หมอก้อย เผยความทรงจำสุดประทับใจระหว่างดูแล ช่วง ช่วง

ประเด็นน่าสนใจ

  • หมอ-พี่เลี้ยง เผยความประทับใจ ช่วง ช่วง แพนด้ายักษ์ฟังภาษาคำเมืองได้
  • รับเสียใจในการตายของ ช่วง ช่วง แต่ต้องทำงานต่อเพราะมีหลินฮุ้ยให้ดูแล

ยังคงอยู่ในช่วงเวลาของความเศร้าเสียใจต่อการจากไปของ “ช่วงช่วง” แพนด้ายักษ์ขวัญใจชาวไทย โดยเฉพาะกับทีมสัตวแพทย์และพี่เลี้ยง ที่ใกล้ชิดผูกพันกับช่วงช่วงมานาน ต่างพากันร้องไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับโลกโซเชียลที่พากันโพสต์ข้อความไว้อาลัย

ล่าสุด “หมอก้อย” สัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ จันทรังษี สัตวแพทย์ที่ดูแลช่วงช่วงมาตั้งแต่แรกที่เดินทางมาถึงสวนสัตว์เชียงใหม่และได้อนุบาลเลี้ยงดูร่วมกับทีมพี่เลี้ยงมายาวนาน เปิดใจเล่าว่า ดูแลช่วงช่วงมานาน ตั้งแต่ตนเองยังไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก ผูกพันกันจนเรียกว่าช่วงช่วงกลายเป็นลูกคนแรก เพราะเลี้ยงช่วงช่วงมาก่อนจะเลี้ยงลูกตัวเอง

สิบกว่าปีที่ผ่านมา ทุก ๆ เช้าจะมีการตรวจสุขภาพ ฝึกเข้ากรง พูดคุย จับสัมผัสกันทุกเช้า เพื่อใช้ความใกล้ชิดในการตรวจสุขภาพ โดยที่ไม่ต้องวางสลบทุกครั้ง เป็นกิจกรรมที่ทำมาตั้งแต่แรก ที่ประทับใจก็คือจากที่ช่วงช่วงเข้าใจแต่ภาษาจีน

ก็คุยกันทุกวันจนฟังภาษาไทยรู้เรื่อง ก่อนจะพัฒนามาฟังคำเมือง ( ภาษาเมือง) ได้ และยังฟังเข้าใจได้ดีกว่าภาษาไทยกลางเสียอีก นี่จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตนเองและทุก ๆ คนในทีมรักช่วงช่วงและเสียใจกันมากกับการจากไปอย่างกะทันหัน

หมอก้อย บอกว่า สิบกว่าปีที่ผ่านมา ทุกคนทำเต็มที่ทุกอย่างในการดูแลช่วงช่วง จึงไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา แต่เสียใจที่มันเกิดขึ้นเร็วและไม่ทันได้ช่วยเหลือหรือแก้ไขสถานการณ์ ตนเองได้เห็นวินาทีสุดท้ายของช่วงช่วงและเสียใจมากที่มาไม่ทัน ส่วนหลังจากนี้ทุกคนก็ต้องทำงานกันต่อไป เพราะมีหลินฮุ่ยต้องดูแล

สำหรับกิจกรรมที่จะมีขึ้นหลังจากนี้ จะมีการปรับพื้นที่ นำรูปถ่ายและติดตั้งจอมอนิเตอร์ เปิดคลิปภาพความทรงจำทุกช่วงเวลาสำคัญของช่วงช่วง พร้อมตกแต่งและจัดเตรียมบอร์ดบริเวณส่วนจัดแสดงให้แฟนคลับได้มาเขียนข้อความถึงแพนด้าผู้จากไป

พุทธิพงษ์ ดูงานศูนย์ควบคุมจราจร เล็งใช้ AI แก้ไขปัญหา

ประเด็นน่าสนใจ

  • มั่นใจใช้ AI จัดการงานจราจร จะทำให้การระบายรถมีระบบง่ายขึ้น
  • แบ่งเบาการทำงานของเจ้าหน้าที่

ที่ กองบังคับการตำรวจจราจร นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาดูงานที่การจราจรศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร และศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 เพื่อหาแนวทางผลักดันในการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมี พลตำรวจตรี นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการ บก.จร. และคณะให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาที่สะสมและต้องได้รับการแก้ไข เนื่องจากกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 1,568 ตารางเมตร และมีประชากรเข้าอยู่อาศัยจำนวนมากกว่า 12 ล้านคน ปริมาณรถมากกว่าถนน 5 เท่า จึงทำให้การจราจรติดขัด

ในวันนี้ กระทรวงฯ จึงมีแนวคิดการแก้ไขปัญหาการจราจรโดยนำระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อนำมาช่วยแก้ไขปัญหาไฟจราจรสี่แยกต่างๆ การระบายรถ มีอย่างน้อย 500 สี่แยกในกรุงเทพมหานครที่ยังใช้ระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปล่อยสัญญาณจราจรอยู่

ซึ่งหากเปลี่ยนมาใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์(AI)ในการเข้ามาช่วย ก็จะทำให้การบริหารจัดการจราจร การระบายรถก็จะเป็นระบบที่ดีขึ้น นอกจากจะเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแล้ว ยังเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาจราจรโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามการใช้เทคโนโลยี ในการจับป้ายทะเบียนรถผู้ที่ทำผิดกฎจราจร การตรวจสอบความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพ การใช้เครื่องจับใบหน้าในการเข้าออก ถือเป็นนโยบายที่อยากผลักดันการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ให้กับคนกรุงเทพซึ่งต้องทำให้สำเร็จ

ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย พบปะเพื่อระดมพลังช่วยภัยน้ำท่วม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยันไม่มีนัยยะอื่น แต่เป็นการพูดคุยเพื่อเตรียมมอบเงินให้รัฐบาล นำไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางไปร่วมงาน “เพื่อนกันตลอดไป ร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม” ที่ รร.เดอะ สุโกศล ถ.ศรีอยุธยา

พร้อมกล่าวบนเวทีช่วงหนึ่งว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสมาพบปะกันในฐานะพรรคร่วมรัฐสภา และพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันมา ทั้งในอดีตและปัจจุบันเพื่อจะสร้างความผูกพันให้แน่นแฟ้นในการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองต่อไป

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญที่สุดคือวันนี้ทั้ง 2 พรรค ได้ร่วมกันทำความดีให้กับบ้านเมืองในการสนับสนุน นโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคอีสาน ที่ยังประสบปัญหากันอย่างหนักหน่วงอยู่

จึงเป็นสาเหตุทำให้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่ ช่วยเหลือน้ำท่วมดูแลแก้ปัญหา พร้อมทั้งนำสิ่งของไปมอบให้ผู้ประสบภัย

ซึ่งตนและคณะเพิ่งกลับมาจาก จังหวัดร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี วันนี้จึงถือโอกาสนัดแนะกัน โดยหัวหน้า และเลขาธิการของทั้งสองพรรค เราว่าจะมีส่วนว่าช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างไร

นอกจากการลงพื้นที่แล้ว จึงได้เกิดความคิดว่า สองพรรคเราจะระดมเงินเพื่อเป็นพลังน้ำใจ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ในการที่จะสนับสนุนเงินให้รัฐบาล นำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยต่อไป

ซึ่งเสร็จจากภารกิจนี้แล้ว เราก็จะไปที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท. โดยจะนำเงินที่เราระดมจากทั้งสองพรรค ในวันนี้ไปมอบให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วก็จะช่วยกันรับโทรศัพท์เมื่อรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศ ทั้งหมดเป็นสาเหตุที่เรามาพบกันในวันนี้