เปลี่ยนเงินหลักร้อยเป็นเงินหลักล้าน ด้วยแผนออมสม่ำเสมอ

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ฝันอยากเป็นเศรษฐี แต่เงินจะกินในแต่ละเดือนยังแทบไม่พอใช้ เงินน้อย แต่อยากมีเงินล้าน จะทำยังไงดีนะ?  รู้มั้ยว่า เป้าหมายเงินล้านเป็นจริงได้ไม่ยาก หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีแผนการออมที่เหมาะกับตนเอง ที่สำคัญต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย และปฏิบัติตาม แผนการออมและลงทุน อย่างมีวินัย เพียงแค่นี้ แม้จะเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อย ก็สามารถสร้างเงินล้านได้อย่างแน่นอน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

 

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

เริ่มจากกำหนดเป้าหมายการออมให้ชัดเจน ว่าจะเก็บออมเพื่ออะไร ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ โดยต้องไม่ลืมประเมินก่อนว่า เป้าหมายนั้นสามารถบรรลุผลได้จริงหรือไม่ ยกตัวอย่าง นางสาวจริงใจ (นามสมมุติ) ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนว่า อยากจะมีเงินไปทำธุรกิจส่วนตัว จำนวน 1 ล้านบาท โดยคิดว่าเป้าหมายนี้จะสามารถเป็นจริงได้ ถ้ามีการออมอย่างสม่ำเสมอเดือนละ XXX  บาท โดยใช้ระยะเวลา 10 ปี

2. สำรวจยอดเงินในบัญชีของตัวเอง

เมื่อตั้งเป้าหมายได้แล้ว ก็เริ่มสำรวจยอดเงินในบัญชีของตัวเองได้เลยว่า เราสามารถออมเงินได้เดือนละเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง นางสาวจริงใจ มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท มีค่าใช้จ่ายเดือนละ 28,000 บาท เท่ากับว่านางสาวจริงใจจะเหลือเงินออมเดือนละ 2,000 บาท หรือปีละ 24,000 บาท ดังนั้น ภายในเวลา 10 ปี นางสาวจริงใจจะยังมีเงินออมแค่เพียง 240,000 บาท เห็นแบบนี้แล้วความฝันที่อยากจะมีเงินล้านภายใน 10 ปี คงเป็นจริงไม่ได้อย่างแน่นอน

ดังนั้น สิ่งที่นางสาวจริงใจ ต้องทำเพื่อสานฝันเงินล้าน นั่นก็คือ หาทางเลือกการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนสูงพอที่จะทำให้เงินต้นเติบโตได้ในจำนวนมาก ซึ่งทางเลือกการลงทุนที่ว่านี้ก็อาจจะหาได้ยากและมีความเสี่ยงเกินกว่าที่จะยอมรับได้ แต่ถ้าหากนางสาวจริงใจลองปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายบางอย่างเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ก็จะทำให้มีเงินออมในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้น จะได้นำไปต่อยอดลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่พอเหมาะและไม่เสี่ยงจนเกินไปอีกด้วย

3. เริ่มวางแผนการออม

ถึงเวลาทำตามแผนอย่างมีวินัยโดยเริ่มจากการไปติดต่อสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ฯ (บล.) หรือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฯลฯ เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวมหรือหุ้น จากนั้นก็เลือกลงทุนแบบสม่ำเสมอ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ลงทุนแบบ DCA (Dollar – Cost Averaging) โดยสามารถแจ้งให้สถาบันการเงินตัดเงินออมจากบัญชีเงินเดือนของเราได้เลย ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวกของเราว่า อยากจะลงทุนทุกๆ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือปีละครั้ง โดยในปัจจุบันการลงทุนในกองทุนรวมหรือหุ้นไม่ได้จำกัดให้ลงทุนเฉพาะคนที่มีเงินก้อนโตเท่านั้น เราสามารถทยอยลงทุนได้ด้วยเงินก้อนเล็กของเรา ซึ่งในอนาคตก็จะกลายเป็นเงินก้อนโตได้เช่นกัน เพียงแค่เราจะต้อง มีวินัยในการลงทุน และ มีระยะเวลาลงทุนที่นานพอ เพื่อให้ความมหัศจรรย์ของพลังผลตอบแทนทบต้นทำงานได้อย่างเต็มที่

4. ทบทวนและปรับแผนอย่างสม่ำเสมอ

ข้อนี้สำคัญมาก เราจะต้องไม่ลืมทบทวนและปรับปรุงแผนการออมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพียงเท่านี้จากเงินหลักร้อยก็สามารถกลายเป็นเงินล้านได้ไม่ยาก

ลงทุนเรื่องใหญ่ แต่ไม่ใช่เรื่องยาก ศึกษาข้อมูลเพิ่มได้ที่ >> https://www.set.or.th/happymoney


ติดตามความรู้เพิ่มเติม

คู่มือผู้ลงทุน ฉบับลงทุนในหุ้น

Happy Money Guide ตอน วางแผนการออมสม่ำเสมอ

คู่มือผู้ลงทุน ฉบับลงทุนในกองทุนรวม

e-Learning หลักสูตร “ลงทุนหุ้นฉบับมือใหม่”


Happy Money, Happy Retirement เกษียณสุขเป็นจริงได้ www.set.or.th/happymoney

อังกฤษสั่งอพยพประชาชนนับพัน หลังพบจุดแตกหักบริเวณอ่างเก็บน้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจอังกฤษสั่งอพยพประชาชนนับพันคนออกจากเมืองเวลีย์ บริดจ์ มณฑลดาร์บี้เชียร์ทางตอนกลางของประเทศ
  • คำสั่งอพยพมีขึ้นหลังตรวจพบความเสียหายบริเวณอ่างเก็บน้ำซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่า เขื่อนอาจถล่มลงมาได้

