‘ทักษิณ’ คอนเฟิร์ม ‘ยิ่งลักษณ์’ ได้สัญชาติเซอร์เบีย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักข่าวกระบอกเสียงของเซอร์เบีย ระบุว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับสัญชาติเซอร์เบีย
  • ขณะนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังอยู่ในระหว่างหลบหนีโทษทางอาญา จากคดีทุจริต จำนำข้าว
  • ทางการเซอร์เบียระบุเหตุผลว่า การให้สัญชาติครั้งนี้ ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ
  • นายทักษิณชินวัตร พี่ชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ออกมายืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง

วันที่ 8 สิงหาคม 2562สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณี สำนักข่าวสื่อทางการเซอร์เบีย รายงานว่า รัฐบาลเซอร์เบียอนุมัติสิทธิความเป็นพลเมืองเซอร์เบีย ให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อผลประโยชน์ต่อประเทศ

ภาพประกอบข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย

เจ้าหน้าที่เซอร์เบียปฏิเสธที่จะให้ความเห็น เกี่ยวกับเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของรัฐบาล โดยหลักฐานยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สัญชาติเซอร์เบียแล้ว ถูกตีพิพมพ์ผ่านประกาศของทางการ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา รายงานระบุด้วยว่า จากการได้สัญชาติและสามารถถือหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตของเซอร์เบีย น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่า กว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสมาชิกส่วนใหญ่ของ 28 ประเทศเครือข่ายสหภาพยุโรป หรือ อียู

ส่วนทางด้านนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่าน บีบีซีไทยในกรณีดังกล่าว ยืนยันว่ารัฐบาลเซอร์เบียได้ให้สัญชาติแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจริง พร้อมระบุว่า เป็นคนคุ้นเคยกัน เป็นความสัมพันธ์ที่เขาเห็นว่า เขาได้อ่านประวัติเรา รู้เรื่องเราเยอะ อะไรเกิดขึ้นในไทย รู่ว่าเราทำอะรให้ประชาชนได้ เขาอยากให้เราไปช่วยคิดให้เกิดประโยชน์ เมื่อเราทำประโยชน์ให้บ้านเมืองเราไม่ได้ เราก็ไปช่วยเขา ที่บ้านเราเอาเม็ดยาเก่าหมดอายุ นายทักษิณกล่าว

นายทักษิณ ชินวัตร

อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปเมื่อปี 2553 นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับสัญชาติจากรัฐบาลสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ซึ่งเคยเป็นประเทศเดียวกับเซอร์เบียมาก่อน ซึ่งแต่เดิมมีชื่อประเทศว่า สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวียเซอร์เบียและมอนเตเนโกรมีความร่วมมือกันเฉพาะบางด้านในการเมือง ทั้งนี้ทั้งสองรัฐแยกออกจากกันหลังจากมอนเตเนโกรจัดให้มีการลงประชามติเมื่อปี 2549 ทำให้เกิดประเทศใหม่คือประเทศมอนเตเนโกร ส่วนประเทศเซอร์เบียก็กลายเป็นผู้สืบสิทธิ์ต่าง ๆ ของประเทศเซอร์เบียและมอนเตเนโกร

ที่มา www.japantimes.co.jp

พยากรณ์อากาศ วันนี้ (9 ส.ค.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
  • ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวัง น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากใ
  • ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
  • ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

กทม.เผย หากพบรถจยย.จอดบนทางเท้า แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด เทศกิจยึดได้

รองผู้ว่าฯ กทม. กำชับเทศกิจทุกนายกวดขันผู้ฝ่าฝืนขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าอย่างเข้มงวด

วันที่ 8 ส.ค. 62 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดจับ-ปรับ ผู้ขับขี่หรือจอดรถจักรยานยนต์บนทางเท้า ณ จุดกวดขันจับปรับหน้าค็อกพิท ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย

และจุดบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา พร้อมตรวจดูการจัดเก็บรถจักรยานยนต์ที่จอดในพื้นที่ห้ามจอด โดยรถยกของเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ ณ บริเวณสถานีทางลงรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทั้งนี้เพื่อเป็นการกวดขันไม่ให้มีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า รวมถึงเพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนผู้ใช้ทางเท้า และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

โดยมี นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายจิราวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ คณะผู้บริหารสำนักเทศกิจ ร่วมลงพื้นที่ และให้ข้อมูล

ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เทศกิจดำเนินการกวดขันรถจักรยานยนต์อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งทำการหมุนเวียนปรับเปลี่ยนการตั้งจุดจับปรับเพื่อให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่เขต หากพบผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าให้ดำเนินการจับ-ปรับทันทีเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

และหากพบรถจักรยานยนต์จอดบนทางเท้า แต่ไม่สามารถหาผู้กระทำความผิดได้ ให้เจ้าหน้าที่เทศกิจยึดรถมาเก็บไว้ที่สำนักงานเขต เพื่อรอเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถมาชำระค่าปรับ

หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถไม่มาชำระค่าปรับภายใน 15 วัน ให้ทำการประสานพนักงานสอบสวน สน.ในพื้นที่ ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย