รฟม.เปิดทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายเพิ่มอีก 2 สถานี

ประเด็นน่าสนใจ

  • การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค
  • โดยมีรถไฟฟ้าให้บริการระยะห่างระหว่างขบวนประมาณ 8 นาที เวลาที่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 21.00 น.

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) จะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค เพิ่มอีก 2 สถานี รวม 7 สถานี จากสถานีวัดมังกร – สถานีบางหว้า โดยสถานีที่เปิดทดลองให้บริการเพิ่มได้แก่ สถานีบางไผ่ และสถานีบางหว้า ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

โดยมีรถไฟฟ้าให้บริการระยะห่างระหว่างขบวนประมาณ 8 นาที เวลาที่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 21.00 น. ทั้งนี้ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากรถไฟฟ้าสาย สีน้ำเงิน (สถานีเตาปูน – สถานีหัวลำโพง) จะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าที่สถานีหัวลำโพง เพื่อเดินทางไปยังสถานีในสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย (สถานีวัดมังกร – สถานีบางหว้า)

อย่างไรก็ตาม รฟม. และ BEM จะทยอยปรับการให้บริการไปจนถึงระดับการให้บริการตามปกติ เช่น การขยายจำนวนสถานีให้บริการ หรือการเดินรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องถึงสถานีหลักสอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าที่สถานีหัวลำโพง ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบต่อไป

‘กรุงเทพโพลล์’ เผยปชช. เชื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้การใช้จ่ายคล่องขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’กรุงเทพโพลล์’ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ความคิดเห็นต่อแพ็คเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ด้าน”
  • จากผลสำราจประชาชนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ด้าน ทำให้การใช้จ่ายคล่องขึ้น

‘กรุงเทพโพลล์’ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ความคิดเห็นต่อแพ็คเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ด้าน” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,189 คน พบว่า ประชาชนร้อยละ 48.1 ทราบข่าวแพ็คเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ3ด้านของรัฐบาลแล้ว

ขณะที่ร้อยละ 51.9 ยังไม่ทราบ

  • ร้อยละ 47.8 มองว่า มาตรการดังกล่าวจะสามารถช่วยได้ในระดับมากถึงมากที่สุดคือ เรื่องการประกันรายได้ในพืชเศรษฐกิจหลัก
  • ร้อยละ 41.6 ด้านชดเชยการปลูกข้าว
  • ร้อยละ 38.6 ด้านเงินกู้ฉุกเฉินรองรับภัยแล้ง

ส่วนการผ่อนคลายหนี้สินด้านดอกเบี้ยให้เกษตรกร, สนับสนุนสินเชื่อใหม่และต้นทุนการเพาะปลูก เป็นการช่วยได้ในระดับปานกลางเท่านั้น

ทั้งนี้ ประชาชนเชื่อว่า มาตรการเพิ่มเงินพิเศษผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เป็นเวลา 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.) จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้มากน้อยเพียงใด พบว่าร้อยละ 49.5 สามารถช่วยได้ในระดับมากถึงมากที่สุดคือ การแจกเงินบรรเทาค่าใช้จ่ายผู้สูงอายุที่ถือบัตรคนจนเดือนละ 500บาท ร้อยละ 39.9 แจกเงินพิเศษผู้ถือบัตรคนจน เดือนละ 500บาท แต่ ร้อยละ 39.9 เห็นว่าช่วยได้ในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด

นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ 44.5 เชื่อว่า มาตรการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในประเทศ จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระดับมากถึงมากที่สุดในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้เข้าถึงแหล่งทุน/กู้เงินได้ง่ายขึ้น ส่วนด้านกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช็อปใช้” โดยให้เงิน 1,000 บาทต่อคน นั้น ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 52.5 เห็นว่าช่วยได้ในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 42.4 เชื่อว่า ประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้ง 3 ด้าน มากที่สุดคือ เกิดการใช้จ่ายคล่องตัวขึ้น รองลงมา ร้อยละ 40.5 มีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศดีขึ้น และ ร้อยละ 34.5 มีความสุขในการดำเนินชีวิตไม่ติดขัด

สรุปสถานการณ์ล่าสุด #PrayforAmazonas

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลังจากเกิดกระแส #PrayforAmazonas จากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าแอมะซอน ทำให้ผู้คนทั่วโลกตื่นตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • คนดังหลายคนต่างออกมากล่าวถึงเหตุการณ์นี้ แต่ทางด้านนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า “สถานการณ์เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”
  • ปธน.ของบราซิลได้ออกมากล่าวถึงปัญหาไฟไหม้ป่าแอมะซอนในครั้งนี้ แต่ดูเหมือนจะเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับผู้คนชาวบราซิล
  • ล่าสุด เริ่มมีการประท้วงตอบโต้ต่อการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวขึ้นในหลายพื้นที่ของบราซิล
ภาพถ่ายดาวเทียมของนาซ่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏกลุ่มควันที่เกิดจากไฟไหม้ป่าแอมะซอนอย่างชัดเจน

สถานการณ์เพิ่มเริ่มต้น

สำหรับสถานการณ์ไฟไหม้ป่าแอมะซอน ในกว่าครึ่งเดือนแล้วที่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งจากรายงานของนาซ่าจากการใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาพบว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าแอมะซอนรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี โดยจะเพิ่มหนักขึ้นในช่วงประมาณปลายเดือน กรกฎาคม ไปจนถึงเดือนตุลาคม

ภาพแสดงจำนวนจุดความร้อนสะสมจากข้อมูลของ Global Fire Emissions Database (GFED) โดยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมระบบ MODIS (ภาพโดย Nasa)
ภาพแสดงจำนวนจุดความร้อนสะสมจากข้อมูลของ Global Fire Emissions Database (GFED) โดยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมระบบ VIIRS (ภาพโดย Nasa )

ซึ่งจากกราฟด้านบนจะเห็นว่า ไม่ว่าจะใช้ข้อมูลดาวเทียมในระบบ MODIS หรือ VIIRS ก็แสดงปริมาณเหตุไฟไหม้สะสมที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีว่า สิ่งเหล่านี้ “เพิ่งเริ่มต้นฤดูกาลเท่านั้น”

ภาพจุดที่เกิดไฟไหม้ป่าแอมะซอน ระหว่างวันที่ 15-22 ส.ค. 62 ( Credit : Nasa )

ปริมาณของคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่เกิดขึ้น

จากข้อมูลของนาซ่า AIRS รายงานว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่เกิดขึ้นในเหตุไฟไหม้ป่าแอมะซอนในครั้งนี้จะแพร่กระจายออกไปจากทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของผืนป่าแอมะซอนลอยไปทางใต้และตะวันออก

ซึ่งจะเป็นปริมาณความเข้มข้นของคาร์บอนมอนอกไซด์ที่มีความเข้มข้นประมาณ 100 ส่วนต่อพันล้านโดยปริมาตร (ppbv) สีเหลืองที่ประมาณ 120 ppbv และสีแดงเข้มที่ประมาณ 160 ppbv และก๊าซเหล่านี้จะคงอยู่ในอากาศไปอีกนานนับเดือนเลยทีเดียว

โดยก๊าซที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้น จะไม่ได้มีผลกระทบต่อการหายใจของมนุษย์มากนัก แต่จะลอยสูงขึ้นไปและส่งผลกระทบต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก

ภาพแอนิเมชั่นแสดงปริมาณคาร์บอนมอนนอกไซที่เกิดขึ้นในช่วง 8-22 ส.ค.ที่ผ่านมา (Credit: NASA/JPL-Caltech)

ปธน. ของบราซิลระบุ NGO เป็นคนเผา ต่างชาติอย่ายุ่ง

โดยเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าแอมะซอนแล้ว ทางด้านของนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีองฝรั่งเศส ก็ได้ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นในแอมะซอนนั้น เหมือนกับไฟที่กำลังไหม้บ้านของเรา และจะเสนอให้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ในการประชุม G7 ด้วย โดยมีอีกหลายฝ่ายต่างสนับสนุนด้วยกับสิ่งที่นายมาครงจะเสนอ

หลังจากที่นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีองฝรั่งเศส ได้แสดงความกังวลต่อประเด็นที่เกิดขึ้นนี้ นายชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิล ก็ได้สวนกลับอย่างเผ็ดร้อนว่า การที่นายมาครง เสนอประเด็นนี้ในเวที G7 ที่ไม่มีบราซิลและประเทศอื่นๆ ในแถบนี้เข้าร่วมนั้น เป็นความคิดแบบนักล่าอาณานิคมที่ล้าสมัยไปแล้ว

พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า ภาพถ่ายที่นำมาใช้-แชร์กันนั้น เป็นเพียงภาพตัดต่อเท่านั้น

โดนัลทรัมป์ ทวีต อยากร่วมแก้ปัญหา

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (24 ส.ค.) นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความพร้อม Mention ถึงนาย ชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิลในเรื่องไฟป่าแอมะซอนในครั้งนี้ด้วยว่า

จาการพูดคุยกับ ชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิล อนาคตของการค้าขายและความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลกับสหรัฐฯ นั้นจะเข้มแข็งขึ้นกว่าที่เคย และยืนยันว่า จะให้การช่วยเหลือในเรื่องของไฟไหม้ป่าแอมะซอนในครั้งนี้ด้วย

ทางด้านนายชาอีร์ โบลโซนาโร ก็ได้ตอบกลับว่า ยินดีที่ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา การที่นายโดนัล ทรัมป์ยินดีที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือในการปกป้องผืนป่าแอมะซอนถือเป็นการทำงานร่วมกันที่เคารพสิทธิ์ระหว่างประเทศกัน

ซึ่งจากถ้อยคำดังกล่าวนั้นจะเห็นได้ชัดว่า ปธน.ของบราซิลนั้นแอบ “แซะ” นายมาครงอย่างแน่นอน

ริโอฯ เริ่มระอุ

หลังจาก ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิลได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะไม่ยอมรับปัญหา ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มออกมาต่อต้าน และไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายชาอีร์ โบลโซนาโร ได้ให้สัมภาษณ์ โดยได้ออกมารณรงค์ให้ร่วมกันออกมาประท้วงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับร่วมกันนำหม้อกระทะ ออกมาเคาะไล่ นาย