พบ ‘ไมโครพลาสติก’ ในสัตว์ทะเลอีกหลายชนิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • สัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยข้อมูลจากการศึกษาวิจัยพบสัตว์ทะเลหลายชนิดมีไมโครพลาสติกอยู่ในระบบทางเดินอาหาร
  • ส่วนข้อกังวลต่อสุขภาพของมนุษย์หากรับประทานเข้าไป ขณะนี้ยังไม่มีผลวิจัยชัดเจนว่า ต้องสะสมอยู่ในร่างกายปริมาณเท่าใด จึงจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย
  • ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่ได้วิตกกังวลมากนัก แต่ก็ยอมรับว่าปัจจุบันมีขยะหลายขนิดถูกทิ้งลงทะเล

รศ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผย ถึงการพบไมโครพลาสติกในปลาทูเป็นจำนวนมากโดย จากการศึกษายังพบว่าสัตว์ทะเลในอ่าวไทย เช่น ปลาประเภทต่างๆ และหอย ก็พบ ไมโครพลาสติกอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ในปะการังก็พบว่ามีการเจือปนอยู่เช่นกัน ส่วนจะมากหรือน้อยก็แตกต่างกันไป

ส่วนข้อกังวลต่อสุขภาพของมนุษย์หากรับประทานเข้าไป ขณะนี้ยังไม่มีผลวิจัยชัดเจนว่า ต้องสะสมอยู่ในร่างกายปริมาณเท่าใด จึงจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย มีเพียงข้อมูลผลกระทบในสัตว์ทดลอง แต่ก็ยังเป็นข้อถกเถียงว่าแท้จริงแล้วเกิดจากไมโครพลาสติก หรือสารพิษ และเชื้อโรคที่เกาะติดไปกับพลาสติกกันแน่

แต่ที่สำคัญ ภาครัฐควรเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง และควร หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุประเภท พีอี และ พีวีซี อาทิ ท่อ รางน้ำ ในกิจกรรมทางทะเลและใต้ท้องทะเล

สำหรับจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยพลาสติกในตัวปลาทูครั้งนี้ นางสาวเสาวลักษณ์ ขาวแสง ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ มีการเก็บขยะทุกวัน ก่อนจะนำมาคัดแยก แล้วชั่งน้ำหนัก เพื่อจดบันทึกปริมาณขยะในแต่ละชนิดในรอบเดือนและรอบปี

กระทั่งเจอปัญหาในระบบห่วงโซ่อาหาร โดยเฉพาะในบริเวณหาดเจ้าไหม ซึ่งมีปลาเศรษฐกิจทั่วไปที่ทุกคนสามารถบริโภคได้ ซึ่งนี่เองถือว่าเป็นการส่งสัญญาณความวิกฤตของปัญหาขยะทางทะเลแล้ว

ขณะที่บรรยากาศ การจำหน่ายอาหารทะเล ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง โดยเฉพาะปลาชนิดต่าง และปลาทู พบว่ายังคึกคัก โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่ได้วิตกกังวลมากนัก แต่ก็ยอมรับว่าปัจจุบันมีขยะหลายขนิดถูกทิ้งลงทะเล ซึ่งเกิดจากความมักง่ายของคน

เกาะติดสถานการณ์ “น้ำท่วม” ประจำวันที่ 12 ก.ย.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วม 5 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ
  • จากสถานการณ์น้ำท่วมประชาชนได้รับผลกระทบ 378,409 ครัวเรือน
  • ขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า อิทธิพลพายุโซนร้อน “โพดุล” และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ รวม 32 จังหวัด ได้แก่

อำนาจเจริญ กระบี่ ปราจีนบุรี แพร่ นครพนม เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระนอง เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ น่าน ตราด มุกดาหาร อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ชุมพร อุดรธานี สระแก้ว ลำปาง เลย สุโขทัย ศรีสะเกษ และสกลนคร รวม 176 อำเภอ 909 ตำบล 6,568 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน

ประชาชนได้รับผลกระทบ 378,409 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 29 ราย (ยโสธร 8 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย อำนาจเจริญ 4 ราย ขอนแก่น 3 ราย พิจิตร 2 ราย อุบลราชธานี 1 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย ศรีสะเกษ 1 ราย) ผู้บาดเจ็บ 1 คน (ชัยภูมิ)

ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ อพยพประชาชน 28,665 คน ในพื้นที่ 4 จังหวัด รวม 81 จุด (อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด)

ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย

โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยและเรือท้องแบนให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

เตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด รวมถึงระมัดระวังภัยที่มักเกิดในช่วงน้ำท่วม อาทิ อุบัติภัยจากไฟฟ้า อุบัติภัยทางน้ำ สัตว์มีพิษ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

‘อนุทิน’ บินไป ปาย-แม่ฮ่องสอน ตรวจระบบสาธารณสุข หลังโดน “โพดุล” ถล่ม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ”อนุทิน” บินด่วน “ปาย-แม่ฮ่องสอน” ตรวจความคืบหน้าการฟื้นฟูระบบสาธารณสุข หลังโดน “โพดุล” ถล่ม
  • พร้อมร่วมพิธีรับมอบรถพยาบาล

วานนี้ (10 ก.ย.62) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขับเครื่องบินส่วนตัว นำทีมผู้บริหารในกระทรวงลงพื้นบริเวณโรงพยาบาลปาย อำเภอ ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจสอบความคืบหน้าในการฟื้นฟูด้านสุขภาพประชาชน และสถานพยาบาลที่ได้รับความเสียหายจากพายุ “โพดุล”

นอกจากนั้น นายอนุทิน ยังให้กำลังใจฝ่ายปฏิบัติงาน พร้อมกำชับให้จัดหาเวชภัณฑ์ และเตรียมกำลังคนสำหรับดูแลประชาชน ในช่วงของการฟื้นฟูดังกล่าว ทั้งนี้ ระหว่างลงพื้นที่ นายอนุทิน และคณะได้ร่วมพิธีรับมอบรถพยาบาลให้โรงพยาบาลปายไว้ใช้งานดูแลประชาชน