วันที่ 5-9 ส.ค.นี้ ตรวจไวรัสตับอักเสบบี-ซีฟรี 79 รพ.ทั่วประเทศ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชวนประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ได้ฟรี ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2562 ใน 79 โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ
  • โรคไวรัสตับอักเสบ สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้
  • โรคไวรัสตับอักเสบ พบมากในประชาชนอายุ 30 ปีขึ้นไป

วานนี้ (31 กรกฎาคม 2562) ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์นายแพทย์ทวีศักดิ์ แทนวันดี ผู้แทนสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย และนายแพทย์รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)  ร่วมแถลงข่าวสัปดาห์รณรงค์ตับอักเสบโลก ประจำปี 2562 คำขวัญ คือ “Eliminate Hepatitis B & C” หรือ “กำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี”

นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไวรัสตับอักเสบ สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้ และเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก

พบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังทั่วโลก ประมาณ 257 ล้านคน และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังทั่วโลก ประมาณ 71 ล้านคน  สำหรับประเทศไทยคาดว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ประมาณ 2.2-3 ล้านคน โดยพบมากในประชาชนอายุ 30 ปีขึ้นไป เนื่องจากประเทศไทยมีระบบการให้บริการวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ตั้งแต่ปี 2535

ทำให้การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีลดลงจากอดีตมาก ในปี 2559 คาดว่าเด็กที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ประมาณ 3,800 คน และคาดประมาณผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 356,670 คน ซึ่งพบมากในผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด

ในปีนี้กรมควบคุมโรค มีมาตรการดำเนินการ ดังนี้

1.ดำเนินการคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบซีในผู้ต้องขังในเรือนจำ 22 แห่ง จำนวน 30,000 คน ในปี 2562  และจะขยายเป็น 54 แห่ง ในปี 2563 จากนั้นขยายให้ครบ 142 แห่งทั่วประเทศ ในปี 2564 ตามโครงการพระดำริในพระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในโอกาสที่พระองค์ดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติในการป้องกันเอชไอวี ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระหว่าง พ.ศ.2561-2563 

2.ดำเนินโครงการนำร่องการดำเนินงานการกำจัดไวรัสตับอักเสบบีจากแม่สู่ลูก ใน 15 จังหวัด และเตรียมขยายชุดสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมการตรวจหาการติดเชื้อและให้ยาต้านไวรัส เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกให้ครอบคลุมทั้งประเทศ 

3.กรมควบคุมโรค ร่วมกับสมาคมตับแห่งประเทศไทย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมาตรการกำจัดไวรัสตับอักเสบซี โดยเพิ่มการขยายความครอบคลุมประชากรกลุ่มเสี่ยงเพิ่มอีก 8 กลุ่ม ได้แก่  1)ผู้ต้องขังหรือผู้เคยมีประวัติต้องขัง 2)ชายรักชาย 3)พนักงานบริการทางเพศ

4.ผู้ที่เคยได้รับเลือดและ/หรือรับบริจาคอวัยวะก่อนปี 2535  

5.ผู้ที่เคยสักผิวหนัง เจาะผิวหนังหรืออวัยวะต่างๆ ในสถานประกอบการที่ไม่ใช่โรงพยาบาล

6.ผู้ที่มีภาวะไตวายเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการฟอกไตเป็นประจำ

7.ผู้ที่เคยรับการรักษาจากผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น ฉีดยา ทำฟัน หรือ หัตถการอื่นๆ

8.ผู้ที่มีค่าเอนไซม์ของตับสูงกว่าค่าปกติ   และ 4.กรมควบคุมโรคร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อโรคไวรัสตับอับเสบบีและซี ในประชาชนทั่วไป จำนวน 12 แห่ง ในปี 2562 และจะขยาย 40 แห่ง ในปี 2563 และขยายครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2564

สำหรับสัปดาห์รณรงค์ตับอักเสบโลก ประจำปี 2562 นี้ ขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ได้ฟรี ระหว่างวันที่ 5-9 สิงหาคม 2562 ณ โรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 79 แห่ง ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ (รายชื่อ 79 รพ.ที่เข้าร่วมโครงการฯ http://bit.ly/2LHJMM9) สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

รองศาสตราจารย์นายแพทย์ทวีศักดิ์ แทนวันดี ผู้แทนสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมตับแห่งประเทศไทย มีบทบาทหน้าที่ในการให้ความรู้ทางวิชาการแก่แพทย์ ได้เห็นความสำคัญของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี  จึงได้ร่วมกับกรมควบคุมโรคจัดทำแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และดูแลรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี

โดยปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นเปลี่ยนจากการรักษาไวรัสตับอักเสบซี จากยาฉีดอินเตอร์เฟอรอน เป็นยาต้านไวรัสชนิดรับประทานที่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ และลดขั้นตอนการตรวจยืนยันโดยยกเลิกการตรวจยืนยันด้วย Fibroscan เป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างง่ายๆที่สามารถทำได้ในโรงพยาบาลชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ สมาคมตับแห่งประเทศไทย ยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดสิทธิบัตรยาในเรื่องของตับ โดยได้ผลักดันยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคไวรัสตับอักเสบให้ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ ซึ่งขณะนี้ ยา Sofosbuvir และ Veltaspavir ได้รับการบรรจุเข้าสู่สิทธิบัตรยาในวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 ในชื่อ Myhep All ทำให้สามารถรักษาได้ในผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีทุกคน  และใช้เวลาเพียง 12 สัปดาห์ ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้

ด้านนายแพทย์รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี โดยเมื่อปีที่แล้วได้บรรจุการตรวจรักษาไวรัสตับอักเสบซี ให้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ในกลุ่มประชากร 2 กลุ่ม

ได้แก่ กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี และกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด ในปีนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะขยายความครอบคลุมกลุ่มประชากรเพิ่มขึ้นอีก 8 กลุ่ม เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ในการตรวจรักษาเพิ่มขึ้น และเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในสิทธิ์การรักษาต่อไป

เตือนฝนตกหนัก-ฝนตกต่อเนื่อง จากพายุโซนร้อน “วิภา”

ประเด็นน่าสนใจ

  • พายุโซนร้อน วิภา จะพัดขึ้นฝั่งเวียดนามวันพรุ่งนี้ (2 ส.ค.)
  • ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และฝนตกหนักบางแห่ง
  • ขอให้ประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
  • เรือเล็ก งดออกจากฝั่งถึงวันที่ 6 ส.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศ “พายุบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2562)” ฉบับที่ 8 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (1 ส.ค. 62) พายุโซนร้อน “วิภา” มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ ละติจูด 20.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวค่อนมาทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าในวันที่ 2 สิงหาคม 2562 พายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน

ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้

สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 1 – 6 สิงหาคม 2562 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น จะทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ท่าอากาศยานเบตง คืบหน้าแล้วร้อยละ 90

นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลาแนวทางปฏิบัต ว่า ภาพรวมการก่อสร้าง ทั้งงานก่อสร้าง ทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินรวมถึงอาคารที่พักผู้โดยสารของกรมท่าอากาศยาน ขณะนี้ดำเนินการได้ร้อยละ 90

ในส่วนของงานก่อสร้างอาคารหอบังคับการบินของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือ บวท. เริ่มดำเนินการก่อสร้างงานฐานรากแล้ว รวมถึงการก่อสร้างอาคารเครื่องช่วยการเดินอากาศ VOR/DME ได้เริ่มก่อสร้างงานฐานรากแล้วเช่นกันด้านความคืบหน้าในการขอจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศของ บวท. และกรมอุตุนิยมวิทยา ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องการอนุญาตใช้พื้นที่แล้วอยู่ระหว่างนำเสนอเอกสารให้กับ สำนักการงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย อนุมัติจัดตั้งขณะเดียวกันจะขออนุญาตเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตงในลักษณะที่ขึ้นลงชั่วคราวเพื่อทำการบินทดสอบอุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ

รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจัดทำวิธีปฏิบัติการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน เพื่อให้สามารถใช้สนามบินเบตงได้โดยไม่ล้ำแดนประเทศเพื่อนบ้าน ว่า ขณะนี้วิธีการปฏิบัติการบินดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยแล้ว อย่างไรก็ตามในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมหารือรายละเอียด ความคืบหน้าโครงการ ท่าอากาศยานเบตงกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์