วันที่ 2 สิงหาคม 2562 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าว กรณีพบจุดแตกหักบางส่วนในอ่างเก็บน้ำเก่าแก่ชื่อว่า ‘ทอดด์บรุ๊ค’ ซึ่งตั้งอยู่เหนือเมืองเวลีย์ บริดจ์ มณฑลดาร์บี้เชียร์ทางตอนกลางของอังกฤษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าเขื่อนอาจเกิดความเสียหายมากกว่านี้ เพราะโครงสร้างของเขื่อนส่วนใหญ่เป็นดิน จึงได้แจ้งให้ประชาชนทราบว่ากำแพงของเขื่อนได้รับความเสียหาย จึงขอให้ประชาชนอพยพออกจากเมือง เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้รายงานระบุว่า มีประชาชนราว ๆ 5,000 คนอพยพออกนอกพื้นที่ ไปอยู่ที่โรงเรียน Chapel High School ในเมือง Chapel-en-le-Frith โดยเจ้าหน้าที่แนะนำให้ชาวบ้าน อยู่ห่างจากเมืองไว้ก่อน เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ส่วนทางด้าน สำนักงานสิ่งแวดล้อมของอังกฤษ ออกคำเตือนให้ประชาชน ระวังน้ำท่วมในพื้นที่ของเมืองเวลีย์ บริดจ์ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำกอยต์ซึ่งไหลผ่านใจกลางเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการปิดให้บริการการเดินทางด้วยรถไฟ เพราะหากเกิดเหตุน้ำท่วมขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเดินรถไฟได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในเมืองเวลีย์ บริดจ์ มีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงสองวันที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือของอังกฤษ และยังทำให้สะพานขาดและถนนบางสายได้รับความเสียหาย โดยฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลว่าจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้น

ที่มา www.bbc.com

ผนึกกำลังตั้ง Fake News Center แก้ไขปัญหาข่าวปลอม

ประเด็นน่าสนใจ

  • กระทรวงดิจิทัลฯ บูรณาการกว่า 15 พันธมิตร ผนึกกำลังตั้ง Fake News Center ศูนย์กรองข่าวปลอม แก้ไขปัญหาข่าวปลอม
  • เน้นสื่อสารข่าวการเตือนภัยพิบัติและข่าวลวงที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานในการประชุมหารือการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Fake News) เป็นการเร่งรัดนโยบายด้านการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านดิจิทัล มุ่งเน้นเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง โดยจะตั้งหน่วยงานศูนย์กรองข่าวปลอม (Fake News Center)

เน้นสื่อสารข่าวการเตือนภัยพิบัติ ข่าวลวงที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ การหลอกลวงให้ลงทุน การขายสินค้าอันตรายและผิดกฎหมาย จะมีการหามาตรการและแนวทางในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ร่วมกับหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทรวงกลาโหม กองทัพบก ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าถึงข่าวสารได้รวดเร็วผ่านสื่อออนไลน์ช่องทางต่างๆ กระทรวงดิจิทัลฯ ตั้งใจบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะตั้งคณะกรรมการตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ภายใน 1 สัปดาห์ และศึกษาถึงแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ พรบ. กฎหมายต่างๆ ทึ่แต่ละหน่วยงานถืออยู่

เพื่อผลักดันให้เกิดศูนย์กรองข่าวปลอม (Fake News Center) อย่างเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือนหลังจากนี้ ผมเชื่อว่าศูนย์ฯนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เพราะปัจจุบันมีความเข้าใจผิดจากกระแสข่าวลวงเกิดขึ้นทุกวัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนมาโดยตลอด

โดยจะมีการหามาตรการจัดการเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในด้านต่างๆ ได้แก่

1) พฤติกรรมที่รุนแรง และเกี่ยวกับอาชญากรรม ความรุนแรงและการยุยง บุคคลและองค์กรที่เป็นอันตราย การส่งเสริมหรือการเผยแพร่อาชญากรรม สินค้าควบคุม

2) ความปลอดภัย อาทิ การฆ่าตัวตายและการทำร้ายตัวเอง ภาพโป๊เปลือยของเด็ก และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากผู้ใหญ่ การข่มเหงรังแก และการก่อกวน การละเมิดความเป็นส่วนตัว และสิทธิความเป็นส่วนตัวของรูปภาพ เรื่องล่อหลอกให้ถูกโจรกรรมทรัพย์สิน

3) เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม อาทิ คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง เนื้อหารุนแรงและโจ่งแจ้ง เนื้อหาที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท บุคคลอื่น ภาพโป๊เปลือยของผู้ใหญ่และกิจกรรมทางเพศ การชักชวนทางเพศ ความรุนแรงและการทำร้ายจิตใจ

4) การหลอกลวง และ Fake News อาทิ สแปม การบิดเบือนความจริง ข่าวปลอม การล่อหลอก Fake Account

5) ทรัพย์สินทางปัญญา

6) มาตรการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับผู้เยาว์

7) ความสงบเรียบร้อยของสังคม อาทิ สถาบันหลักของประเทศ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวทิ้งท้ายว่า กระบวนการทำงานของ Fake News Center ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบให้มีความถูกต้อง และบริหารจัดการข่าวปลอมให้ได้เร็วที่สุด มีทีมงานติดตามและคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ มีคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่มีแนวโน้มเป็นข่าวปลอม ทีมงานดำเนินขั้นตอนการตอบโต้ข่าวสารปลอม และเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง