์เก่าศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 400 ถนนสามเสน แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม.

พร้อมเปิดรับสั่งจอง โดย ผอ.วีระ กาญจนรังสิตา ประธานชมรมครูเก่าฯ ครูศรีวรรณ รู้ธรรม ครูจรูญรัตน์ สุวรรณภูสิทธิ์ ครูมณฑล วิวิตรกุล ครูชูชม ธรณธรรม ครูพรศิร ทองพันธ์ ครูกาญจนา เตชะวณิชย์ ครูอรทัย สวัสดิ์แดง ครูพรศิริ สุวรรณภูสิทธิ์และคณะกรรมการชมรมครูเก่าฯ จะร่วมต้อนรับศิษย์เก่าฯ และผู้สนใจทุกท่าน

การบินไทยเปลี่ยนแบบเครื่องบินขนาดใหญ่ รับผู้โดยสารตกค้าง ที่ฮ่องกง

ประเด็นน่าสนใจ

  • บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนแบบเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และปรับตารางการบินใหม่บางเที่ยวบิน
  • เพื่อเร่งขนส่งผู้โดยสารการบินไทยและคนไทยที่เดินทางกับสายการบินอื่นที่ตกค้างอยู่ท่าอากาศยานฮ่องกง

วันที่ 14 ส.ค.2562 นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์กลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลชุมนุมในท่าอากาศยานฮ่องกง และมีผู้โดยสารตกค้างที่ท่าอากาศยานฮ่องกง ซึ่งการบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ ภายใต้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม

โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มอบนโยบายให้การบินไทยเร่งจัดเที่ยวบินรับผู้โดยสารทันทีที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบิน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านการปฏิบัติการบินสูงสุด

ซึ่งเมื่อวานนี้ (วันที่ 13 สิงหาคม 2562) การบินไทยได้ขนส่งผู้โดยสารการบินไทยรวมทั้งคนไทยที่ตกค้างจากสายการบินอื่น ดังนี้

• ทำการบินเส้นทางกรุงเทพฯ – ฮ่องกง จำนวน 5 เที่ยวบิน คือ
เที่ยวบิน TG600/628/638/606/602 ของวันที่ 13 สิงหาคม 2562
มีผู้โดยสารเดินทางออกไปจากกรุงเทพฯ รวม 1,716 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีทารก 11 คน

• ทำการบินเส้นทางฮ่องกง – กรุงเทพฯ จำนวน 4 เที่ยวบิน คือ
เที่ยวบิน TG601/629/639/607 (ถูกยกเลิก 1 เที่ยวบิน คือ TG603)
มีผู้โดยสารเดินทางกลับรวม 921 คน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงปิดจุดเช็คอิน และบริเวณทางเข้า ตม. จึงทำให้ผู้โดยสารของการบินไทยตกค้างอยู่อีกประมาณ 150 คน และผู้โดยสารของสายการบินอื่น ที่มาแจ้งความจำนงเดินทางกับการบินไทยอีกประมาณ 60 คน (เป็นคนไทยประมาณ 90%)

โดยการบินไทยได้ประสานให้ผู้โดยสารมาเช็คอินและผ่าน ตม. ก่อนช่วงบ่ายของวัน เพื่อรอขึ้นเครื่องในแต่ละเที่ยวบิน ซึ่งคาดว่าจะสามารถขนส่งผู้โดยสารที่ตกค้างให้กลับถึงประเทศไทยในวันนี้ได้ทั้งหมด

สำหรับวันนี้ การบินไทยได้เปลี่ยนแบบเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และปรับตารางการบินใหม่ในบางเที่ยวบิน เพื่อรองรับผู้โดยสารตกค้าง ดังนี้

• เปลี่ยนแบบเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
สำหรับเที่ยวบิน TG638 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ฮ่องกง
และเที่ยวบิน TG639 เส้นทาง ฮ่องกง – กรุงเทพฯ

• ปรับตารางการบินใหม่
เที่ยวบิน TG602 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ฮ่องกง ของวันที่ 14 สิงหาคม 2562
เปลี่ยนเวลาออกเป็น 02.50 น. (ของวันที่ 15 สิงหาคม 2562) เวลาถึง 06.40 น. (เวลาท้องถิ่น)

ทางบริษัท การบินไทยฯ ได้มอบหมายให้ผู้จัดการทั่วไปของการบินไทยที่เมืองฮ่องกง ประสานงานกับ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง อย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาจัดเที่ยวบินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่เดินทางกับสายการบินอื่น และยังตกค้างอยู่ที่ท่าอากาศยานฮ่องกงต่อไป

ทางการบินไทยระบุว่า บริษัทฯ คำนึงถึงผลกระทบที่ผู้โดยสารได้รับ จึงได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ – ฮ่องกง ที่ออกบัตรโดยสารก่อนวันที่ 5 สิงหาคม 2562 และระบุวันเดินทางระหว่างวันที่ 5 – 26 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงการเดินทางได้ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอความกรุณาผู้โดยสารที่จะเดินทางในเที่ยวบินตามประกาศของบริษัทฯ ให้ติดตามข่าวสารหรือตรวจสอบตารางการบินได้ที่ thaiairways.com หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

ชาวบ้านพะเยาสุดทนโรงงานอบผลไม้พ่นพิษร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายศรีสุวรรณ จรรยา และตัวแทนชาวบ้านจากอำเภอเชียงคำ ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบโรงงานอบผลไม้แห้ง ซึ่งก่อมลพิษ
  • ผู้ร้องอ้างว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องละเลย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงมาขอความเป็นธรรมกับผู้ตรวจการแผ่นดิน
  • เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนไว้เพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านต่อไป

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่14 ส.ค.62 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา  นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน  พร้อมตัวแทนชาวบ้านจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบกรณีโรงงานชื่อเจ.เค.ชนาธาร จำกัด ที่ประกอบธุรกิจอบผลไม้แห้ง แปรรูปผลไม้ก่อมลพิษ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องละเลย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบและมีข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามกฎหมาย  และหากหน่วยงานดังกล่าวไม่ปฏิบัติก็ให้ส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารราลงโทษหน่วยงานเหล่านั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้ชาวบ้านร้องเรียนปัญหาดังกล่าวไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  โดย อบต.
เชียงบาน อำเภอเชียงคำ เคยมีคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบการแต่ก็หยุดแค่ 7 วันแล้วเปิดตัวใหม่ก็เกิดปัญหาซ้ำเดิม ล่าสุดไปร้องที่อุตสาหกรรมจังหวัด ทั้งที่มีอำนาจสามารถสั่งปิดได้ตาม พ.ร.บ.โรงงาน  แต่ก็กลับมีคำสั่งเพียงให้โรงงานแก้ไขปรับปรุงจึงสงสัยว่าโรงงานเส้นใหญ่เพราะแทนที่จะถูกจำกัดก็กลับมีการขยายโรงงาน

น.ส.วราพร อินต๊ะแสน   หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านที่เดินทางมา กล่าวว่า  ชาวบ้านไม่ได้อยากมาร้องที่นี่ แต่สุดจะทนในพื้นที่มีการซิกแซกเต็มไปหมด ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงงานในปี  2548  ชาวบ้านก็ประสบปัญหาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ มีควันพิษเพราะโรงงานยังใช้ถ่านหินในการอบผลไม้  เมื่อร้องเรียนก็เปลี่ยนมาเป็นฟืน  ต่อมาในปี 2553 มีการขอขยายโรงงาน  ทำประชาคมหมู่บ้าน  ชาวบ้านก็ไม่ยอมรับ แต่อุตสาหกรรมจังหวัดกลับอนุมัติให้ขยายโรงงานได้  และทำให้โรงงานขยายเข้ามาใกล้หมู่บ้านไม่ถึง  200 เมตร  จากนั้นชาวบ้านก็ประสบปัญหาน้ำในลำน้ำแวนจากที่สามารถนำมาอุปโภคได้ ก็กลายเป็นสีดำ เพราะโรงงานปล่อยน้ำเสียปลาตาย  ไม่มีปลาให้จับ ผักริมน้ำที่เคยเก็บกินได้ก็เก็บไม่ได้

นอกจากนี้ ช่วง2558-2562 มีปัญหาหนักมาก โดยเฉพาะกลิ่นเหม็นที่มาจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่เป็นบ่อแบบปิด ทำให้เกิดก๊าช ชาวบ้านจึงห่วงว่าอาจจะเกิดการระเบิดหรือไม่  ร้องเรียนไปที่อุตสาหกรรมจังหวัดก็เพียงสั่งให้โรงงานหยุดอบมะม่วง แต่โรงงานยังสามารถอบลำไยได้อยู่    ทุกวันนี้ช่วงเย็นไม่สามารถเปิดหน้าต่างรับลม ไม่ได้แล้ว   เพราะจะมีกลิ่นเหม็นกระจายคุ้มไปทั่วทั้งสองหมู่บ้านที่อยู่ข้างโรงงาน

น.ส.วราพร  ยังเปิดเผยว่าล่าสุดกรมควบคุมมลพิษได้ลงไปเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจ และทราบเบื้องต้นว่าผลการตรวจพบว่าน้ำในลำห้วยมีสารปนเปื้อน  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะจริงไหม เพราะต้องเอกสารอย่างเป็นทางการ ประกอบกับหน่วยงานต่างที่ลงไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ ก็จะระบุว่าไม่พบอะไรที่เป็นปัญหา

อย่างไรก็ตามทางผู้ร้องได้แสดงความกังวลในกรณีที่ผู้ตรวจฯจะลงไปตรวจสอบซึ่งจะต้องมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อร่วมตรวจสอบด้วยนั้น เกรงว่าจะมีการจัดฉาก และให้โรงงานเตรียมตัว เพราะที่ผ่านมาเมื่อหน่วยงานใดจะไปตรวจสอบ ทางโรงงานจะขอเวลา 5-7 วันในการเตรียมตัว ซึ่งเมื่อไปตรวจสอบก็จะไม่พบปัญหาใด  อีกทั้งหากมีการให้ไกล่เกลี่ยสองฝ่าย ปัญหาก็จะหยุดไปสักพัก แล้วก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีก ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาด

น.ส.ณพิชญา ขายสระน้อย เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ชำนาญการ สำนักตรวจสอบเรื่องร้องทุกข์ ฯ เป็นผู้รับเรื่องไว้เพื่อตรวจสอบและเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาสั่งการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านต่อไป