กรณีเหตุถนนทรุดตัว​ กทม. ยืนยันดำเนินการตามหลักวิศวกรรม

นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. เปิดเผยถึง กรณีเหตุถนนทรุดตัว​ บริเวณถนนเพชรบุรีฝั่งขาเข้า​ หน้าโรงแรมอะเดรียติค เขตราชเทวี เมื่อวันที่ 6 ส.ค.62 ว่า

กรณีดังกล่าวเกิดจากการรั่วซึมของน้ำเป็นเวลานาน ประกอบกับการเสื่อมสภาพของระบบสาธารณูปโภคใต้ดินคือบ่อพักท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2546 ทำให้วัสดุชั้นพื้นทางเกิดการเคลื่อนตัวเป็นโพรง

ซึ่งทางกรุงเทพมหานครได้เร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ปกติภายในวันเดียวกัน ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีแรก กรุงเทพมหานครได้ประสานหน่วยงานสาธารณูปโภคที่ก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาโดยลำดับ อาทิ การประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง บมจ.ทีโอที บมจ.กสท.โทรคมนาคม

ให้กำชับผู้รับจ้างของแต่ละหน่วยงาน ให้ก่อสร้างงานคืนสภาพให้กรุงเทพมหานครถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และตามคู่มือก่อสร้างงานสาธารณูปโภคและบันทึกข้อตกลงที่ลงนามกันไว้ และตรวจสอบความชำรุดบกพร่องงานของตน หลังส่งมอบพื้นที่คืนให้กับกรุงเทพมหานครทุกครั้งอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงรูปแบบมาตรฐานและวิธีการก่อสร้างงานสาธารณูปโภคตามหลักวิศวกรรมฉบับเดิมให้ทันสมัยเพื่อสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในอนาคต

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจได้เริ่มสำรวจโพรงใต้ถนนเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวมาระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากความยาวถนนที่กรุงเทพมหานครดูแลมีความยาว 4,007 กิโลเมตร จึงยังไม่สามารถดำเนินการครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดได้

อย่างไรก็ดีกรุงเทพมหานครจะได้เร่งรัดหาวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว ขอขอบคุณข้อเสนอแนะต่างๆ ในโซเชี่ยลมีเดียที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากรุงเทพมหานคร

ชาวสวนยางเทน้ำยางประชด หลังขายไม่ได้ราคา

ราคายางที่ตกต่ำในรอบ 5 ปี ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อน นายทวีศิลป์ ประทีป เลขานุการภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน ระบุว่า เกษตรกรชาวสวนยางอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาที่เทน้ำยางลาดพื้นประชดราคายางตกต่ำ เพราะขายไปก็ไม่ได้ราคา

โดยต้องการให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำยางดิบเหลือเพียงกิโลกรัมละ 36 บาท จากที่เคยสูงสุด 37 บาท จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ อย่างที่เคยหาเสียงไว้ ว่าราคายางไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาท โดยดูแลเกษตรกรให้ทั่วถึงทั้งที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการฟื้นอุตสาหกรรมยางในประเทศ และส่งเสริมการใช้ยางในประเทศให้ได้ร้อยละ 30 โดยส่งเสริมผู้ประกอบการลงทุนในนิคมต่างๆ เช่น นิคมอุตสาหกรรมฉลุงที่มีเพียงผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่ผลิตถุงยางอนามัย และส่งเสริมให้มีการลงทุนของต่างชาติในอุตสาหกรรมยางพารา ในอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

นายอุทัย ระบุอีกว่า ราคายางที่เกษตรกรขายได้ในขณะนี้ทั้งน้ำยางสดและยางแผ่นดิบ ต่ำกว่าต้นทุนที่กิโลกรัมละ 60 บาท 65 สตางค์ ซึ่งการคาดหวังว่าราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นเป็นสิ่งที่คาดหวังยาก เนื่องจากมีการขยายยางในตลาดล่วงหน้าในราคาต่ำ โดยยางเอสทีอาร์อยู่ที่กิโลกรัมละ 41-42 บาท

ขณะที่เครือข่ายชาวสวนยาง 6 จังหวัดภาคใต้ รวมตัวกันขอให้รัฐเร่งเเก้ปัญหาราคายาง เเละเตรียมยื่นข้อเรียกร้อง ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสัปดาห์หน้า เพื่อจี้ให้เร่งแก้ปัญหาและทำตามนโยบายที่ได้ประกาศที่ไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง

ส่วนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เตรียมเสนอรายชื่อผู้จะดำรงตำแหน่งบอร์ดชุดใหม่ให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำกับดูแล กยท. เพื่อพิจารณาแล้ว

จากนั้นจะนำเข้า ครม.เพื่อเห็นชอบ เร่งเดินหน้า มาตรการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำโดยใช้นโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ให้ได้ในราคาไม่ต่ำกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม และดูดซับปริมาณยางออกจากตลาด นำไปทำถนนพาราซอยส์ซีเมนท์ อุปกรณ์ความปลอดภัยทางถนนทั่วประเทศ ตั้งเป้าดึงน้ำยางออกจากระบบได้กว่า 1 ล้านตัน

ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศ ปลดล็อกแพทย์แผนไทย ใช้กัญชารักษาโรค

วันนี้ (8 ส.ค.2562) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  เรื่อง กำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 58 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 5 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ พ.ศ.2562 ลงวันที่ 29 มี.ค.2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

ข้อ 5 ตำรับยาที่ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทยปรุงขึ้น

จากองค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ชัดเจน และได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังได้เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ที่จะสามารถปรุง หรือสั่งจ่ายตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 26/5 (2) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ที่จะสามารถปรุงหรือสั่งจ่ายตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ได้ พ.ศ.2562 ลงวันที่ 29 มี.ค. พ.ศ.2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

ข้อ 4 แนวทางการปรุงยา สำหรับผู้ป่วยของตน ของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน ต้องมีการระบุองค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ชัดเจนและได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป