บุกค้นห้องพักมือระเบิดป่วนกรุงฯ ย่านรามคำแหง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาระเบิดป่วนกรุง ซึ่งอยู่ในย่านรามคำแหง
  • ทั้งนี้คาดว่าห้องพักห้องนี้ เป็นห้องที่คนร้ายใช้เป็นจุดประกอบระเบิด
  • แรงจูงใจในการก่อเหตุยังไม่เป็นที่แน่ชัด

วันนี้ ถือเป็นวันที่ 6 หลังเกิดเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร นับเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินำทีมแถลงข่าวเอง แม้จะยังไม่เปิดเผยข้อมูลการสืบสวนทุกเรื่องก็ตาม แต่ก็พอจะยืนยันได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติก่อคดีใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การประกอบระเบิดใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังตรวจค้นห้องพักย่านรามคำแหง ซึ่งคาดว่าเป็นจุดประกอบระเบิด ก่อนนำมาวางรอบพื้นทีjกรุงเทพมหานคร โดยพบหลักฐานชัดเจนว่า กลุ่มผู้ต้องหาเข้ามาพักอาศัยก่อนเกิดเหตุ

ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี กองพิสูจน์หลักฐาน และสุนัขตำรวจ เข้าตรวจสอบห้องพักชั้น 2 อะพาร์ตเมนต์ภายในซอยรามคำแหง 53 หลังมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า ที่นี่เป็นที่พักของกลุ่มผู้ต้องหาวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กว่า 10 จุด เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยข้อมูลทางการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้เข้ามาพักอาศัย และอาจมีการประกอบระเบิดขึ้นที่นี่ด้วย ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างหาหลักฐานทั้งในห้องพักของผู้ต้องหา โดยรอบอาคาร รวมไปถึงจุดต้องสงสัยต่าง ๆ ภายในซอยนี้

สอดคล้องกับข้อมูลก่อนหน้านี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่ตำรวจพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุวางระเบิด 4 จุด ท้องที่ สน.พญาไท ได้เข้ามาพักอาศัยในย่านรามคำแหง ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ และวันเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาได้นั่งเรือโดยสารจากท่าเรือย่านรามคำแหง ไปลงที่ท่าเรือประตูน้ำ นำระเบิดเพลิงไปวางตามจุดเป้าหมาย จากนั้นได้เรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทันที

ขณะที่เจ้าของที่ดินและเจ้าของอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครครั้งนี้ พบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้าเข้ามาพักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว คาดว่าเป็นการเข้ามาพักอาศัยกับเพื่อนที่เปิดห้องพักอยู่แล้ว และจากการสังเกตพบว่ากลุ่มนี้จะเดินจับกลุ่มกันครั้งละ 2-3 คน สื่อสารกันด้วยภาษายาวี และมักจะสะพายกระเป๋าเป้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งตัวเองพยายามสอบถามข้อมูล แต่กลุ่มนี้พยายามเดินหนี และท่าทางมีพิรุธ ขณะที่ ฝ่ายสืบสวน ระบุว่า พบหลักฐานความเชื่อมโยงทางคดี แต่ต้องนำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน เบื้องต้น มีทั้งซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ กล่องพัสดุที่มีการตัดชื่อผู้รับและผู้ส่งออก รวมถึงอุปกรณ์บางอย่างที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นส่วนประกอบระเบิดด้วย

ถ้อยแถลงที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า คดีระเบิดหลายจุดในกรุงเทพมหานคร มีความซับซ้อนและไม่ง่ายเหมือนคดีระเบิดทางการเมืองที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันการแถลง ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงสาเหตุแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า แผนประทุษกรรมหลายจุดในกรุงเทพมหานคร มีความเชื่อมโยงกัน และมีลักษณะการก่อเหตุและอำพรางคดีคล้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแม้จะมีหลักฐานแต่การสืบสวนทำได้ยาก

คนร้ายใช้สปาตาร์ไล่ปล้นแทงคนดับ 4 ศพเจ็บ 2 ในแคลิฟอร์เนีย

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดสปาตาร์ไล่ปล้นร้านค้าและทำร้ายผู้คนทางตอนใต้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
  • มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 4 ราย
  • ผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว

วันที่ 8 สิงหาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งใช้อาวุธมีดปล้นและไล่แทงทำร้ายผู้คนในพื้นที่หลายจุด ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีระยะเวลาก่อเหตุเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมงโดยมีผู้เสียชีวิต 4 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออยู่ในช่วงอายุระหว่าง 25-64 ปี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยชายวัย 33 ปีได้

รายงานระบุว่าในวันพฤหัสบดีที่ 8 ส.ค. 2562 ร้อยตำรวจโท คาร์ล วิตนีย์ แถลงข่าวในเมืองการ์เดน โกรฟ ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยชื่อว่านาย ซาชารี คาสตาเนดา ก่อเหตุใช้มีดสปาตาร์ขนาดใหญ่ 2 เล่มเป็นอาวุธ ในเวลาประมาณ 16:00น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า การลงมือไล่แทงคนครั้งนี้ เป็ผนการลงมือแบบไม่เลือกหน้า

โดยมีประชาชนแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามีการบุกปล้นอพาร์ตเมนต์ โดยหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความเหตุย่องเบาที่ร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งในเมืองการ์เดน โกรฟ ก่อนจะย้อนกลับไปที่ย่านอพาร์ตเมนต์ของตัวเองที่อยู่ใกล้กัน และแทงเหยื่ออีก 2 รายเสียชีวิต หลังมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน จากนั้นในช่วงเย็นผู้ต้องสงสัยได้ขับรถไปยังปั๊มแก๊สแห่งหนึ่ง แล้วทำร้ายคนที่กำลังเติมแก๊สได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่สืบสวนตามรอยรถของคนร้ายไปยังร้าย เซเว่นอีเลฟเว่น ในเมือง ซานตา อานา ตำรวจจึงเข้าจับกุม โดยเขาบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า เขาสังหารลูกจ้างชายของร้านอาหร ‘ซับเวย์’ ที่อยู่ไม่ไกลกัน หลังจากนั้นยังมีการสืบทราบอีกว่า ผู้ต้องสงสัยเคยปล้นบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง และแทงพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า การก่อเหตุครั้งนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องเชื้อชาติ แม้ว่าเหยื่อส่วนใหญ่ในครั้งนี้จะเป็นชาวฮิสแปนิก โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจากเหตุกราดยิงในรัฐเท็กซัส เดย์ตัน และโอไฮโอ เพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 31 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุถึงมูลเหตุจากความเกลียดชังทางเชื้อชาติและศาสนาเนื่องจากมือปืนเคยโพสต์แสดงความเกลียดชังชาวฮิสแปนิกผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ผู้แสวงบุญชาวไทยเริ่มออกเดินทางสู่ทุ่งมีนา จุดเริ่มต้น ‘พิธีฮัจญ์’

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีผู้แสวงบุญชาวไทย จำนวน 8 พันกว่าคน เข้าร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้
  • ขณะนี้ได้มีการเริ่มทำการเคลื่อนย้ายผู้แสวงบุญออกจากที่พักในนครมักกะห์ เพื่อมุ่งสู่ทุ่งมีนา
  • ทุ่งมีนา ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการประกอบ ‘พิธีฮัจญ์’

บรรยากาศการประกอบพิธีฮัจญ์ของผู้แสวงบุญชาวไทย ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา หรือตรงกับวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ผู้แสวงบุญ หรือผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ทั่วโลกเกือบ 2 ล้านคน รวมทั้งผู้แสวงบุญชาวไทย จำนวน 8 พันกว่าคน ที่ร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เริ่มทำการเคลื่อนย้ายฮุจยาต หรือผู้แสวงบุญออกจากที่พักในนครมักกะห์ เพื่อมุ่งสู่ทุ่งมีนา เพื่อนอนค้างคืนที่นั้นเป็นเวลา 7 วัน และเตรียมความพร้อมที่จะเดินทางต่อที่ทุ่งอารอฟะห์ และมุสดาลีฟะห์ นับเป็นขั้นตอนแรกของการสู่กระบวนการขั้นตอนแรกของการประกอบพิธีฮัจญ์ อย่างเป็นทางการ

โดยบรรยากากาศของการเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่จากทางสำนักงานกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย คอยบริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้แสวงบุญ นับตั้งแต่โรงแรมที่พักจนถึงทุ่งมีนา และเข้าพักตามเต็นท์ต่าง ๆ ที่ได้มีการจัดเตรียมไว้ สำหรับประเทศไทยในปีนี้ ทางการซาอุดีอาระเบียได้จัดเตรียมเต็นท์ที่พักแก่ผู้แสวงบุญชาวไทย ไว้จำนวน 4 เต็นท์ เพื่อรองรับผู้แสวงบุญ

อย่างไรก็ตามพิธีฮัจญ์ปีนี้ กำหนดให้ผู้แสวงบุญเริ่มเคลื่อนย้ายสู่ทุ่งมีนา ในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 และจะประกอบพิธีต่าง ๆ ตามขั้นตอนของฮัจญ์จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2562 โดยในระหว่างนั้นจะมีการประกอบพิธีที่สำคัญตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ การวูกุฟ หรือการสงบนิ่งที่ทุ่งอาราฟะห์ ซึ่งผู้แสวงบุญจากทั่วโลกจะเดินทางไปรวมตัวกันเพื่อขออภัยโทษบาปต่อพระเจ้า การขอพรที่ปรารถนาในช่วงเวลาบ่ายจนถึงตะวันตกดิน การเดินทางไปยังตำบลมุสฏาลีฟะห์ ค้างแรมเป็นเวลา 1 คืน และจะกลับมาที่ทุ่งมีนาอีกครั้ง ทำการขว้างเสาหิน จากนั้นก็จะเริ่มทยอยเข้าที่นครมักกะห์ เพื่อประกอบพิธีในขั้นตอนสุดท้าย

ขอบคุณที่มา สวท.ยะลา