คืบหน้า! ประเด็นดราม่า ครูกล้อนผมนักเรียน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้อำนวยการโรงเรียน ยืนยันนักเรียนที่ถูกครูใช้กรรไกรตัดผมจนแหว่ง เป็นการลงโทษนักเรียนที่ไว้ผมยาว แต่ครูไม่ทราบว่านักเรียนที่ถูกตัด มีรอยแผลเป็นมาก่อน
  • ด้านนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ระบุว่าการลงโทษนักเรียนตามระเบียบควรมีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ เพราะอาจเข้าข่ายสร้างความทรมานทางจิตใจให้กับเด็ก

แฟนเพจเฟซบุ๊ก “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” ได้โพสต์เรื่องราวเด็ก ม.1 จากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดขอนแก่น ถูกคุณครูไถผมด้านหน้าจนแหว่ง เรื่องที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์มากขึ้น เนื่องจากตัวเด็กมีปมเรื่องแผลเป็นจากการถูกไฟไหม้ ทำให้ครูถูกวิจารณ์ว่า การลงโทษของครูเหมือนเป็นการตอกย้ำปมด้อยเด็กหรือไม่

ล่าสุด นายสุริยันต์ เหล่ามะงึก ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกโพธิ์ชัยศึกษา ยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเช้าของวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการตรวจทรงผมของนักเรียนและพบน้องผมยาวจริง ครูจึงได้ตัดออก แต่ก็มาพบว่าน้องมีแผลเป็น และสาเหตุที่ไว้ผมเพราะต้องการปิดแผล เหตุการณ์นี้ตักเตือนครูไปแล้ว และขอโทษนักเรียนและครอบครัว อย่างไรก็ตามเมื่อทางโรงเรียนทราบว่าครอบครัวของน้องอ้น ค่อนข้างยากจน จึงได้สนับสนุนในเรื่องของทุนการศึกษาด้วย

การบั่นทอนจิตใจ สามารถร้อง UN เอาผิดครูได้

ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การลงโทษนักเรียนหากทำผิดจากกฎระเบียบที่ตั้งไว้ สามารถทำได้ แต่ก็สามารถผ่อนปรนได้ตามแต่กรณีไป และการลงโทษไม่ควรทำโทษให้เกิดความอับอาย ซึ่งเด็กสามารถร้องเรียนต่อสหประชาชาติได้ เพราะอาจเข้าข่ายสร้างความทรมานทางจิตใจให้กับเด็ก

สำหรับการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีการไถผม หรือตัดผม ไม่ปรากฎอยู่ในกฎกระทรวง

ไม่ต้องตกใจ ดาวเคราะห์น้อย 2 ดวงเคลื่อนใกล้โลก

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้มีดาวเคราะห์น้อย 2 ดวงเคลื่อนตัวใกล้โลกอีกครั้ง
  • ดวงแรกจะเกิดขึ้นในเวลา 13.30 น. ขณะที่อีกดวงเกิดขึ้นเวลา 17.36 น.
  • การเคลื่อนตัวครั้งนี้ นาซ่ายันไม่ส่งผลกระทบต่อโลกแต่อย่างใด

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือ นาซ่า ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ (28 ส.ค. 2562) จะมีดาวเคราะห์น้อยจำนวน 2 ดวงโคจรเฉียดใกล้โลกอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ดาวเคราะห์น้อย (Asteroid) 2006 QQ23 ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับความสูงของตึกใบหยก 2 หลัง ได้โคจรใกล้โลกมาแล้วในวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยดาวเคราะห์ดวงแรกมีชื่อว่า 2019QS ซึ่งถูกพบเป็นครั้งแรกเมื่อ 21 ส.ค. มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 33-73 เมตร จะโคตรเข้าใกล้โลกระยะ 1,307,888 ไมล์ ในเวลาประมาณ 13.30 น.

ขณะที่อีกด้วยมีชื่อว่า 2019 OU1 มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 76-170 เมตร ถูกพบเมื่อ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา จะเคลื่อนตัวผ่านโลกในเวลาประมาณ 17:36 น. โดยจะอยู่ห่างจากโลก 638,606 ไมล์

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นทางนาซ่า เผยว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโลกแน่นอน แม้ทั้ง 2 ดวงจะเฉียดเข้าใกล้โลกในระยะเวลาไม่ห่างกันก็ตาม

นอกจากนี้ นาศ่ายังเผยว่า ในช่วงศตวรรษนี้จะยังไม่มีดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกแต่อย่างใด แต่โอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยจะชนโลกจะเกิดขึ้นในปี 2728 หลังดาวเคราะห์น้อยที่ชื่อว่า 2009FD เคลื่อนตัวใกล้โลกมากที่สุด ซึ่งโอกาสชนโลกครั้งนี้คิดเป็น 1 ต่อ 714 หรือราว 0.2% เท่านั้น

กทม.ใช้ตาข่ายดักขยะ ป้องกันขยะไหลลงแม่น้ำและทะเล

ประเด็นน่าสนใจ

  • กทม.ทดลองใช้ตาข่ายดักขยะบริเวณปลายท่อระบายน้ำ ป้องกันขยะไหลลงแม่น้ำและทะเล
  • ผู้ว่าฯกทม.เผย แม้จะรวบรวมขยะทางน้ำได้ง่ายขึ้น แต่ไม่สามารถดักขยะชิ้นเล็กๆ และคราบไขมันได้

พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ทางกทม.ได้ทดลองติดตั้งตาข่ายดักขยะที่ปลายท่อระบายน้ำ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการกรองและจัดเก็บขยะในคูคลอง ป้องกันขยะไหลสู่แม่น้ำและทะเล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำตามธรรมชาติ

โดยกทม.ได้ศึกษาข้อมูลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ทำอยู่ทั้งในและต่างประเทศ เช่น จังหวัดระยอง และประเทศออสเตรเลีย เพื่อศึกษาความเหมาะสมและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งก็พบว่า การติดตั้งตาข่ายดักขยะสามารถช่วยรวบรวมขยะทางน้ำได้ง่ายขึ้น แต่ไม่สามารถดักขยะชิ้นเล็กๆ และคราบไขมันได้ ทำให้ขยะยังคงไหลไปติดบริเวณสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำ

ที่สำคัญยังยากในการจัดเก็บ เพราะกทม. เป็นชุมชนเมืองหนาแน่น ในแต่ละวันมีขยะสมจำนวนมาก ยิ่งขยะเปียกน้ำยิ่งน้ำหนักมาก ต้องใช้รถเครนช่วยยกตาข่ายดักขยะ เพราะแรงงานคนไม่ไหว

ขณะที่คูคลองบางแห่งพื้นที่จำกัด ทำให้รถเครนเข้าพื้นที่ไม่ได้ ก็ต้องใช้แรงงานคนเหมือนเดิม ยิ่งช่วงฝนตกใหม่ๆ ขยะจำพวกถุงพลาสติกจะลอยน้ำมาติดตาข่ายเป็นอันดับแรกๆ และสะสมจนปิดปลายท่อ ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก น้ำระบายผ่านท่อน้ำลงสู่คูคลองได้ช้า เสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมขังบนผิวจราจรและพื้นที่เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กทม.ใช้วิธีติดตั้งตะแกรงท่อระบายน้ำบริเวณผิวจราจร ซึ่งจะมีคนงานรักษาความสะอาดช่วยเก็บขยะหน้าตะแกรงเพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางและเปิดทางน้ำไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฝนตก

ทั้งนี้ทางกทม.เปิดเผยว่า จะสำรวจและทดลองติดตั้งตาข่ายดักขยะในพื้นที่ที่รถเครนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บต่อไป