ปภ. ชี้การปรับแต่งไฟรถยนต์ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ประเด็นน่าสนใจ

  • กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะข้อควรรู้เกี่ยวกับไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณของรถยนต์
  • หากเลือกใช้ไฟซีนอน ควรเลือกใช้ไฟซีนอนตามมาตรฐาน ปรับแสงไฟหน้ารถ ให้เหมาะสม ส่วนไฟตัดหมอกควรเลือกใช้และติดตั้งไฟตัดหมอกที่ได้มาตรฐาน และเปิดใช้งานเมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่ทัศนวิสัยไม่ดี
  • หากใช้ของที่ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือ ใช้งานผิดประเภท อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

โดยหากเลือกใช้ไฟซีนอน ควรเลือกใช้ไฟซีนอนตามมาตรฐาน ปรับแสงไฟหน้ารถ ให้เหมาะสม ส่วนไฟตัดหมอกควรเลือกใช้และติดตั้งไฟตัดหมอกที่ได้มาตรฐาน และเปิดใช้งานเมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่ทัศนวิสัยไม่ดี รวมถึงไม่ควรทำการรมดำโคมไฟหน้า – ไฟท้าย และไม่เปลี่ยนสีสัญญาณไฟนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เพราะจะทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน และผู้ขับรถคันอื่นมองไม่เห็นสัญญาณไฟ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การปรับแต่งรถให้มีความสวยงาม โดยเฉพาะไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ทั้งการใช้หลอดไฟที่มีความสว่างมากกว่าปกติ และการดัดแปลงโคมไฟครอบสัญญาณไฟ อีกทั้งการเปิดใช้ไฟสัญญาณไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรรู้เกี่ยวกับไฟส่องสว่างและสัญญาณไฟ ดังนี้

ไฟซีนอน เป็นไฟที่มีความสว่างมากกว่าปกติ ลำแสงส่องสว่างได้ไกลในลักษณะกระจาย หากติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน แสงไฟจะสะท้อนเข้าตาผู้ที่ขับรถสวนทางมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นควรเลือกใช้ไฟซีนอนที่ได้มาตรฐาน และปรับไฟหน้ารถให้เหมาะสม

โดยทิศทางของแสงไฟต้องไม่ส่องสูงหรือกระจายออกด้านข้าง ต้องปรับตั้งให้ส่องสว่างในระดับเดียวกันทั้งสองข้างไฟตัดหมอก ควรเลือกใช้และติดตั้งไฟตัดหมอกที่ได้มาตรฐาน หลอดไฟต้องเป็นแสงสีขาวหรือแสงสีเหลือง กำลังไฟไม่เกิน 55 วัตต์ ติดตั้งให้ลำแสงพุ่งตรงไปด้านหน้าในระดับเดียวกันทั้งสองข้าง และเปิดใช้งานไฟตัดหมอกเมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มีทัศนวิสัยไม่ดี และปิดไฟตัดหมอกเมื่อมีรถขับสวนทางมา เพราะจะทำให้ผู้ขับรถคันอื่นสายตาพร่ามัวก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ไฟหน้า – ไฟท้าย เป็นไฟที่ให้แสงสว่างหลัก

ซึ่งมีความสำคัญต่อระยะการมองเห็น และการควบคุมรถ รวมไปถึงช่วยให้ผู้ขับรถคันหลังมองเห็นรถเรา ได้ในระยะไกล ดังนั้นไม่ควรทำการรมดำโคมไฟหน้า – ไฟท้าย เพราะทำให้แสงไฟส่องสว่างลดลง หากทัศนวิสัยไม่ดี อาจส่งผลให้ผู้ขับรถคันอื่นมองไม่เห็นรถเราจากระยะไกล รวมถึงช่วงกลางวันอาจมองไม่เห็นไฟเบรก ช่วงกลางคืนอาจมองไม่เห็นไฟท้าย

และไม่ควรเปลี่ยนสีสัญญาณไฟนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เพราะทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน และผู้ร่วมใช้เส้นทางมองไม่เห็นสัญญาณไฟ รวมถึงแสงไฟอาจจะส่องเข้าตาผู้ขับรถคันอื่น จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อความปลอดภัย

ท้งนี้ควรใช้หลอดไฟตามที่กฎหมายกำหนด ไฟหน้าต้องเป็นแสงสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน และส่องสว่างให้มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่ต่ำกว่า 100 เมตร ไฟเลี้ยวด้านหน้ารถต้องเป็นไฟกระพริบสีเหลืองอำพัน ส่วนด้านหลังรถต้องเป็นไฟกระพริบ สีเหลืองหรือสีแดง ไฟเบรกต้องเป็นแสงสีแดง แสงไฟส่องสว่างสม่ำเสมอในขณะที่เหยียบเบรกเท่านั้น กรณีอยู่ร่วมกับโคมไฟท้าย ต้องมีความสว่างมากกว่าไฟท้าย ไฟส่องป้ายทะเบียนต้องเป็นแสงสีขาว และส่องสว่างให้มองเห็นป้ายทะเบียนได้ชัดเจนในระยะไม่ต่ำกว่า 20 เมตร

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ให้เหมาะสมและได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการใช้โคมครอบสัญญาณไฟที่ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 ส.ค.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
  • ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบเชิงเขาในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือ ด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

อนึ่ง พายุ “ไป๋ลู่” บริเวณตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านทางตอนใต้ของเกาะไต้หวันในวันนี้(24 สิงหาคม 2562) และจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศจีนฝั่งตะวันออกในวันที่ 25 สิงหาคม 2562 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย

พยากรณ์อากาศ วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

รถตู้ ‘อดีต ผบ.ตร.’ พลิกคว้ำตกคูน้ำ บาดเจ็บ 6 คน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุรถตู้โดยสารส่วนบุคคลพลิกคว่ำบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์)
  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย หนึ่งในนั้นคือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

มีรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารส่วนบุคคลพลิกคว่ำบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ที่เกิดเหตุพบเป็นรถตู้โดยสารไม่ประจำทางยี่ห้อฮุนได รุ่นเอช 1 สีบรอนซ์เงิน ป้ายแดง ทะเบียน ท 7199 กรุงเทพมหานคร ชนกับแนวรั้วกันทางพลิกตะแคงข้าง ตกลงไปในคลองระบายน้ำระหว่างทางคู่ขนานกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ช่วงกิโลเมตรที่ 1 ขาออก สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน

จากการตรวจสอบพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย หนึ่งในนั้นคือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

ขอบคุณ : INN