แนะสิ่งของจำเป็น ที่ควรบริจาคช่วยผู้ประภัยน้ำท่วม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประชาชนได้รับผลกระทบ 391,557 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 30 ราย
  • แนะสิ่งของจำเป็นที่ควรบริจาค ยากันยุง กล่องสุขาเคลื่อนที่ ฯลฯ

จากอิทธิพลพายุโซนร้อนโพดุล และพายุโซนร้อน คาจิกิประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 62 จนถึงปัจจุบัน (13 ก.ย. 62 เวลา 06.00น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ในพื้นที่ 32 จังหวัด 179 อำเภอ 927 ตำบล 6,799 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน

ประชาชนได้รับผลกระทบ 391,557 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 30 ราย ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ

จากสถานการณ์น้ำท่วมทำให้มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากมาย หลายหน่วยงานเริ่มยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของได้เช่นกัน

ทางบริษัท ไปรษณีย์ฯ ได้ให้ไปรษณีย์ทุกแห่งเป็นจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ได้แก่ เครื่องอุปโภค/บริโภค จากผู้ประสงค์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุโพดุล โดยสามารถบริจาคได้ ณ ไปรษณีย์ใกล้บ้านทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจะส่งต่อให้แก่ผู้ประสบภัย

ทาง MThai ได้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ที่ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย พบว่าชาวบ้านมีสิ่งของที่ต้องการเช่น
  • ยารักษาน้ำกัดเท้า
  • เทียนไข ใหญ่ๆ แบบเทียนพรรษายิ่งดี ไม่ต้องจุดบ่อย
  • ยากันยุง,โลชั่นกันยุง
  • มุ้งพับได้
  • กล่องสุขาเคลื่อนที่
  • อาหารสัตว์ (สุนัข,แมว)
  • เต็นท์นอน สำหรับผู้อพยพ
  • ยาสามัญประจำบ้าน
  • พลาสเตอร์ปิดแผล
  • ผ้าใบกันฝน
  • ผ้าอนามัย
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เด็กหรือผู้สูงอายุ

จุดรับบริจาค

1.ศูนย์รับบริจาคให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดอุบลราชธานี โทร.045-344-6357

2.สามารถบริจาคเลือดได้ที่ ธนาคารเลือดโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี

3. เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้การออกหน่วยรับบริจาคโลหิตต้องงด ส่งผลให้ปริมาณโลหิตสำรองมีน้อย ขอเชิญชวนผู้ที่สะดวกในการเดินทางสามารถบริจาคโลหิตได้ที่บริจาคโลหิตได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี , จัดรับบริจาคโลหิตหน่วยพิเศษ วันที่ 16-20 ก.ย.62
– โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่าอุบลราชธานี
งดอาหารไขมันสูง นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนมาบริจาคสอบถามโทร. 045-244628,085-111-6203

4.สภากาชาดไทย – ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักสีลม ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 001-1-34567-0 ส่วนกรณีโอนเงินจากตู้เอทีเอ็มให้เลือกทำรายการประเภทบัญชีได้ทั้ง 2 ประเภท คือ “กระแสรายวัน” หรือ “ออมทรัพย์” ทั้งนี้ใบเสร็จรับเงินการบริจาคนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้

5.สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ เปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตั้งแต่ 11 กันยายน – 16 กันยายน 2562

สิ่งของที่บริจาคจะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 20 กก./ห่อ พร้อมทั้งบรรจุสิ่งของในหีบห่อให้มิดชิด ทางสายการบิน ไม่รับอาหารสดทุกชนิด จุดรับบริจาค : คลังสินค้า ไทย ไลอ้อน แอร์ สนามบินดอนเมือง เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. โทร 02-529-9839

6.กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0

7.เทศบาลนครนนทบุรี ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและข้าวสาร อาหารแห้ง ที่สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี อาคาร 2 ชั้น1 ซอย รัตนาธิเบศร์ 6 ตำบลบางกระสอ ตำบลตลาดขวัญ นนทบุรี เวลา 08.30-16.30 น. และจุดรับบริจาค ดังนี้ ตลาดจิตเทวัญ, ตลาดสมบูรณ์สุข, ตลาดกองสลาก, ตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี, ท่าน้ำนนทบุรี

โป๊ปฟรังซิส เสด็จเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 35 ปี เดือน พ.ย. นี้!

ประเด็นน่าสนใจ

  • การเสด็จเยือนไทยของ โป๊ปฟรังซิส เป็นไปตามคำเชิญของรัฐบาลไทย
  • โป๊ปฟรังซิส เป็นพระสันตะปาปา ลำดับที่ 266 ของคริสตจักร
  • พระสันตะปาปา เสด็จเยือนไทยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2527​

ที่ อาคารรวมจิตเพียรธรรม โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ได้จัดแถลงข่าว ด้วยความเห็นชอบของรัฐบาลไทย ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ อาร์ชบิชอป พอล ชาง อิน-นัม เอกอัครสมณทูตแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย และพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ประกาศให้ทราบว่า

“สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส จะเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2562 ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยและสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กำหนดการต่างๆ ของการเสด็จเยือนดังกล่าวจะประกาศให้ทราบต่อไป”

ทั้งนี้กำหนดการ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงมีความโสมนัสยิ่งที่การเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยครั้งนี้ เป็นการจาริกเพื่อสันติภาพ และเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา พระองค์จะประกอบพิธีมิสซาแบบสาธารณะ 2 ครั้ง คือสำหรับบรรดาคริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศ และอีกครั้งเป็นพิเศษสำหรับบรรดาเยาวชน ​

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ทรงเป็นพระสันตะปาปา ลำดับที่ 266 มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ ประสูติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1936 (พ.ศ. 2479) ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา

ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และประกาศนียบัตรสาขาวิชาปรัชญา จาก Colegio Máximo San José ทรงเป็นอาจารย์วิชาวรรณกรรมและจิตวิทยาที่ Colegio de la Inmaculada และ Colegio del Salvador ทรงศึกษาวิชาเทววิทยา (theology)

และถวายพระองค์เป็นนักบวชบาทหลวงในคณะแห่งพระเยซูเจ้า (เยสุอิต) จากนั้น ทรงดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางเทววิทยา โดยทรงสอนที่มหาวิทยาลัย Facultades de Filosofía y Teología de San Miguel

สำหรับตำแหน่งสำคัญทางศาสนาก่อนได้รับเลือกขึ้นเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งจากนักบุญยอห์น ปอล ที่ ๒ พระสันตะปาปา ให้ดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงบัวโนสไอเรส และต่อมาได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล เมื่อปี ค.ศ.2001 (พ.ศ. 2544)

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งกรุงบัวโนสไอเรสนั้น พระองค์ทรงดำรงชีวิตแบบสมถะ เช่น มักเดินทางโดยใช้รถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อไปปฏิบัติศาสนกิจและเยี่ยมเยียนคนยากจน ทรงประทับอยู่ในห้องชุดเรียบง่าย ทำอาหารด้วยพระองค์เอง ชาวบัวโนสไอเรสโดยทั่วไปรู้จักพระองค์ในนามของ “คุณพ่อฮอร์เก”

ต่อมา ภายหลังที่สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละสมณศักดิ์ เมื่อ ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) จึงทรงได้รับเลือกตั้งจากคณะพระคาร์ดินัล ในการประชุม “คอนเคล็ฟ (conclave)” ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบแทนนักบุญเปโตร หรือเซนต์ปีเตอร์ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ค.ศ. 2013

(พ.ศ. 2556 ทรงเลือกใช้พระนามว่า “Franciscus” ในภาษาละติน หรือ “Francis” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากนามของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้ถือความยากจน สนใจและเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม

ขณะที่สำหรับการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปานั้น เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527) นักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม ค.ศ. 1984/ พ.ศ. 2527​

ในการเสด็จเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจะทรงประกอบศาสนกิจ อีกทั้งทรงเยี่ยมเยียนคริสตชนในประเทศไทยเป็นระยะเวลา ๔ วัน ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ก่อนที่จะเสด็จต่อไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 20-23 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 โดยจะเสด็จเยือนกรุงโตเกียว เมืองนางาซากิ และเมืองฮิโรชิมา

ทั้งนี้ กำหนดการต่างๆ ของการเสด็จเยือนโดยละเอียดจะประกาศให้ทราบต่อไป ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรคาทอลิกจำนวน 388,468 คน จากประชากรทั้งประเทศจำนวนทั้งสิ้น 69 ล้านคน และมี 11 เขตศาสนปกครอง (มิสซัง)

