‘สันธนะ’ แฉ!! มีนักการเมืองหนุนหลัง ‘บ่อนสะพานใหม่’

ประเด็นน่าสนใจ

  • สันธนะ ประยูรรัตน์ เปิดข้อมูลเบื้องหลังปล้นบ่อน สะพานใหม่ ว่ามีนักการเมือง อยู่เบื้องหลัง
  • ด้านเสือดุสิต ล่าสุด โดนดำเนินคดีเพิ่มอีก 1 คดี ข้อหาลักลอบเล่นไฮโล

พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เผยว่า หลังจากที่ นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ เสือ ดุสิต นายวัชระ มากจงดี และนายอนนต์เศรษฐ์ อวยพร ประกันตัวชั้นศาล ก่อนที่ศาลมีคำตัดสิน ปรับคนละ 2 พันบาท ล่าสุด ตำรวจได้เรียกทั้ง 3 คน มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มในคดีร่วมกันเล่นพนันไฮโล ส่วนนายสัมภาษณ์ โสภี ยังถูกคุมตัวเพราะไม่มีหลักทรัพย์

ส่วนการเปิดให้ลักลอบเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้แจ้งข้อหากับนายมานิตย์ ใช้ประทุม ผู้เช่าโกดัง และ น.ส.ปัญภรณ์ อินทรจันทร์ เจ้ามือ ขณะนี้ทั้งคู่ยังไม่เข้าพบตำรวจ ทั้งนี้ยืนยันบ่อน พึ่งเปิดได้แค่ 3 วัน ส่วนชื่อ เฮีย ต. ที่ถูกระบุเป็นเจ้าของบ่อนนั้น ตำรวจยังไม่มีข้อมูล

สำหรับเหตุการณ์นี้ทางด้าน นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล แฉว่ามีกลุ่มนายทุนและนักการเมืองหนุนหลัง ช่วยต่อสู้คดีทำให้สำนวนคดีอ่อน

กฟผ. ยืนยัน เปิดเสรีนำเข้าแอลเอ็นจี ทำให้ค่าไฟถูกลงในระยะยาว

ประเด็นน่าสนใจ

  • กฟผ. ยืนยันนโยบายรัฐให้ กฟผ. นำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน เพื่อเพิ่มการแข่งขันในธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • เชื่อมั่นส่งผลดีค่าไฟฟ้าถูกลงในระยะยาว และสัญญาการนำเข้า ฯ มีความยืดหยุ่น ไร้ปัญหาค่า Take or Pay

นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงประเด็นการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ของ กฟผ. เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติในการเปิดเสรีแก่บุคคลที่สาม

โดยมอบหมายให้ กฟผ. นำร่องเป็นผู้จัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจีไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ซึ่ง กฟผ. ดำเนินการเปิดประมูลจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติตามขั้นตอนอย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายทั้งในประเทศและต่างประเทศแข่งขันเสนอราคา

จนกระทั่งได้ผู้เสนอราคาแอลเอ็นจีที่มีราคาถูกกว่าราคาต่ำสุดของสัญญาจัดหาระยะยาวของประเทศในปัจจุบัน และหากนำไปเฉลี่ยรวมกับก๊าซธรรมชาติจาก อ่าวไทยและเมียนมาร์จะมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับแอลเอ็นจีที่ใช้อยู่ในระบบปัจจุบัน โดยจะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ กฟผ. เพื่อไม่ให้เกิดภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้า

ส่วนความกังวลว่าการนำเข้าแอลเอ็นจีของ กฟผ. จะทำให้เกิดปัญหาค่าปรับตามสัญญาไม่ใช้ก็ต้องจ่าย หรือ Take or Pay นั้น กฟผ. มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหา เนื่องจาก กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดค่า Take or Pay

โดยสัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีของ กฟผ. มีความยืดหยุ่น สามารถปรับลดปริมาณการนำเข้า โดยกำหนดปริมาณไว้ระหว่าง 0.8 -1.5 ล้านตันต่อปี อีกทั้ง กฟผ. ได้เจรจากับบริษัทคู่สัญญาให้ดำเนินการขายแอลเอ็นจีส่วนที่ไม่ได้ใช้ให้กับรายอื่นแทน กฟผ. ต่อไป

กฟผ. ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของประเทศ โดย กฟผ. เล็งเห็นถึงโอกาสในการเลือกซื้อแอลเอ็นจีในราคาต่ำสุด ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากใช้ไฟฟ้าราคาถูกลงในอนาคต

ได้ฤกษ์ ผู้ป่วยบัตรทองรับยาได้ที่ร้านขายยา ลดความแออัดในโรงพยาบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • สปสช. พร้อมแล้วให้ผู้ป่วยรับยาที่ร้านขายได้
  • เริ่ม 1 ต.ค. นี้
  • มาตรการนี้เพื่อเป็นการลดความแออัดใน รพ. และความสะดวกของผู้ป่วย

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ออกมากล่าวถึงมาตรการลดปัญหาความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลว่า ขณะนี้ที่ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การลดความแออัดในโรงพยาบาล ได้มีมติแล้วว่าให้ผู้ป่วยที่ถือบัตรทองสามารถไปรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านที่มีเภสัชกรประจำเข้าร่วมโครงการแทนได้

ซึ่งนโยบายนี้นอกจากจะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลแล้ว ยังเป็นผลดีต่อผู้ป่วยด้วยเพราะทางเภสัชกรผู้จ่ายยาจะได้มีเวลาอธิบายถึงการใช้ยากับผู้ป่วยมากขึ้น แถมสะดวกสบายต่อผู้ป่วยด้วย ส่วนความกังวลเรื่องคุณภาพของยานั้น ยืนยันว่าตัวยาทุกชนิดที่จ่ายเป็นยาชนิดเดียวกับทางโรงพยาบาล

และในวันที่ 1 ต.ค.2562 จะเริ่มดำเนินการตามนโยบาย โดยจะนำร่องในส่วนของโรคที่ผู้ป่วยต้องรับยาต่อเนื่องและโรคเรื้อรัง ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จิตเวช และหอบหืด คาดว่า จะผู้ป่วยไปรับยาที่ร้านยาร้านละ 15 คนต่อวัน

สำหรับขั้นตอนนั้น ผู้ป่วยจะต้องเข้าระบบของรพ.ก่อนเพื่อวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ จากนั้นแพทย์จะให้ใบสั่งยามาแสดงที่ร้านยา หรือเป็นผู้ป่วยที่แพทย์มั่นใจแล้วว่าสามารถคุมโรคหรืออาการที่เป็นได้

ซึ่งจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาหลังจากผู้ป่วยไปรับการตรวจที่รพ.แล้ว ครั้งต่อไปก็อาจจะมารับยาที่ร้านยาได้เลย โดยที่ร้านยามีการเชื่อมต่อข้อมูลออนไลน์กับรพ.ตลอดเวลา