ประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 6 เตือนฝนตกหนัก 8–11 สิงหาคม นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา“ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8–11 สิงหาคม 2562)”  ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 08 สิงหาคม 2562

ทาง กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 8-11 สิงหาคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้

วันที่ 8 สิงหาคม 2562 มีฝนตกหนักบางแห่ง
ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

วันที่ 9 สิงหาคม 2562 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ในช่วงวันที่ 10-11 สิงหาคม 2562 มีฝนตกหนักบางแห่ง
ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบ

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาhttp://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.

น้องฟ้าร้องปอท. โดนละเมิดสิทธิ์ เอาภาพไปเป็นแบบแสดงนิทรรศการตั้งโชว์

น้องฟ้านางแบบในภาพ งาน Women tattoo ผลงานชนะประกวด ดินแดนแสนล้านการเลือกปฏิบัติ ครั้งที่ 1 ร้อง ปอท.โดนละเมิดสิทธิ์เอาภาพไปเป็นแบบแสดงนิทรรศการตั้งโชว์ตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

น้องฟ้า สุนิชา อายุ 18 ปี อดีตนักศึกษา – นางแบบอิสระ ปัจจุบันผันตัวมาเป็นแม่ค้าจำหน่ายเนื้อผ้าออนไลน์ พร้อมกับ นางกรรณิการ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี มารดา เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุโกศล ทองแกมแก้ว รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่นำเอารูปภาพของตนไปแสวงหาประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

น้องฟ้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.เพื่อนตนที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยแจ้งตนมาว่า เห็นรูปของตนเผยแพร่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมกับถ่ายรูปบอร์ดนิทรรศการที่มีรูปตนอยู่ส่งมาให้ดู เมื่อตนเห็นก็จำได้ว่าเป็นรูปภาพที่ถ่ายโดยรุ่นน้องชื่อ “วีม” ที่เคยเรียนมัธยมต้น โรงเรียนย่านปทุมธานี มาด้วยกัน

โดยน้องคนดังกล่าวได้ติดต่อขอถ่ายรูปตนไว้เมื่อตอนต้นปี อ้างว่าจะเอาไปทำชิ้นงานส่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ตนจึงยอมให้น้องวีมถ่ายภาพดังกล่าว ซึ่งภาพที่ถ่ายจะมีลักษณะศิลปะกึ่งเปลือยที่แลเห็นรอยสักแผ่นหลังและร่างกายตน

โดยน้องวีมได้เอาภาพที่ถ่ายไปเผยแพร่ทำชิ้นงานส่งประกวดของ สสส.ในชื่อ Women tattoo จนได้รับรางวัลชนะเลิศ แล้วมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะ 3 อันดับรวม 2 หมื่นบาท
ตนตรวจสอบแล้วพบว่า “คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นควรประกาศให้ทราบว่า รางวัลภาพถ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ “ยอดเยี่ยม” 1 รางวัล ได้แก่ผลงาบ Women tattoo โดย พัชญากา ……… “

ตนเห็นว่า น้องวีม เอาภาพไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ตกลงกันไว้แต่แรก กลับเอาไปส่งประกวดเป็นการแสวงหาประโยชน์ จนได้รับเงินรางวัลมา ตนเองเป็นแบบในรูปกลับไม่ได้รับอะไรเลย เมื่อสอบถามน้อง”วีม”ก็ปฏิเสธที่จะแบ่งเงินรางวัล

คุณแม่ทราบเรื่องก็ได้ติดต่อแจ้งไปตามเพจและมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เอาภาพนี้ไปจัดบอร์ดนิทรรศการ ซึ่งแทบทุกแห่งที่ทราบเรื่องข้อเท็จจริงก็จะลบภาพเหล่านี้ออกจากสารบบทันที

ทั้งนี้ ทางผู้จัดประกวดก็แจ้งว่า บุคคลในภาพเป็นเจ้าของภาพเอง เมื่อทราบเรื่องแท้จริงแล้วเรียกรางวัลคืนแต่ขอให้มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องก่อน วันนี้ตนจึงมาพร้อมคุณแม่เพื่อแจ้งความลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานและถ้าใครยังไม่เคารพสิทธิของตน ยังเอารูปภาพดังกล่าวไปแสวงประโยชน์ต่อไปอีกก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไปด้วย

ด้าน ร.ต.อ.สุโกศล ได้ลงประจำวันให้ตามประสงค์ของผู้เสียหาย พร้อมกับแนะนำให้ฟ้องแพ่งอีกทางหากต้องการส่วนแบ่งเงินรางวัลจากรูปภาพที่ชนะการประกวด มองว่าทั้งช่าวภาพและนางแบบผู้เสียหายมีกรรมสิทธิ์ในภาพเท่ากัน

ด้านนางกรรณิการ์มารดาน้องฟ้า บอกรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม จะไปปรึกษาทนายความเพื่อหาทางเรียกร้องสิทธิลูกสาวต่อไป

ผบ.ตร. เชื่อระเบิดป่วนกรุงเทพ โยงการเมือง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผบ.ตร. ชี้เหตุระเบิดป่วนกรุงเทพ เชื่อมโยงการเมือง
  • คาดมีผู้ร่วมก่อเหตุราว 15 คน
  • ขอสื่ออย่าถามความเคลื่อนไหวคนร้าย เหตุทำ จนท. ทำงานยากขึ้น

วันนี้(8 ส.ค. 62) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องหา ก่อเหตุวางระเบิดด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสืบสวนสอบสวนจากพยานหลักฐาน จึงมีการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่

นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ทำหน้าที่มือวางระเบิด และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ดูต้นทางและคุ้มกัน ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นชาวนราธิวาส และมีประวัติเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาสด้วย

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับได้ที่จุดตรวจปฐมพร ถ.เพชรเกษม ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ในวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เวลา 02.00 น. และขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในความดูแลของตำรวจภูธรภาค 9

ส่วนความคืบหน้ากรณีการวางระเบิดในหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พลตำรวจโท สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการทำงานร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วน และสามารถจัดกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ 4 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มยุทธศาสตร์
2.กลุ่มวางแผนและกำหนดขั้นตอนวิธีปฏิบัติ
3.กลุ่มสนับสนุนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังก่อเหตุ
4.กลุ่มลงมือปฏิบัติ ซึ่งผู้ต้องหาที่จับได้อยู่ในกลุ่มที่ 4

อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนสอบสวนเหตุระเบิด และเหตุเพลิงไหม้ทั้งหมด เชื่อว่า การกระทำของคนร้ายมีลักษณะเป็นขบวนการ มีการอำพรางตัวเข้าไปก่อเหตุ ผู้ร่วมขบวนการมีไม่น้อยกว่า 15 คน

จึงอยากฝากเตือนประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัย แต่งกายลักษณะอำพรางตัว สวมหมวก ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่ตามสถานที่ต่างๆโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ขอความเห็นใจจากสื่อมวลชนและประชาชน ในการถามความเคลื่อนไหวและความคืบหน้าคดีตลอดเวลา เพราะการกระทำเหล่านี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากลำบากมากขึ้น