อุบลราชธานียังท่วม 8 เส้นทาง

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบน้ำท่วม 4 จังหวัด จำนวน 14 สายทาง ผ่านไม่ได้ 11 แห่ง
  • อุบลราชธานียังท่วม 8 เส้นทาง

กรมทางหลวง โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ แจ้งว่า กรมทางหลวงได้ทำการสรุปเหตุการณ์อุทกภัยจากพายุโพดุลและคาจิกิ สถานการณ์น้ำปัจจุบันวันที่ 12 กันยายน 2562 เวลา 12.00 น.

พบทางหลวงถูกน้ำท่วม 4 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ทางหลวงที่การจราจรผ่านไม่ได้ 11 แห่ง รายละเอียด ดังนี้

จ.ยโสธร จำนวน 1 แห่ง

  • จ.ยโสธร จำนวน 1 แห่ง

จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 1 แห่ง

  • ทล.2043 ตอน ยางเฌอ – มหาชนะชัย ช่วงกม.ที่ 41 – 43 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 50 ซม. ใช้ทางเลี่ยงจาก ทล.23 ไป อ.เสลภูมิ เข้า จ.ร้อยเอ็ด ใช้ ทล.215 ไป อ.สุวรรณภูมิ

จ.อุบลราชธานี จำนวน 8 แห่ง

  • ทล.23 ตอน บ้านสวน – เขื่องใน ช่วงกม.ที่ 220-226 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 20 – 46 ซม. ใช้ทางเลี่ยง จาก ทล.212 ไป จ.อำนาจเจริญ จากนั้นใช้ทล.202 มุ่งหน้าไป จ.ยโสธร
  • ทล.24 ตอน บ้านสวน – เขื่องใน ช่วงกม.ที่ 418 – 420 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 100 ซม. ใช้ทางเลี่ยงเลี้ยวขวา ทล.231 ไป อ.เมืองอุบลราชธานี
  • ทล.2382 ตอน เขื่องใน – ธาตุน้อย ช่วงกม.ที่ 12 – 17 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 10 – 30 ซม. รถไม่สามารถผ่านได้ น้ำไหลแรง ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่
  • ทล.2383 ตอน ม่วงสามสิบ – ดู่น้อย ช่วงกม.ที่ 11 – 15 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 40 – 60 ซม. ปิดการจราจร กม.10 – 17 ใช้ทางเลี่ยงทล.23 เข้าสู่ ทล.212
  • ทล.2404 ตอน เขื่องใน – นาคำใหญ่ ช่วงกม.ที่ 4 (สะพานห้วยเรือ) คอสะพานชำรุดปิดการจราจร ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่
  • ทล.2408 ตอน นาคำใหญ่ – โพนเมือง ช่วงกม.ที่ 14 – 18 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 10 – 30 ซม. ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่
  • ทล.2412 ตอน ท่าวารี – ท่าศาลา ช่วงกม.ที่ 9 – 10 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 25 ซม. รถไม่สามารถผ่านได้ น้ำไหลแรง ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่
  • ทล.2413 ตอน บ้านเอ้ – หนองขอน ช่วงกม.ที่ 12 – 13 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 50 ซม. ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่

จ.ศรีสะเกษ จำนวน 1 แห่ง

  • ทล.2412 ตอน ท่าศาลา – ละทาย ช่วงกม.ที่ 12 – 16 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 105 ซม. ได้ทำการติดตั้งป้ายเตือน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่

กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงร้อยเอ็ด ได้ร่วมรับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค – บริโภค จากเครือข่ายต่างๆ เช่น สมาคมกู้ภัยทางหลวง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี และสระบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางในการกระจายความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี

อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงได้ได้ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย อุปกรณ์นำทาง ในบริเวณทางหลวงที่ถูกน้ำท่วม พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย โดยขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือ ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ ได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

นายกฯ ขอให้ประชาชนมั่นใจ รัฐบาลช่วยเหลือน้ำท่วมเต็มที่

ประเด็นน่าสนใจ

  • เตือนชาวอุบลราชธานี เตรียมรับมือมวลน้ำก้อนใหญ่
  • จัดกำลังพลหมุนเวียนวันละกว่า 4,000 นาย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแจ้งเตือนชาวอุบลราชธานี ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์มวลน้ำอีกครั้งว่า

พี่น้องชาวอุบลฯ เตรียมตัวรับสถานการณ์น้ำคืนนี้ให้พร้อมนะคะ ท่านนายกฯได้สั่งการทุกหน่วยงาน ในพื้นที่อุบลฯให้เตรียมทุกมาตรการดูแลประชาชนให้พร้อมที่สุด เพื่อรับสถานการณ์คืนนี้ด้วยความห่วงใย

โดยขอให้ประชาชนรับฟังข่าวสาร แผนของทางราชการตลอดเวลา เตรียมการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ให้พร้อมทั้งทางบกทางน้ำ ตลอด 24 ชม. พื้นที่ใดรุนแรงต้องปฏิบัติก่อนให้เร่งดำเนินการก่อนมืดค่ำ

ทุกเหล่าทัพยังคงกระจายกำลังและเครื่องมือช่าง สนับสนุนการช่วยเหลือพร้อมทั้งประสานกับส่วนราชการในพื้นที่ ติดตามเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำมูล ให้เสริมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.อุบลฯ และพื้นที่วิกฤต โดยให้อยู่กับประชาชนในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

กองทัพได้เตรียมกำลังทหารทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศไว้ในพื้นที่ โดยได้จัดกำลังพลหมุนเวียนวันละกว่า 4,000 นาย พร้อมกับเครื่องมือช่าง เครื่องสูบน้ำ เรือชนิดต่าง ๆ และยานยนต์ล้อสูง

รวมทั้งรถครัวสนาม รถประปาสนาม และชุดแพทย์เคลื่อนที่คอยให้ความช่วยเหลือ ให้บริการ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงได้จัดอากาศยานพร้อมชุดค้นหาและกู้ภัย ทำการช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหาย พร้อมทั้งได้จัดเรือผลักดันน้ำ จำนวน 25 ลำ เร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่อย่างต่อเนื่องแล้ว

นายกฯฝากแจ้งว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาล และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงจิตอาสาจะให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องและเต็มที่ ขอให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง

และขอให้พี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี และพี่น้องในพื้นที่น้ำท่วมผ่านพ้นเหตุการณ์ดังกล่าวไปให้ได้ โดยภายหลังสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเร่งสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเป็นการเร่งด่วน หากต้องการความช่วยเหลือโทรสายด่วน 1784

โดยก่อนหน้านี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งเตือนชาวอุบลราชธานี ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์มวลน้ำจำนวนมากที่จะเดินทางถึงในวันพรุ่งนี้ โดยคาดว่าจะมีมวลน้ำสูงสุด 4,500-4,800 ล้าน ลบ.ม.เดินทางถึง อ.เมืองอุบลฯ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานีสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.วารินชำราบ คาดว่าในวันที่ 13 ก.ย.สูงสุดอยู่ที่ 5,300-5,500 ลบ.ม./วินาที

โดยน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในหลายพื้นที่ หากต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งมาที่สายด่วน 1784 เพราะมีพื้นที่ประสบภัยเป็นวงกว้างเจ้าหน้าที่อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง

‘อนุทิน’ สั่ง สธ.รับมือสถานการณ์น้ำที่อุบลฯ ย้ำตามข่าวตลอด 24 ชั่วโมง

ประเด็นน่าสนใจ

  • อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ข้าราชการสาธารณสุขในพื้นที่ ดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุด หลัง จ.อุบลราชธานี น้ำท่วมหนัก
  • แนะพี่น้องประชาชนระมัดระวังตนเอง โดยเฉพาะเรื่องไฟดูด อย่าประมาทเด็ดขา

จากกรณีที่เกิดภาวะน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี โดยน้ำอาจทะลักเข้าบริเวณโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองนั้น

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ข้าราชการในพื้นที่ ดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุด

ส่วนข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้เตรียมพร้อมทั้งคน เครื่องมือ และเวชภัณฑ์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยต้องมองไปถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บหลังน้ำลดด้วย และอยากให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังตนเอง โดยเฉพาะเรื่องไฟดูด อย่าประมาทเด็ดขาด

“ตนได้หารือกับคณะรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในเรื่องการลงพื้นที่ เข้าใจว่าทุกท่ารมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน แต่ถ้าลงไปแล้ว กลายเป็นภาระกับข้าราชการต้องมาต้อนรับ แทนที่ข้าราชการจะเอาเวลาไปช่วยชาวบ้าน ก็ขอให้คิดดีๆ ก่อนลงพื้นที่”

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิดในเรื่องดังกล่าว เพราะมีปัญหาน้ำท่วม เป็นเรื่องเฉพาะหน้าให้ต้องแก้ไข ส่วนในอนาคต อะไรที่เป็นเรื่องดีกับพี่น้องประชาชน พรรคก็พร้อมสนับสนุน