‘ชัชชาติ’ ลงชิง ‘ผู้ว่า กทม.’ ในฐานะผู้สมัครอิสระ

ประเด็นน่าสนใจ

  • “ชัชชาติ” ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม.
  • การสมัครครั้งนี้ เป็นการลงสมัครในฐานะผู้สมัครอิสระ
  • เจ้าตัวชี้ว่า การลงสมัครในฐานะผู้สมัครอิสระนั้น เพราะต้องการร่วมมือการทำงาน ให้ทุกพรรคเข้ามามีส่วนร่วม

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกกลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิม เปิดเผยถึงกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่านายชัชชาติได้ตัดสินใจจะลงสมัครผู้ว่า กทม.ในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด

ทั้งนี้มีการระบุถึงเหตุผลที่นายชัชชาติ ต้องการลงสมัครในฐานะผู้สมัครอิสระนั้น เพราะต้องการร่วมมือการทำงานกับทุกภาคส่วนให้ทุกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน โดยจะทำงานอย่างอิสระจริง ๆ ไม่มีพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลัง

นอกจากนี้มีการระบุด้วยว่า นายชัชชาติ ยินดีทำงานร่วมกับทุกพรรคทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เชื่อว่าการลงสมัครอิสระจะทำให้สามารถแชร์ข้อมูลข่าวสารได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ทางด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้ยินแต่ข่าว แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับนายชัชชาติถึงเรื่องนี้ คงต้องใช้เวลา ขณะนี้เรายังมีปัญหาน้ำท่วมและการเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งหากนายชัชชาติลงสมัครในนามอิสระจริง พรรคต้องพิจารณาต่อไปว่าให้การสนับสนุนหรือไม่ แต่เนื่องด้วยนายชัชชาติเป็นบุคลากรที่สำคัญของพรรค ต้องปรึกษาหารือกัน ถ้าลงในนามอิสระจริง เชื่อว่านายชัชชาติจะมีเหตุผลพอที่จะต้องมาแจ้งกับพรรค

ยอดบริจาคช่วยน้ำท่วม พุ่งไม่หยุด! บิณฑ์เผย ยอดบริจาคอยู่ที่ 132 ล้านบาทแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยอดบริจาคช่วยน้ำท่วมผ่านบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อยู่ที่ 132 ล้านบาทแล้ว
  • บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ แจ้งเปลี่ยนเลขบัญชี เป็นกระแสรายวัน
  • เจ้าตัววอนอย่านำตัวเองไปโยงเรื่องการเมือง

เวลาประมาณ 16.30 น.บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ตำบล หนองกินเพล อำเภอ วารินชำราบ จังหวัด อุบลราชธานี โดยทางบิณฑ์ ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ขอบคุณผู้ที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วม

พร้อมกล่าวว่า ตนไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีคนร่วมบริจาคมากขนาดนี้ ตอนนี้ยอดบริจาคอยู่ที่ 132 ล้านบาทแล้ว ขณะนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเลขบัญชีที่แจ้งไปในตอนแรกเป็นบัญชีแบบออมทรัพย์ เมื่อมีการบริจาคเข้ามาเยอะ หรือบริจาคพร้อมๆ กันทำให้ เงินถูกตีกลับไปยังผู้บริจาค ผู้บริจาคบางรายไม่สามารถบริจาคได้

จึงขอแจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีใหม่ เป็นบัญชีแบบกระแสรายวัน ผู้ที่ต้องการบริจาค สามารถบริจาคได้ที่ 706-103-7793 ธนาคารกสิกรไทย บัญชีแบบกระแสรายวัน ชื่อบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

ทั้งนี้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ยังได้ชี้แจงประเด็นดราม่าก่อนหน้านี้ ที่ตัวเองได้ไลฟ์เฟซบุ๊กเมื่อวันเสาร์ว่า ในวันที่ตนกำลังไลฟ์วันนั้นก็ได้ฉุกคิดขึ้นมาว่า ทางรัฐบาลได้แจกเงินให้กับพี่น้องประชาชนไปช็อปคนละ 1,000 บาท ตนจึงพูดว่าถ้าเอา 1,000 บาท มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่จ.อุบลฯ ที่น้ำท่วมอยู่น่าจะดีมากเลย ตนขออย่าเอาตัวเองเข้าไปโยงกับรัฐบาล หรือโยงเรื่องการเมืองเลย ตนยืนยันว่าการทำงานทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่อยากให้ทุกคนโยงตนไปเกี่ยวกับเรื่องการเมือง

ก่อนหน้าหน้านี้ตนเคยบอกว่าจะแจกเงินให้ผู้เดือดร้อนครอบครัวละ 1,000 บาท แต่มียอดบริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงจะเพิ่มเงินช่วยเหลือเป็นครอบครัวละ 5,000 บาท

ซึ่งหลังจากแจ้งชาวบ้านว่า จะเพิ่มเงินช่วยเหลือจาก 1,000 บาท เป็น 5,000 บาท ชาวบ้านต่างดีใจ เชื่อว่าเงินกว่าร้อยล้านที่ตนได้รับมาเพียงพอแก่การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย

ตนยืนยันจะบริหารเงินที่ได้รับอย่างโปร่งใส ไม่ต้องห่วงว่าเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แม้แต่สตางค์แดงเดียวตนก็จะไม่เอา

โพสต์โดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2019

‘วิษณุ’ ชี้กรณี ‘ธรรมนัส’ หากพบปลอมวุฒิ ป.โท-ป.เอก จริง ปรับพ้น ครม.ได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • วิษณุ เครืองาม ชี้แจงกรณีการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
  • ชี้ชั้นการตรวจสอบก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ว่าด้วยคุณสมบัติของรัฐมนตรี มาตรา 160 ที่ระบุว่า สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เท่านั้น
  • หากพบว่ามีการปลอมวุฒิปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก จริง เข้าข่ายผิดเรื่องจริยธรรม สามารถปรับออกจาก ครม.ในภายหลังได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ในชั้นการตรวจสอบก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ได้ตรวจสอบวุฒิการศึกษาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ว่าด้วยคุณสมบัติของรัฐมนตรี มาตรา 160 ที่ระบุว่า สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เท่านั้น ส่วนการศึกษาระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี คือ ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอกนั้น ไม่ได้ตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการตรวจสอบภายหลัง และพบว่าจบปริญญาโท หรือ ปริญญาเอกด้วยหลักฐานอันเป็นเท็จ อาจเป็นประเด็นเรื่องจริยธรรมที่ต้องตรวจสอบ แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องจริยธรรมจริง ก็สามารถปรับออกจาก ครม.ในภายหลังได้