นักร้องชาวปากีสถานขนงู-จระเข้อัดคลิปขู่นายกฯอินเดีย

ประเด็นน่าสนใจ

  • นักร้องชาวปากีสถานอัดคลิปกล่าวประณามนายกรัฐมนตรีอินเดีย
  • ในคลิปมีการนำสัตว์ดุร้ายมาใช้ข่มขู่

ราบี พีร์ซาดา นักร้องเพลงป็อปและพิธีกรรายการโทรทัศน์ชาวปากีสถาน โพสต์คลิปกล่าวประณามนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย กรณีที่เขาเพิกถอนสถานภาพเขตปกครองตนเองแคว้นแคชเมียร์ โดยมีการขนสัตว์ดุร้ายทั้ง งู และจระเข้มาร่วมในวิดีโอคลิปนี้เพื่อเป็นการข่มขู่ โดยกรณีนี้เป็นข่าวพาดหัวทั้งในอินเดียและปากีสถาน

ทั้งนี้ พีร์ซาดา โพสต์คลิปดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะที่นักร้องสาวบันทึกคลิปนี้ภายในร้านเสริมสวยของเธอ ในเมืองลาฮอร์ เมืองหลวงจังหวัดปัญจาบ โดยมีการระบุว่า เธอจะส่งสัตว์ดุร้ายเหล่านี้ไปทำร้ายนายโมดี พร้อมกับกล่าวแนะนำสัตว์แต่ละตัวซึ่งขณะนี้คลิปดังกล่าวมียอดเข้าชมหลักแสน

ส่วนทางด้านสำนักงานอุทยานและคุ้มครองสัตว์ป่าปัญจาบ เพิ่งเปิดสอบสวนกรณีนี้ เนื่องจากพีร์ซาดาอาจมีความผิด ฐานมีสัตว์ป่าในครอบครอง เป็นงูหลามอย่างน้อย 4 ตัว จระเข้ 1 ตัว และยังมีงูชนิดอื่นด้วย โดยกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าปากีสถาน ห้ามเลี้ยงสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งเธอเสี่ยงที่จะถูกลงโทษจำคุก 2 ปี

อย่างไรก็ตามภูมิหลังของ พีร์ซาดา เป็นคนท้องถิ่นในดินแดนแคชเมียร์ที่ปากีสถานปกครอง และเป็นลูกสาวของนายทหารปากีสถานคนหนึ่ง นอกจากนี้เธอยังมักจะวิจารณ์การตัดสินใจผนวกดินแดนแคชเมียร์ของอินเดียบ่อยครั้ง ทั้งยังเคยจัดชุมนุมภายใต้คำขวัญ “Save Kashmir” จนถูกกล่าวหาว่ารับเงินจากรัฐบาลปากีสถาน ซึ่งเธอปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้

กลุ่มพยาบาลร้องเอาผิดนายแพทย์ เขียนบทความดูหมิ่นวิชาชีพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีนายแพทย์รายหนึ่ง เขียนบทความในเชิงลบต่อพยาบาลวิชาชีพ
  • กลุ่มพยาบาลวิชาชีพ ร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ ให้เอาผิดนายแพทย์รายดังกล่าว

รศ.ดร.อรพรรณ โตสิงห์ หัวหน้าภาคพยาบาลสัญศาสตร์ คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลและกลุ่มพยาบาลวิชาชีพ ร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ โดยการรวมกลุ่ม เดินจากสภาการพยาบาล ไปที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กรณีเรื่องที่ “หมอเขียนบทความเหยียดพยาบาล”

รศ.ดร.อรพรรณ โตสิงห์ หัวหน้าภาคพยาบาลสัญศาสตร์ คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วันนี้รวมตัวในฐานะพยาบาลประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพและการผดุงครรภ์ชั้น1 ทั่วประเทศไทย เพื่อจะมาขอร้องเรียนด้านจริยธรรมของนายแพทย์ท่านหนึ่ง เนื่องจากมีการเขียนบทความเชิงวิชาการ ที่ตีพิมพ์และเผยแพร่ในหนังสือเล่มหนึ่ง และหนังสือเล่มดังกล่าวก็เป็นหนังสือของเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทความบางช่วงบางตอนเขียนเกี่ยวกับพยาบาล

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นจะทำให้แพทย์และพยาบาลทำงานร่วมกันได้หรือไม่นั้น ปกติแล้วแพทย์และพยาบาลมีการทำงานกันเป็นทีม รวมทั้งไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมเลยซักครั้ง แต่พอมีการพิมพ์และกระจายข้อความเหล่านี้มาในรูปแบบของหนังสือและออนไลน์ กลับรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหมอผู้เขียนบทความเหล่านี้ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ น่าจะเคยได้เห็นและร่วมงานกับพยาบาลวิชาชีพมาพอสมควร

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นจะทำให้แพทย์และพยาบาลร่วมงานกันไม่สะดวกใจยิ่งขึ้น และมองว่าการทำงานร่วมกันของสหวิชาชีพนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแพทย์เพียงผู้เดียว แต่สาเหตุที่พยาบาลวิชาชีพรวมตัวกันออกมาร้องเรียนในวันนี้ เนื่องจากต้องการเรียกร้อง และขอให้มีการดำเนินการทางจริยธรรมกับนายแพทย์ที่เขียนบทความกล่าวอ้างถึงพยาบาลวิชาชีพ รวมทั้งบทความดังกล่าวถูกเผยแพร่มาในโลกโซเชียลออนไลน์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 กันยายน 62 จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการ หรือนายแพทย์คนดังกล่าวออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย

นอกจากนี้สิ่งที่กังวลใจเป็นอย่างมากคือ เมื่อบทความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป อาจจะทำให้ประชาชนส่วนมากเข้าใจผิดในกรณีการปฐมพยาบาล หรือการรักษาผู้ป่วย ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะเข้าใจว่าพยาบาลกระทำเช่นนี้ ทำให้คนไข้เสียชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่พยาบาลวิชาชีพทุกคนไม่มีทางอยากให้เกิดขึ้นอย่างนั้นแน่นอน ดังนั้นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมร่วมกัน ย่อมไม่ดูถูกและเหยียดหยามผู้ร่วมวิชาชีพ

ทั้งนี้หลังจากที่มีการแชร์บทความดังกล่าวบนโลกออนไลน์ไป ได้มีคนไข้ส่งข้อความเข้ามาว่าในความเป็นจริงแล้ว ขณะที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้รับการดูแลและการปฏิบัติอย่างดี จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีบทความอย่างนี้ออกมาได้

ผู้ปกครองเดือด!! ลูกโดนทวงเงินค่ากีฬาสี จัดใหญ่จ้างออแกไนซ์หลักแสน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในโลกออนไลน์มีการแชร์ราวเรื่อง เพื่อนนักเรียนทวงเงินค่ากีฬาสีของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี
  • นักเรียนที่ทวงเงินระบุว่า มีการจ้างออแกไนซ์มาจัดงานกีฬาสี ทำให้มีการเรียกเก็บเงินในจำนวนที่สูง
  • ผอ.โรงเรียน ชี้แจงทางโรงเรียนไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินค่ากีฬาสีแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ราวเรื่องของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับบุตรหลานของผู้ปกครองรายหนึ่ง หลังลูกถูกเพื่อนที่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.กาญจนบุรี ทักแชทมาทวงเงินค่ากีฬาสีของโรงเรียน เป็นเงินจำนวน 1,300 บาท แต่ลูกของผู้ปกครองรายนี้ได้แจ้งเพื่อนไปว่ายังไม่มีเงินมาจ่าย

โดยเพื่อนที่ทวงเงิน ระบุว่าได้แจ้งเรื่องการเก็บเงินค่ากีฬาสีไว้แล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พร้อมมีการระบุด้วยว่าหากไม่มีเงินก็ให้แบ่งชำระได้ ซึ่งทางผู้ปกครองได้ทราบเรื่อง ก็ให้ทั้งฝั่งเพื่อนที่ทวงเงินช่วยแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายมาด้วย

ทางผู้ปกครองได้ทำการพูดคุยกับเพื่อนของลูกถึงเรื่องดังกล่าว โดยทางฝั่งเพื่อนลูกได้ชี้แจงว่าทำไมถึงต้องเก็บเงินในจำนวนดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าได้จ้างออแกไนซ์ เนื่องด้วยเป็นช่วงปิดเทอม นักเรียนบางคนไม่สามารถเดินทางมาร่วมทำงานคณะสีได้ หากนักเรียนทำกันเองจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจ้างออแกไนซ์

ทางผู้ปกครองระบุว่าหากทางโรงเรียนไม่มีการประกาศหรือมีหนังสือที่ชัดเจน ก็จะไม่จ่ายเงินค่ากีฬาสีให้เพราะอยากได้ความชัดเจน หลังจากนั้นทางเพื่อนที่ทวงเงินค่ากีฬาสีได้แนบเอกสารหนังสือสัญญาการว่าจ้างทำขบวนพาเหรดมาให้

อย่างไรก็ตามภายหลังเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ระบุว่า การเก็บเงินค่ากีฬาสีของโรงเรียนดังกล่าวเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินไป อีกทั้งยังมองว่าการตั้งเป้าหมายในการแข่งขันกีฬาสีจนถึงขั้นจ้างออแกไนซ์มาจัดงานให้จึงดูว่าเป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคอมเม้นท์ระบุในทำนองเดียวกันว่าแต่ก่อนงานกีฬาสีเด็กนักเรียนจะช่วยเหลือกันสร้างสรรค์งานต่างๆ ทั้งขบวนพาเหรด อุปกรณ์ต่างๆ และที่สำคัญคือใช้งบประมาณไม่สูง ทั้งนี้บางส่วนยังให้ข้อมูลด้วยว่าในปัจจุบันนี้งานกีฬาสีหลายๆโรงเรียน ก็มีการจ้างออแกไนซ์เข้ามาจัดงานให้เพื่อให้งานดูอลังการยิ่งใหญ่

ผอ.โรงเรียน ชี้แจงกรณีดราม่าเรียกเก็บเงินค่ากีฬาสี

ต่อมาทาง นายหงษ์ดี ศรีเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสุทธรังษี จ.กาญจนบุรี ได้แถลงข่าวชี้แจงถึงเรื่องการเรียกเก็บเงินจัดกิจกรรมกีฬาสี โดยยืนยันว่าทางโรงเรียนมีการจัดกีฬาสีจริง ในระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 62 ถึง 1 พฤศจิกายน 62 แต่ไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินค่ากีฬาสี พร้อมระบุว่าทางนักเรียนเป็นผู้ดำเนินการกันเองในการจ้างออแกไนซ์มาจัดงานให้

ขอบคุณ : เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน