วิปรัฐบาล ​ควักกระเป๋าซื้อวิทยุ แก้ปัญหาไม่ได้ยินเสียงเรียก

วันที่ (14 ส.ค.62 ) คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า วิปรัฐบาลได้จัดซื้อวิทยุทรานซิสเตอร์ จำนวน 10 เครื่อง ราคาเครื่องละ 500 บาท เพื่อเปิดวิทยุรัฐสภา และนำมาติดตั้งในจุดที่เสียงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปไม่ถึง เช่น โรงอาหาร บริเวณหน้าห้องสุขา และห้องสูบบุหรี่

เพื่อแก้ปัญหากรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กลับเข้าไปลงคะแนนในห้องประชุมไม่ทัน ทำให้เกิดเป็นปัญหาในการโหวตร่างข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้าได้แจ้งกับประธานสภาผู้แทนราษฎรรับทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา และคิดว่าถ้ารอไปอีกจะไม่ทันต่อการโหวต จึงจัดซื้อด้วยเงินส่วนตัวมาแก้ปัญหาเป็นการชั่วคราวก่อน พร้อมยืนยันว่าการโหวตในสัปดาห์ที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลไม่ได้แพ้ฝ่ายค้าน เพราะเป็นการโหวตของกรรมาธิการกับสมาชิกเท่านั้น

คุม 2 มือวางระเบิด เข้ากรุงฯ เตรียมทำแผน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งโอนสำนวนคดีให้กองปราบปรามดำเนินการ
  • อาจประสานให้อัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับนอกราชอาณาจักร

พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดป่วนกรุงว่า พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม จัดเตรียมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อรับโอนคดีระเบิดป่วนกรุง ที่ล่าสุดพบว่ามีทั้งหมด 17 จุด จากตำรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และนนทบุรี ไปดำเนินคดีเพียงฝ่ายเดียวโดยให้ทำเป็นคดีเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินคดี

เนื่องจากการสืบสวนที่ผ่านมาพบว่า ระเบิดทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน และกลุ่มผู้สั่งการน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงสาเหตุของการเกิดเหตุ แต่ก็เชื่อว่า น่าจะมีเป้าหมายเพื่อสร้างความวุ่นวายในกรุงเทพฯ
สำหรับการทำสำนวนการสอบสวนทั้งหมด กองบังคับการปราบปราม ได้มอบหมายให้ พันตำรวจเอกสมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บังคับการปราบปราม เป็นหัวหน้าทีมสอบสวน หากพบหลักฐานว่า ใครเกี่ยวข้องกับกระทำความผิดก็ให้เร่งออกหมายจับเพิ่มเติมได้ทันที

นอกจากนี้ ยังให้ประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อติดต่ออัยการสูงสุดให้มาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เนื่องจาก พบว่า คดีนี้เกี่ยวพันกับการก่อเหตุนอกราชอาณาจักรด้วย ซึ่งการประชุมวางแผน อาจ มีขึ้นในเขตแดนของมาเลเซีย

ขณะที่ตำรวจชุดอรินทราช กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุมตัว นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี สองผู้ต้องหา จากจังหวัดนราธิวาส มาถึงยังกรุงเทพฯโดยทั้งสองคนอยู่ในใบหน้าที่อิดโรย เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งโสร่ง ตัดผมสั้นเกรียนทั้งสองคน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถออกจากสนามบิน ไปคุมตัว สน.ปทุมวัน

อย่างไรก็ตามคาดว่าตอนนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานออกหมายจับอีก 2 คน ส่วนผู้ต้องหา ทั้ง 2 ที่คุมตัวมาวันนี้คงจะมีการคุมตัวสอบสวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันนี้ ส่วนการชี้จุดเกิดเหตุเชื่อว่าน่าจะมี แต่ขณะนี้ยังไม่ระบุวันที่แน่ชัด

“มงคลกิตติ์” เตรียมหารือประธานสภาฯ ขอเวลาให้ฝ่ายค้านอิสระ

นายมงคลกิตติ์ สุนสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางเข้ามายังรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังประกาศตัวลาออกจากการร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านอิสระว่า

ยังคงอยู่ในห้องเดียวกับ 10 พรรคเล็ก ที่ประชุมในสภาก็อยู่ใกล้กัน โดยคิดว่าหากเป็นเรื่องส่วนรวม ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็น่าจะเอื้อเฟื้อตน และวันนี้จะไปปรึกษา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการตั้งวิปฝ่ายอิสระเพื่อขอเวลาเพื่อปรึกษาหารือตามรัฐธรรมนูญ เพื่อขอเกลี่ยเวลามาให้ฝ่ายค้านอิสระ “ผมเชื่อว่าฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลมีน้ำใจกับผมอยู่”

ส่วนเรื่องที่จะนำมาหารือในที่ประชุมสภาวันนี้ อาทิ การลักลอบสูบน้ำในเขื่อนลำตะคองของโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันประชาชนได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำซึ่งตนเองมีความเป็นห่วง อีกเรื่องคือการจัดงบกรมชล ที่ อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช ไม่เกิดประโยชน์ มีโอกาสพังสูง หากได้เวลามากจะหารือเพิ่มเรื่องมินิบัสเป็นหกล้อ ตรวจสอบว่าเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์หรือไม่

พร้อมกันนี้ นายมงคลกิตติ์ กล่าวด้วยหากในอนาคต ส.ส. คนใดมีความรู้สึกว่าไม่มีเสรีภาพในการช่วยเหลือประชาชน ก็มาร่วมเป็นฝ่ายค้านอิสระด้วยกันได้ ทั้งนี้ มีความเป็นห่วง 9 พรรคเล็ก หวั่นใจว่าอาจจะไม่เป็นไปตามที่พรรคพลังประชารัฐตกลงกัน กลัวว่าจะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ไม่ได้