ผู้เสียหายร้อง ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินผู้ก่อเหตุ หลอกขายไวน์

ประเด็นน่าสนใจ

  • การเข้าร้องเรียนของผู้เสียหายครั้งนี้ เพราะกลัวคดีไม่คืบหน้า
  • เบื้องต้นทาง ปปง. รับเรื่องแล้ว
  • การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนระมัดระวังและศึกษารายละเอียดให้ดี จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ผู้เสียหายถูกหลอกชักชวนให้ร่วมลงทุนขายไวน์นำเข้าจากต่างประเทศ ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ให้ตรวจสอบเสร็จทางการเงินของบุคคลที่ชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าว ก่อนจะทำการหอบเงินกว่า 40 ล้านบาทหนีหายลอยนวล

แม้ว่าช่วงแรกจะจ่ายเงินปันผลให้ตามเวลา แต่ระยะหลังกลับมีพิรุท จึงตรวจสอบพบว่าธุรกิจขายไวน์นี้ไม่มีอยู่จริง เมื่อรู้ว่าถูกหลอกจึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่ แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้าจึงได้เดินทางมายัง ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ก่อเหตุ

เบื้องต้น นางปาล วัน ผอ.กองสื่อสารองค์กร ปปง. เป็นตัวแทนรับเรื่อง และจะนำเรื่องเสนอให้ฝ่ายตรวจสอบ ดำเนินการต่อ และจะแจ้งผลให้ผู้เสียหายได้รับทราบต่อไป

ทั้งนี้ นางปาล วัน ผอ.กองสื่อสารองค์กร ปปง. ก็ได้ฝากเตือนประชาชนอีกครั้งว่า การลงทุนต่างๆ มีความเสี่ยง เพราะจากที่ผ่านมามีคนที่มาร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการหลอกลวงให้ลงทุนในแบบต่างๆ ดังนั้นอยากให้ผู้ที่ต้องการลงทุน ศึกษา และหาข้อมูลให้รอบคอบ และแน่นอน เพราะกลุ่มผู้กระทำความผิดมักจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ

ไก่ทอดยี่ห้อดังมอบบัตรกำนัล 2 พันบาท ให้ลูกค้าสั่งไก่เจอขนปริศนา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ไก่ทอดยี่ห้อดัง มอบบัตรกำนัลมูลค่า 2,000 บาทให้ลูกค้า Delivery ที่สั่งไก่ทอดมากินแล้วเจอเส้นขน
  • ลูกค้ารายนี้เผยว่า จะนำเงินไปทำบุญให้เด็กกำพร้า

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62 ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Treetip Boonkua โพสว่า “มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ คือเมื่อวานฝนตกค่ะ หิวข้าว ก้อเลยตัดสิ้นใจสั่งไก่ชื่อดัง จากนั้นทางไก่ชื่อดังก้อมาส่ง แล้วได้เริ่มกินกันอย่างเมามันค่ะ จนใกล้จะหมดล่ะ แต่เดี๋ยวก่อน ชิ้นเกือบๆสุดท้าย เราได้เจอพลังงานบางอย่าง ไม่แน่ใจว่าเป็นสูตรใหม่ของทาง ไก่ชื่อดัง หรือ เป็นการทำเสน่ห์ให้ลูกค้ารักให้ลูกค้าหลง ตอนแรกก้อดูสั้นๆแต่ดึงออกมามันยาวอยู่น่ะ…

ในเวลาต่อมา เคเอฟซี ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์” รับทราบเรื่องดังกล่าวและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว โดยบริษัทฯได้ดำเนินการติดต่อไปยังลูกค้าเจ้าของเรื่องเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบถึงสาขาที่จัดส่ง และจะจัดส่งทีมงานเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ร้าน

ทั้งนี้เคเอฟซี ขอเรียนชี้แจงว่า เคเอฟซีทุกสาขาทั่วประเทศดำเนินงานภายใต้กฏระเบียบข้อปฏิบัติที่คำนึงถึงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุด พนักงานทุกคนต้องใส่ที่ครอบผมเพื่อเก็บผมให้มิดชิดตลอดเวลาที่อยู่ในครัว

จากเหตุการณ์นี้ เคเอฟซีได้แจ้งทุกสาขาให้ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในครัวอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก เคเอฟซี ประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่นำเสนอต่อลูกค้ามา กว่า 35 ปี เรายินดีเปิดรับทุกคำติชมเพื่อพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการให้บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเคเอฟซีทุกเพศทุกวัยที่มาใช้บริการที่ร้านเคเอฟซีทั่วประเทศ”

จากนั้น วันที่ 28 มิ.ย. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม น.ส.ตรีทิพย์ บุญเกื้อ อายุ 34 ปี อาชีพช่างเสริมสวย ลูกค้าไก่ทอด ซึ่งสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่แล้วพบเส้นขนปริศนาแถมในชิ้นไก่ทอด พร้อมเส้นขนที่พบที่ไก่ทอด ได้เข้าพบนายเศกไชย ชูหมื่นไวย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Brand Strategy and Integration เคเอฟซี ประเทศไทย เพื่อเจรจาหาข้อยุติในกรณีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่เคเอฟซี ได้พาผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมห้องผลิตไก่ทอด ซึ่งทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานและถูกสุขอนามัยตามมาตรฐานสากล และเกินมาตรฐานในประเทศไทย ทั้ง Lacal safety standard มาตรฐานความปลอดภัยพื้นที่การทำงานของพนักงาน , Food safety standard มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร , และ Brand standard มาตรฐานด้านภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแต่ละสาขา

น.ส.ตรีทิพย์ และทนายรณณรงค์ ลงมาให้สัมภาษณ์หลังเจรจากับทางผู้บริหารเคเอฟซีแล้ว โดยทนายรณณรงค์ เปิดเผยว่า พอใจได้รับเงินค่าไก่ทอดคืนจำนวน 500 บาท ส่วนเส้นขนที่ติดไก่ทอดมาได้ส่งมอบให้ทางผู้บริหารเคเอฟซี ส่งหน่วยงานพิสูจน์หลักฐานต่อไปว่าเป็นขนอะไร ด้าน น.ส.ตรีทิพย์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจ และถ้ากิ๊ฟวอยเชอร์มายังไม่ทราบจำนวน จะเอาไปทำบุญมอบให้เด็กกำพร้าที่ขาดโอกาสได้มาทานต่อไป

ต่อมาทาง “เคเอฟซี” แจกเอกสารข่าวคำแถลงของ “เคเอฟซี” ซึ่งมีเนื้อหา ดังนี้แถลงการณ์ เคเอฟซี (ประเทศไทย) ชี้แจงกรณีพบสิ่งแปลกปลอม ที่ส่งมอบผ่านช่องทาง Delivery สืบเนื่องจากกรณีสื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจกับข่าว พบสิ่งปนเปื้อนในไก่ทอดเคเอฟซีที่สั่งผ่านช่องทาง Delivery ไปรับประทานที่บ้าน และเผยแพร่เรื่องดังกล่าวในเฟสบุ๊คส่วนตัว เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 62

วันนี้ เคเอฟซี (ประเทศไทย) ร่วมกับ เดอะคิวเอสอาร์ออฟเอเชีย (คิวเอสเอ) ในฐานะแฟรนไซซ์ที่บริหารร้านเคเอฟซี สาขา โลตัส ปทุมธานี ได้เชิญนางสาวตรีทิพย์ บุญเกื้อ มาเพื่อชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและการส่งมอบสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐานเคเอฟซีเคเอฟซี ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในขณะเดียวกันตั้งแต่ได้รับเรื่อง ทางบริษัทฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติงานของสาขาอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน

ล่าสุดวันนี้ 17 ก.ย.เวลา 10.00 น. ที่ สคบ.(สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค) อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ สคบ.ได้นัดคู่ความมาเจรจาไกล่เกลี่ย ระหว่าง น.ส.ตรีทิพย์ บุญเกื้อ ผู้ร้อง กับนายสุรเชษฐ์ คล้ายพุฒ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ บริษัทเดอะคิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด(การประกอบธุรกิจการบริการอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร) เพื่อยุติเรื่องร้องทุกขักรณีพบสิ่งปลอมปนในอาหาร(เส้นขนในไก่ทอดเจ้าดัง) โดยผู้ถูกร้องยินดีมอบบัตรกำนัล (Gft Voucher) เป็นจำนวน 2,๐๐๐ บาท(สองพันบาทถ้วน)ตามที่ผู้ร้องได้แจ้งไว้เพื่อให้ผู้ร้องนำไปบริจาคและทำบุญ ตามความประสงค์ของน.ส.ตรีทิพย์

กรณีที่น.ส.ตรีทิพย์ ได้นำสิ่งปลอมปนให้แก่ผู้ถูกร้องดำเนินตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตามที่ น.ส.ตรีทิพย์ ร้องขอให้ดำเนินการตรวจสอบนั้น น.ส.ตรีทิพย์ ไม่ติดใจในประเด็นดังกล่าวและยินดีตกลงยุติเรื่องร้องทุกข์ที่ได้ร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และตกลงไม่ติดใจเรียกร้องใดๆ เกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ต่อผู้ถูกร้องอีก ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

น.ส.ตรีทิพย์ กล่าวหลังจากนี้ตนจะเอาบัตรกำนัล ที่ได้รับมาไปมอบให้บ้านเด็กกำพร้า ปากเกร็ด ต่อไปค่ะ

เริ่มแล้ว!! จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ ทุกๆระยะ 90 กม. ทั่วประเทศ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เริ่มแล้ววันที่สอง กับ จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ (Checking Point)
  • เป็นการตรวจเช็กทุกๆ ระยะทาง 90 กิโลเมตรทั่วประเทศ
  • หากผู้ประกอบการขนส่งประจำทางและไม่ประจำทางละเลยไม่นำรถเข้ารับการตรวจ มีความผิด

กรมการขนส่งทางบก เริ่มดำเนินการตามภาระกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนในทุกมิติ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง เข้มข้น จริงจัง ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ ดำเนินการตรวจสอบสมรรถภาพของร่างกายพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ และตรวจสภาพความมั่นคงแข็งแรงของรถโดยสารสาธารณะภายใน 3 เดือน

ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2562 โดยผู้ประกอบการได้นำรถโดยสารและพนักงานขับรถเริ่มทยอยเข้ารับการตรวจสอบความพร้อมอย่างต่อเนื่อง

โดยเริ่มกำหนดจุดตรวจ รถโดยสารสาธารณะ (Checking Point) ทุกๆ ระยะทาง 90 กิโลเมตรทั่วประเทศ จะดำเนินการต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเริ่มวันแรกไปในวันที่ 16 กันยายน 2562

หากละเลยไม่นำรถเข้ารับการตรวจ มีความผิด!!

หากผู้ประกอบการขนส่งประจำทางและไม่ประจำทางละเลยไม่นำรถเข้ารับการตรวจความพร้อม ณ จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ (Checking Point) มีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 31 (10) หรือตามมาตรา 32 (6) แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้มาตรการตรวจรถโดยสารสาธารณะ ณ จุดตรวจ Checking Point จะเป็นการกระตุ้นผู้ประกอบการขนส่งให้ควบคุม กำกับ ดูแลความปลอดภัยของรถและอุปกรณ์ส่วนควบ และการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันและลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะ

สำหรับ จุดตรวจรถโดยสารสาธารณะ (Checking Point) นั้นเจ้าหน้าที่ จะดำเนินการตรวจพนักงานขับรถ โดยตรวจระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์ ต้องมีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตรงตามประเภทรถ คุมเข้มชั่วโมงการทำงานของพนักงานขับรถ และตรวจพินิจรถโดยสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยตลอดการเดินทาง และพร้อมรับเรื่องร้องเรียนจากผู้โดยสารหากมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นในขณะโดยสาร