อ.แบงค์ แจ้งความ ถูกมิจฉาชีพนำรูปไปสวมรอยหลอกขายวัตถุมงคล

ประเด็นน่าสนใจ

  • อ.แบงค์ สื่อกรรมสื่อวิญญาณ ถูกมิจฉาชีพ นำรูปไปขึ้นเป็นโปรไฟล์เฟซบุ๊กก่อนหลอกขายกุมารทอง
  • มีผู้หลงเชื่อโอนเงินไปบัญชีคนร้าย
  • เจ้าตัวเกรงจะส่งผลกระทบต่อการค้าวัตถุมงคล กุมารทอง-พญาครุฑ จึงต้องพึ่ง ตำรวจ ปอท.ช่วยตามจับคนร้าย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่ บก.ปอท. นายญาณนิทัศน์ เอี่ยมตระบุตร หรือ “อ.แบงค์ สื่อกรรมสื่อวิญญาณ”วิทยากร-หมอดูประจำรายการสื่อกรรมสื่อวิญญาณ ช่อง ICC international PLC อายุ 34 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ปิยวัฒน์ ปรัญญา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. แจ้งความว่า ตนเองเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ “อ.แบงค์ สื่อกรรมสื่อวิญญาณ” และเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เพชรกล้า เด็กชายนำโชค” มีผู้ติดตามประมาณ 1 หมื่นคนถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเอารูปตนเองไปสร้างโปรไฟล์ ในเฟซบุ๊กใช้ชื่อ ” พงศกร ขุนราม ” แล้วไปหลอกลวงผู้ที่สนใจเข้ามาสั่งซื้อวัตถุมงคลเครื่องลางของขลังที่ตนสร้างและปลุกเสกทางเพจ”เพชรกล้า เด็กชายนำโชค”

โดยคนร้ายได้ทักแชตลูกค้าที่ติดต่อซื้อขายเครื่องลางของขลังแล้วจำนวน 10 กว่าราย โดยมีการแจ้งให้โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารทหารไทย เลขบัญชี 0497156521 ชื่อนายพงศกร ขุนราม พบว่ามีอยู่ 1 รายชื่อ เป็นผู้ที่อาศัยอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทักแชตอินบล็อคมาเมื่อวันที่ 9 ก.ย. มาทวงถามหาวัตถุมงคล “กุมารทอง” ที่สั่งซื้อและโอนเงินมาแล้ว ซึ่งตนก็รู้สึกงง ๆ ว่าไม่เห็นมีรายการโอนเงินเข้าบัญชี 2 บัญชี ที่แจ้งไว้หน้าเพจแต่อย่างใด เมื่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดจึงรู้ว่ามีการโอนเงินไปบัญชีอื่น ซึ่งเป็นของคนร้ายจำนวน 3,000 บาท และยังมีการขอยื่มเงินลูกค้ารายนี้อีก 2 ครั้ง ครั้งแรก 1,000 บาท ครั้งที่สอง 500 บาท

ตนเองแจ้งลูกค้ารายนี้ให้ทราบว่าหลงกลถูกคนร้ายหลอกโอนเงินแล้ว ขอให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีที่คนร้ายให้โอนเงินเลย ส่วนเฟซบุ๊กคนร้ายพบว่าปิดหนีไปเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ อ.แบงค์ กล่าวต่อ ส่วนตนเองได้ไปแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.คลิงหลวง ภ.จว.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 ก.ย. แล้ว มาที่ บก.ปอท.วันนี้เพื่อต้องการให้ ตำรวจ ปอท.สืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

พร้อมกันนี้เจ้าตัวฝากเตือนผู้สนใจที่สั่งซื้อกุมารทอง พญาครุฑ วัตถุมงคลจากเพจของตนว่าก่อนโอนเงินขอให้ดูเลขที่บัญชี ชื่อบัญชีซึ่งเป็นชื่อจริงของตนเท่านั้น ไม่อยากจะให้คนอื่นโดนหลอกแบบลูกค้ารายนี้อีก นอกจากเสียเงินแล้ววัตถุมงคลที่สั่งซื้อก็ไม่ได้รับ

นายญาณนิทัศน์กล่าวว่า สำหรับฉายา อ.แบงค์ สื่อกรรมสื่อวิญญาณ ตนได้มาตั้งแต่เมื่อ พ.ศ.2553 ในการแข่งขันทางรายการทีวี “ศึกชิงจ้าวหมอดู” จากจำนวนผู้เข้าแข่งขัน 800 คน ตนได้ตำแหน่งที่ 2 ของประเทศไทย ทำให้คนรู้จักและติดตามจำนวนมากในเวลาต่อๆ มา ตนจะดูในเรื่องพลังงานที่มองไม่เห็น เรื่องวิบากกรรมเจ้ากรรมนายเวร ใช้ศาสตร์วิชาหมอดู การเงิน การงาน ความรัก เจ้าที่ วิญญาณ กุมารทอง แต่ไม่ใช่การทรงเจ้า

ด้าน ร.ต.อ.ปิยวัฒน์ เบื้องต้นแนะนำ อ.แบงค์ผู้เสียหายให้กลับไปติดตามคดีจากพนักงานสอบสวน สภ.ท้องที่เกิดเหตุ และให้ทางผู้เสียหายที่โอนเงินให้คนร้ายแจ้งความ สภ.เมือง เชียงใหม่ เพื่อเรียกเจ้าของบัญชีเงินที่โอนไปให้คนร้ายมาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับคนร้ายหรือไม่ อย่างไร ทาง บก.ปอท.จะประสานข้อมูลกับ สภ.ท้องที่ต่อไป