สื่อสหรัฐตีข่าว ‘ลูกชายบินลาเดน’ เสียชีวิตแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • สื่อหลายสำนักในสหรัฐฯ เผยแพร่ข่าวการเสียชีวิตของนายฮัมซา บิน ลาเดน บุตรชายของนายโอซามา บิน ลาเดน
  • แหล่งข่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดในการเสียชีวิตใด ๆ เพียงระบุแค่ว่า เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารที่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ
  • สหรัฐฯ เคยตั้งรางวัลนำจับนายฮัมซาสูงถึง 30.8 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวเคยประกาศว่าจะแก้แค้นให้ผู้เป็นพ่อ

วันที่ 31 ก.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีสื่อในสหรัฐฯอเมริกาได้แก่ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์และหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ของสหรัฐฯ รายงานข้อมูลอ้าง แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่านายฮัมซา บิน ลาเดน บุตรชายของนายโอซามา บิน ลาเดน ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้นำสูงสุดของกลุ่มอัล-กออิดะห์ได้เสียชีวิตแล้วลงแล้ว

แม้ว่าแหล่งข่าวของเอ็นบีซีนิวส์จะไม่ได้ให้ข้อมูลว่าฮัมซาเสียชีวิตด้วยเหตุใด และเสียชีวิตที่ใด แต่แหล่งข่าวของเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เผยว่าฮัมซา เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศตั้งค่าหัวนายฮัมซา โดยมีรางวัลนำจับสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 30.8 ล้านบาท

ทั้งนี้ทั้งนั้น หน่วยข่าวกรองของรัฐบาลวอชิงตันเชื่อว่าฮัมซาเป็นบุตรคนที่ 15 จากทั้งหมด 20 คนของบิน ลาเดน โดยเกิดจากภรรยาคนที่ 3 ที่เมืองเจดดาห์ในซาอุดีอาระเบีย ส่วนใหญ่เขาจะย้ายไปยังปากีสถาน อัฟกานิสถาน และซีเรีย และอาจอาศัยอยู่ในอิหร่าน เนื่องจากไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันเชื่อว่าภรรยาของฮัมซาคือบุตรสาวของนายโมฮัมเหม็ด อัตตา หนึ่งในสลัดอากาศ ที่ร่วมก่อเหตุวินาศกรรม 911 ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544

ทว่า นับตั้งแต่นายบิน ลาเดน เสียชีวิตจากปฏิบัติการลับทางทหารของหน่วยคอมมานโดสหรัฐฯเมื่อปี 2554 ฮัมซาได้ขึ้นมามีอิทธิพลมากขึ้นในหมู่กลุ่มหัวรุนแรง เคยออกมาประกาศว่าเขาจะ “แก้แค้น” ให้กับบิดา ด้วยการโจมตีสหรัฐและชาติพันธมิตร อย่างไรก็ตาม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธให้ความเห็นต่อประเด็นนี้

กรมสรรพสามิตชี้แจง เกี่ยวกับผลกระทบ จากการขึ้นภาษีน้ำตาล

จากกรณีที่ นายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลกระทบจากการ ขึ้นภาษีน้ำตาล ว่าจะทําให้เอกชนหลายรายเปลี่ยนสูตรการผลิตสินค้า โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

ซึ่งในอนาคตจะทําให้ความต้องการอ้อยที่นำมาใช้ผลิตน้ำตาลลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม อ้อยและอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย จนอาจนําไปสู่การเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทั้งนี้ โซเชียล มีเดียมีการนําข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อเนื่อง

กรมสรรพสามิต ชี้แจงประเด็นผลกระทบจากการขึ้นภาษีน้ำตาล โดยนายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี ในฐานะรองโฆษก​กรมสรรพสามิต

โพสต์โดย กรมสรรพสามิต :: Excise Department เมื่อ วันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2019

ซึ่งทางกรมสรรพสามิต ได้ออกมาชี้แจงประเด็นผลกระทบจากการขึ้นภาษีน้ำตาลว่า ปัจจุบันพบว่า ประชาชนไทยมีปัญหาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non- Communicable Diseases : NCDs) อันเนื่องมาจากการบริโภคหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่มีความหวานซึ่งมีปริมาณ น้ำตาลสูง

ดังนั้น รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการบูรณาการร่วมกันทั้งระหว่างภาครัฐและภาค เอกชนพิจารณาออกมาตรการเป็นแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็น รูปธรรมและมีประโยชน์สูงสุด

โดยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้นําเข้าปรับสูตรการผลิต และผลิตสินค้าเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มี สัดส่วนของปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 6 กรัมต่อปริมาตรเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร

ภายในระยะเวลา 5 – 6 ปี มาตรการภาษีถูกนํามาใช้เพื่อลดการบริโภคปริมาณน้ำตาลในสินค้าเครื่องดื่มผ่านกลไกราคา โดยมี การประกาศใช้ภาษีตามปริมาณน้ำตาลในอัตราก้าวหน้าล่วงหน้าเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีระยะเวลาใน การปรับตัว

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการมาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มาตรการภาษี เช่น การใช้ฉลาก GDA และ Healthier Choices Logo ส่งผลให้ผู้บริโภคตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพในการบริโภค เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากขึ้น กล่าวโดยสรุปคือ สินค้าที่มีน้ำตาลสูงจะมีราคาแพงกว่าและยังส่งผลเสียต่อ สุขภาพมากกว่า

ในขณะที่ภาษีความสามารถจะทําให้เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยกว่ามีราคาถูกกว่าและยัง ส่งผลเสียต่อสุขภาพน้อยกว่าอีกด้วย สําหรับการใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลนั้น ภาครัฐมีหน่วยงาน สํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทําหน้าที่ดูแลถึงชนิดสารและปริมาณที่เหมาะสมในระดับปลอดภัย ต่อผู้บริโภคที่สามารถเติมในเครื่องดื่มได้ ซึ่งต้องพิจารณาปริมาณที่เหมาะสมและดําเนินการควบคุมควบคู่ กันไปด้วย

อย่างไรก็ตาม สําหรับผลกระทบจากภาษีความหวานต่ออุตสาหกรรมน้ําตาลที่มีจะส่งผล กระทบต่อราคาอ้อยของเกษตรกรนั้น ภาครัฐได้มีการพิจารณาอุปสงค์และอุปทานของอ้อยทั้งระบบเพื่อลด ผลกระทบดังกล่าว

โดยมีการวางแผนการเพิ่มมูลค่าตลาดทั้งในประเทศและการส่งออกน้ำตาลไปยัง ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้มีการเพิ่มมูลค่าของอ้อยโดยส่งเสริมให้นําไปใช้ในการผลิตสินค้า อื่น อาทิ เอทานอลเพื่อเป็นพลังงานในประเทศและการส่งออก เป็นต้น

ท่าอากาศยานดอนเมือง ให้บริการรถเวียนภายใน ตลอด 24 ชั่วโมง

ท่าอากาศยานดอนเมืองให้บริการรถเวียนภายในท่าอากาศยาน เส้นทางอาคารสำนักงาน ทดม. – อาคารจอดรถยนต์ 5 ชั้น (ตลอด 24 ชั่วโมง)

และจะขยายเส้นทางการให้บริการจากอาคารสำนักงาน ทดม. – ที่กลับรถยนต์ช่องทาง ทอ. (ถนนเทวฤทธิ์พันลึก) พร้อมเพิ่มความถี่ของรอบรถเวียนฯ (ในช่วงเวลาเร่งด่วน) ดังนี้
1. ช่วงเวลา 07.00 น. – 09.00 น. รวมจำนวน 8 รอบ
2. ช่วงเวลา 12.00 น. – 13.00 น. รวมจำนวน 4 รอบ
3. ช่วงเวลา 16.00 น. – 18.00 น. รวมจำนวน 8 รอบ

รถเวียนฯ ให้บริการทุก ๆ 15 นาที รวมให้บริการทั้งหมด 20 รอบ (เฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน) โดยสามารถเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริหารการขนส่งสาธารณะ ท่าอากาศยานดอนเมือง โทร. 0 2535 1247