รมว.คลังเผย มาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” พร้อมดำเนินการแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” พร้อมดำเนินการแล้ว
  • ระบบและแอพพลิเคชั่น ที่จะรองรับการใช้งานในโครงการนี้ พร้อมเปิดให้บริการ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า วันนี้มีการแถลงความพร้อมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการคลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลาง ธนาคารกรุงไทย และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

โดยผู้รับผิดชอบได้รายงานว่า ระบบและแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่จะรองรับการใช้งานในโครงการนี้ พร้อมเปิดให้บริการประชาชนแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ที่จะถึงนี้ เป็นต้นไป ผ่าน www.ชิมช้อปใช้.com และผู้ลงทะเบียนจะเริ่มจับจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-30 พ.ย.62 ในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 135,000 ร้านค้า

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว จะมีเงินจำนวน 1,000 บาท อยู่ในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยต้องใช้เงินครั้งแรกภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินดังกล่าว และหากใช้ครั้งแรกไม่หมด ก็จะสามารถใช้เงินที่เหลือได้ไปจนกระทั่งถึงวันที่ 30 พ.ย.62

นายอุตตมกล่าวว่า จำนวนเงิน 1,000 บาท ที่พี่น้องประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างแรงจูงใจให้เดินทางไปท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยขึ้นทั่วประเทศ

ผลที่ตามมาคือการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ เริ่มต้นตั้งแต่เศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีร้านค้า บริการ ขนาดเล็ก และวิสาหกิจชุมชน รวมอยู่ด้วยจำนวนมาก

ขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิดังกล่าวแล้ว โดยทำได้ 5 ขั้นตอนด้วยกัน คือ

  • 1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ททท. ภายในวันที่ 23 ก.ย.-15 พ.ย.62 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด
  • 2.เมื่อลงทะเบียนแล้วจะได้รับ SMS ยืนยัน ไม่เกิน 3 วัน
  • 3.ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เพื่อรับสิทธิ์ตามมาตรการ
  • 4.เมื่อรับสิทธิ์แล้ว ต้องออกไปเที่ยวภายใน 14 วันที่ได้รับสิทธิ์
  • 5.ต้องชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เพื่อชำระสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่รับชำระเงินด้วยแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน”

ทั้งนี้หากผู้ได้สิทธิ ไม่นำเงินไปใช้ท่องเที่ยวภายใน 14 วันตั้งแต่วันเริ่มโครงการ หรือ ใช้สิทธิไม่ครบตามวงเงิน 1 พันบาท ณ วันสิ้นสุดโครงการ รัฐบาลจะตัดสิทธิทันที

ส่วนเงินจำนวนนี้สามารถใช้ได้กับร้านค้า ที่ส่วนราชการรับรอง หรือ ร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่ติดตั้งเครื่อง EDC อยู่แล้ว ร้านค้าทั่วไป ที่มีแอปฯ “ถุงเงินประชารัฐ” ขณะที่ค่าที่พัก จะต้องเป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม โฮมสเตย์ ตามรายชื่อของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

อ.มหาชนะชัย จ. ยโสธร อ่วม! น้ำท่วมขังมา 2 สัปดาห์

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธร ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัยจํานวน 8 อําเภอ
  • หนึ่งในนั้นคือ อ.มหาชนะชัย น้ำท่วมขังมา 2 สัปดาห์ เริ่มเน่าเสีย

วานนี้สมาชิกเฟซบุ๊ก วิรัชชัย ชัยเรียบ ได้โพสต์ภาพบรรยากาศน้ำท่วมที่ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร พร้อมข้อความว่า

ในขณะที่หลายคนเรียกร้องให้ “ลุง” ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมที่ อุบลฯ จากประสบการณ์ที่ผ่านมามะกี๊นี่เอง ที่ลุงแกลงพื้นที่ จ.ยโสธร นอกจากพี่น้องได้เลขซื้อหวยงวดวันที่ 16 ก.ย. ผมยังไม่เห็นประโยชน์อะไรเลย

บางทีการที่ให้ลุงแกไปเป็นพ่อครัวอยู่ทางใต้ มันอาจจะดีกว่าให้มาลงพื้นที่ก็ได้ครับ ถ้าจะลงพื้นที่ก็ขอแบบให้มันได้ประโยชน์กับพี่น้องผู้ประสบภัย ไม่ใช่มาเพิ่มภาระครับ
ผมรอดูที่ผลงาน ไม่รอฟังคำแถลงผลงานครับ

วันนี้ทางผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ จ. ยโสธร ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่อีกหลายหมู่บ้านที่อยู่ตามแนวลุ่มน้ำชี ยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะที่บ้านเหมือดขาว ต.ม่วง อ.มหาชนะชัย มีระดับน้ำสูงกว่า 60 เซนติเมตร ทำให้ชาวบ้านที่มีมากกว่า 200 ครัวเรือน สัญจรไปมายากลำบาก นอกจากนี้น้ำที่ท่วมขังมานานกว่า 2 สัปดาห์ เริ่มเน่าเสีย

ในขณะที่หลายคนเรียกร้องให้ "ลุง" ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมที่ อุบลฯ จากประสบการณ์ที่ผ่านมามะกี๊นี่เอง ที่ลุงแกลงพื้นที่…

โพสต์โดย วิรัชชัย ชัยเรียบ เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2019

ข้อมูลอัพเดตจาก ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธร ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัยจํานวน 8 อําเภอ ได้แก่ อ.กุดชุม อ.ป่าติ้ว อ.คำเขื่อนแก้ว อ.ทรายมูล อ.เมือง อ.เลิงนกทา อ.มหาชนะชัย และ อ.ค้อวัง รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบจํานวน 174,623 ไร่

โครงการชลประทานยโสธร ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวมจํานวน 12 เครื่อง (บ้านกลางสระเกษ ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว 3 เครื่อง บริเวณ บุ่งน้อยบุ่งใหญ่ อ.เมือง 7 เครื่อง และบริเวณบ้านม่วง อ.มหาชนะชัย 2 เครื่อง)

ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ําจํานวน 10 เครื่อง ที่เขื่อนยโสธร อ.เมือง และติดตั้งกาลักน้ํา 10 ชุด (อ่างฯห้วยลิงโจน 2 ชุด และอ่างฯห้วยสะแบก 8 ชุด)

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคอีสาน

นายกฯ ขอบคุณ “บิณฑ์” ช่วยรัฐบาล บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ย้ำรัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่
  • ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญการแก้ปัญหาอุทกภัยหรือน้ำท่วม

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและการแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญการแก้ปัญหาอุทกภัยหรือน้ำท่วมอย่างครบวงจร

โดยมีขั้นตอนการดำเนินการหลักครอบคลุมทั้ง 3 ช่วงเวลาคือ ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และการฟื้นฟู เยียวยา โดยรัฐบาลก็มีวงเงินที่สามารถใช้จ่ายได้จากเดิมที่ สนช. มีการแก้ไขกฎหมาย ให้สามารถใช้งบกลางในการช่วยเหลือเยียวยาได้

ซึ่งจะเอามาช่วยเหลือในระยะฟื้นฟูเป็นหลัก สำหรับการช่วยเหลือวันนี้ ก็มีงบในการแก้ปัญหาเร่งด่วนประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบเร่งด่วนของจังหวัด ถ้าไม่เพียงพอสามารถมาขอมาได้ ซึ่งก็มีขั้นตอนอยู่

ในส่วนของกระทรวงการคลัง ก็มีการเตรียมการช่วยเหลือหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาด้านเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มีการปรับลดดอกเบี้ย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนสำรวจความเสียหาย ในช่วง หลังน้ำลด หรือ3-4 เดือน ต่อจากนี้ จะต้องมีมาตรการเสริม เช่น การปลูกพืช การจัดหาเมล็ดพันธุ์ การหาแหล่งน้ำ การซ่อมแซมถนน ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในงบประมาณทั้งหมด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนได้เข้าใจว่าการดำเนินการทุกอย่าง ต้องอยู่ในขั้นตอนและตามระเบียบกฎหมาย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ เอกชน ประชาชนและนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ตนเองมีความสุขทุกครั้ง ที่เห็นทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และในค่ำนี้ ตนเองจะไปร่วมรับบริจาคในรายการ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม”

ณ ห้องส่ง อสมท. ช่อง9 เวลา 20.00 น. และจะได้นำเงินเหล่านี้มาสมทบทุนเพิ่มเติมจากงบประมาณที่มีอยู่ เพื่อจัดเตรียมงบประมาณช่วยเหลือและฟื้นฟูต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจพร้อมจะดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่