โฆษกรัฐบาลย้ำ! เน้นทำงานอย่างสร้างสรรค์ พร้อมประสานศูนย์ Fake news center

วานนี้ (1 สิงหาคม 2562) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเข้าทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ ว่า

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับเรื่องการทำหน้าที่ในการสื่อสารและชี้แจงข้อมูลข่าวสารผลงานรัฐบาล รวมทั้งแก้ไขความเข้าใจที่คาดเคลื่อน ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องข่าวปลอม หรือ fake news ที่จะประสานความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะมีการตั้งศูนย์ fake news center เพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะด้วย

โดยทางผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามนางนฤมลว่ารู้สึกหนักใจหรือไม่ เพราะการเมืองในช่วงนี้มีการปะทะเชิงวาทกรรมสูง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะตั้งใจจะตอบคำถามเชิงสร้างสรรค์ แต่เลี่ยงไม่ได้ที่อาจจะเจอกับแรงปะทะ ซึ่งก็จะพยายามอดทนและตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ขอกำลังใจให้กับนักการเมืองหน้าใหม่คนนี้ด้วย เพื่อที่จะได้เป็นตัวอย่างของคนที่ยังไม่กล้าเข้ามาสู่การเมือง ให้กล้าเดินเข้ามา

โดยเราตั้งใจจะทำการเมืองใหม่ให้กับประเทศอย่างสร้างสรรค์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปถึงทีมงานรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มอบหมายบุคคลใด และยังไม่บอกว่าจะเป็นท่านใดบ้าง เข้าใจว่ายังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคัดสรร สำหรับแนวทางการทำงานหลังจากนี้นั้น

ตั้งใจว่าจะให้ทีมโฆษกรัฐบาลตอบคำถาม และทำงานอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ตอบโต้ในลักษณะที่ทะเลาะเบาะแว้ง เมื่อได้คณะทำงานครบแล้ว ก็จะได้มีการหารือกันอีกครั้งว่าจะทำงานเชิงสร้างสรรค์กันอย่างไร นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังต้องการให้มีการเปิดกว้าง เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นต่าง ได้แสดงความคิดเห็น ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องรับฟังด้วย

เตรียมหามาตรการช่วยเหลือครูเอกชนให้ได้รับสิทธิ์เทียบเท่าครูภาครัฐ

วันที่ 1 ส.ค.62 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริการจัดการโรงเรียนเอกชน ที่ โรงเรียนลาซาล กรุงเทพมหานคร ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาโรงเรียนเอกชนในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะสิทธิของครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนได้รับสิทธิ วิทยฐานะ สวัสดิการต่างๆ

รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่ขอให้ใกล้เคียงกับหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของครู และเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในวันที่ 1 ม.ค. 2563 จะมีการเริ่มการจัดเก็บภาษี ตามพระราชบัญญัติ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 (12) ที่ไม่ได้ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้สถานศึกษาเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า การดำเนินการมาตรการต่างๆ ตั้งใจที่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ครูเอกชนให้ได้รับสิทธิต่างๆ เท่าเทียมกับครูของภาครัฐ เพื่อที่จะให้ครูเอกชนไม่ต้องไปสอบครูผู้ช่วย โรงเรียนเอกชนจะได้ไม่ขาดครู และเติมเต็มการเรียรการสอนในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่

ขณะเดียยวกันยังได้วางแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตโรงเรียนเอกชนทยอยปิดกิจการลงด้วย อย่างไรก็ตาม จะสรุปประมวลผลข้อมูลการศึกษาเอกชนทั้งหมด เพื่อตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการศึกษาเอกชน

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อประชาชน

ชป.เร่งให้ความช่วยเหลือ ชาวบ้านจากวิกฤตไฟป่าพรุควรเคร็งเมืองคอน

จากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนถึงช่วงบ่ายของวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ไฟได้ลุกลามเข้ามาถึงอำเภอเชียรใหญ่ ทำให้ชาวบ้านที่สัญจรไปมาตามถนนหนทางไม่สามารถสัญจรได้ เนื่องจากมีกลุ่มควันจำนวนมากเข้าปกคลุมพื้นที่ดังกล่าว

วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ป่าพรุควนเคร็ง เป็นป่าพรุที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 223,320 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติประมาณ 165,825 ไร่ และเป็นป่าถาวรตามมติ ครม.ประมาณ 57,495 ไร่ สำหรับสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ป่าพรุในครั้งนี้

คาดว่าเกิดจากการที่ชาวบ้านเข้าไปจุดไฟในพื้นที่ของตัวเอง และไม่สามารถควบคุมไฟได้ จึงทำให้ไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่เขตป่าพรุดังกล่าว โดยมีจุดที่ลุกลามหนักจำนวน 2 จุด ได้แก่ พื้นที่หมู่ 4 ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ และพื้นที่หมู่ 12 ตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มอบหมายให้กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 15 เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน ด้วยการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำรวม 18 เครื่อง สูบน้ำเข้าสู่พื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง เพื่อช่วยป้องกันไฟไหม้ไม่ให้ขยายวงกว้าง

โดยได้นำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้งในพื้นที่ตำบลเคร็ง ตำบลชะอวด ตำบลบ้านตูล อำเภอชะอวด , ตำบลควนชะลิก อำเภอหัวไทร และตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ นอกจากนี้ ยังได้นำเครื่องจักรกลรถขุด 4 คัน เข้าทำการขุดลอกวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ป่าพรุได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุมไฟป่า โดยมีการจัดทำแนวกันไฟในบริเวณพื้นที่โดยรอบ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอให้มั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและแก้ปัญหาในครั้งนี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี