ป.ป.ส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ป.ป.ส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้ยุทธการ “1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด” ครั้งที่ 11/2562
  • ภายใต้การปฏิบัติการนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 22 สิงหาคม 2562 สามารถจับกุมผู้ผลิตยาเสพติด 25 ราย ผู้ค้ายาเสพติด 742 ราย ผู้เสพยาเสพติด 2,846 ราย และยาเสพติดเป็นจำนวนมาก

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการ “1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด” ครั้งที่ 11/2562 ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษายาเสพติด ปี 2562 ณ ห้องประชุมศูนย์บัญชาการ สำนักงาน ป.ป.ส.

สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง รวม 551 นาย ดำเนินการปิดล้อม/ตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชน จำนวน 1 เขต 23 อำเภอ ใน 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปราจีนบุรี นครราชสีมา สกลนคร พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ และนราธิวาส ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษายาเสพติด ปี 2562 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ภายใต้การดำเนินงานของ นายวรกร บุ้งทอง ป้องกันจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.ท.พิศาล กล่ำไพ สว.สส. สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.อ.กลยุทธ ด่อนแผ้ว ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี นายชัชวาลย์ หัสดี ป้องกันจังหวัดปราจีนบุรี พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.สส.สภ.สีคิ้ว พ.ต.ท.นิคม วิชาชัย สารวัตรสืบสวน ศอ.ปส.ภ.4 พ.ท.สามารถ อยู่สำราญ หัวหน้าชุดทหารสารวัตร มณฑลทหารบกที่ 29 จังหวัดสกลนคร พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผกก.ภ.จว.พิษณุโลก นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี ปลัดจังหวัดพิษณุโลก พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล รอง.ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.อ.ฐากูร พากเพียรทรัพย์ กอรมน.กระบี่ พ.ต.อ.นพสิทธิ์ มิตรภักดี รอง ผบก.ปส.4 และ พ.ต.ท.ปราโมทย์ แก้วขาว รอง.ผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส

ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวม 46 ราย เป็นผู้ผลิต ยาเสพติด 2 ราย ครอบครองเพื่อจำหน่าย 4 ราย ครอบครองยาเสพติด 8 ราย และผู้เสพยาเสพติด 32 ราย สามารถยึดของกลาง ยาบ้า 5,352 เม็ด ไอซ์ 0.46 กรัม ใบกระท่อม 1,056.4 กรัม ต้นกระท่อม 1 ต้น น้ำกระท่อม 11.65 ลิตรอาวุธปืน 2 กระบอก และกระสุน 40 นัด

สำนักงาน ป.ป.ส. มุ่งเน้นการปราบปรามกลุ่มนักค้ายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมสอดส่องดูแล แจ้งเบาะแสเข้ามาที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 เพื่อลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนตนเอง โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในชุมชน และให้ประชาชนมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของภาครัฐ

ภายใต้การปฏิบัติการนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 22 สิงหาคม 2562 ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น หมู่บ้าน/ชุมชน ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ผลิตยาเสพติด 25 ราย ผู้ค้ายาเสพติด 742 ราย ผู้เสพยาเสพติด 2,846 ราย ยึดยาบ้า 10,208,211 เม็ด ไอซ์ 36,426.48 กรัม เฮโรอีน 175.16 กรัม กัญชา 1,105,156 กรัม ใบกระท่อม 419,131 กรัม น้ำกระท่อม 522.95 ลิตร ต้นกระท่อม 19 ต้น ต้นกัญชา 19 ต้น คีตามีน 1,061 กรัม ฝิ่น 470 กรัม ยาอี 6 เม็ด เอ็กตาซี่ 6,786 เม็ด อาวุธปืน 70 กระบอก กระสุน 440 นัด และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 24 ล้านบาท

เซ็นทรัลฯ แจง เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ต ทำถูกต้องตามกฎหมาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ต ถูกท่าอากาศยานไทย ระงับการก่อสร้างเหตุรุกล้ำเข้ามาในเขตของกรมธนารักษ์
  • เซ็นทรัลพัฒนา ยันโครงการนี้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
  • โครงการนี้จะเปิดให้บริการ 31 ส.ค. นี้

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย เอาเต็นท์ปิดทางเข้า เนื่องจากมีการรุกล้ำเข้ามาในเขตของกรมธนารักษ์

อีกทั้งเพื่อรอการตรวจสอบแบบก่อสร้างจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เนื่องจากการก่อสร้างอยู่ใกล้สนามบิน และหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน ว่า

โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทยนั้น ดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอานาจหน้าที่รับผิดชอบแล้ว

เนื่องด้วยขณะนี้มีข่าวสารที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาต์เล็ต ระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทยนั้น

บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งไม่ตรงกับข้อกล่าวอ้างที่สื่อต่างๆ ได้รับแต่อย่างใด โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้

  1. บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายและปฏิบัติตามข้อกำหนดการก่อสร้างบนพื้นที่ตั้งของโครงการ รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายผังเมืองปัจจุบันอย่างเคร่งครัด
  2. บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตการเชื่อมทางเข้าออกโครงการอย่างถูกต้องจากหน่วยงานที่มีอำนาจในการอนุมัติ
  3. บริษัทฯ ได้รับอนุญาตในการเชื่อมต่อและขยายเขตวางท่อประปาและไฟฟ้าอย่างถูกต้องจากหน่วยงานผู้มีอำนาจ ซึ่งการขอใช้น้ำประปา ไฟฟ้า ถือเป็นสิทธิการเข้าถึงการให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานตามปกติของประชาชนทั่วไป

บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นลักชูรี่เอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) จากฝีมือคนไทยเป็นที่แรกในประเทศไทย

เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งระดับโลก พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ

เพื่อให้ย่านสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบเป็นเมืองสนามบินที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก โดยโครงการมีกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2562 นี้

ไซเตสขึ้นทะเบียนยีราฟเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • การประชุมสัตว์ป่าโลกไซเตส ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ มีมติขึ้นทะเบียนยีราฟเป็นสัตว์ป่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
  • ที่ประชุมมีมติให้ขึ้นทะเบียนยีราฟเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ 106 เสียงต่อ 21 เสียง
  • ที่ประชุมไซเตสเผยว่า ประชากรยีราฟในธรรมชาติเหลืออยู่ไม่กี่หมื่นตัวเท่านั้น

หลังจากมีการประชุมสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Conference) หรือที่รู้จักกันในชื่อ CITES ลงมติในวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อให้ปกป้องสายพันธุ์ ‘ยีราฟ’ ในฐานะสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นครั้งแรก โดยในที่ประชุมระบุว่า ประชากรยีราฟในธรรมชาติเหลืออยู่ไม่กี่หมื่นตัว

การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการคุ้มครองยีราฟทั่วโลก ทำให้การซื้อขายชิ้นส่วนยีราฟทั้งเนื้อ หนัง กระดูก จะต้องได้รับอนุญาตและต้องไม่ใช่ชิ้นส่วนที่ได้มาจากการลักลอบล่าสัตว์ นอกจากนี้ ประเทศผู้อนุญาตจะต้องตรวจสอบความสมดุลของประชากรยีราฟก่อนการอนุญาตให้ส่งออก

จากมติในที่ประชุมดังกล่าว มีมติให้ขึ้นทะเบียนยีราฟเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 106 ต่อ 21 เสียง ทำให้บางประเทศในแอฟริกันคัดค้านการขึ้นทะเบียนครั้งนี้เพราะประเทศเหล่านั้น มีประชากรยีราฟเพิ่มขึ้น และยกเหตุผลที่ว่า ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่าการค้าขายชิ้นส่วนยีราฟเป็นสาเหตุของการลดจำนวนลง

ส่วนทางด้าน ไมนา ฟิลิป มูรูธิ จากมูลนิธิสัตว์ป่าแอฟริกัน เผยว่า ยีราฟกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจะสูญพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกาตะวันออก ตะวันตก และแอฟริกากลาง ซึ่งประชากรยีราฟค่อย ๆ ลดลงถึง 40% ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาจากสาเหตุถิ่นที่อยู่อาศัยน้อยลง ไปจนถึงการค้าขายชิ้นส่วนยีราฟ และการถูกล่าเพื่อเอาเนื้อ  การล่าเพื่อความบันเทิง นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้จำนวนยีราฟลดลง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากทางฝั่งสหรัฐฯระบุว่า การค้าขายชิ้นส่วนยีราฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในยระหว่างปี 2006-2015 สหรัฐฯ นำเข้าชิ้นส่วนยีราฟกว่า 40,000 ชิ้น หรือเท่ากับยีราฟอย่างน้อย 3,751 ตัว นอกจากนี้อเมริกาคือตลาดชิ้นส่วนผิดกฎหมายของยีราฟที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย