รวบคนสนิท วัน อยู่บำรุง หนีคดียิงอริที่ภูเก็ต ด้าน ส.ส.คนดังโพสต์ให้กำลังใจ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุกผู้ก่อเหตุคนละ 12 ปี
  • จากการสอบสวน ต๋อง เด็กซื้อแกง สารภาพร่วมก่อเหตุจริง แต่ไม่ใช่คนลงมือยิง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กองปราบปรามฯ ได้แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาหนีคดียิงคู่อริ ที่ภูเก็ตเมื่อปี 2553 หลังจากถูกศาลตัดสินในความผิด แต่เขากลับหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาล

จนทำให้ถูกออกหมายจับตามล่าตัว ก่อนทราบชื่อต่อมาคือ นายธันย์ปวัฒน์ ทรัพย์โชติวานิช หรือ “ต๋อง เด็กซื้อแกง” อายุ 32 ปี คนสนิทของ ส.ส.คนดัง วัน อยู่บำรุง

โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ กทม. ก่อนจะทราบแหล่งที่อยู่ชัดเจน จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น คือ นายธันย์ปวัฒน์ ยอมรับว่าร่วมก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่ไม่ใช่คนยิง คนที่ลงมือถูกจับและติดคุกไปแล้ว ซึ่งชนวนเหตุมาจากเขาและผู้บาดเจ็บมีเรื่องเขม่นกันมาก่อนหน้านี้ และอ้างว่าทำหน้าที่เป็นคนขี่รถจยย.เท่านั้น

แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะนายอัฐพล ที่ถูกจับไปแล้ว ให้การซัดทอดว่านายธันย์ปวัฒน์ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้บาดเจ็บ จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดภูเก็ตดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ดีหลังเหตุการณ์จับกุม นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. (เขตบางบอน) พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจคนสนิทที่ถูกจับในครั้งนี้ ก่อนจะโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวให้กำลังใจอีกทางด้วย

วัน อยู่บำรุง
วัน อยู่บำรุง โพสต์ให้กำลังใจคนสนิทถูกจับ หลังหนีคดียิงอริที่ภูเก็ต

สำหรับคดีนี้ ศาลจังหวัดภูเก็ต พิพากษา ให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีความผิดฐาน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกคนละ 12 ปี ฝ่ายผู้ต้องหาขอยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา

ซึ่งศาลชั้นอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้อง พร้อมกับอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ประกันตัว จากนั้นผู้บาดเจ็บได้ยื่นศาลำกาให้มีการพิจารณาต่อ

จากนั้นเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2561 ศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 มีความผิดจริง แต่ในวันที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา มีเพียงนายณัฐพล มาฟังเพียงคนเดียว ส่วนนายธันย์ปวัฒน์ หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จึงถูกออกหมายจับ และถูกตามจับตัวได้ดังกล่าว

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ประกาศ!! เพิกถอนทะเบียนตํารับยา 25 ตำรับ พาราเซตามอล

ประเด็นน่าสนใจ

  • การเพิกถอนตำรับยาที่มี พาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ สืบเรื่องจากผู้ผลิต ไม่แก้ไขทะเบียนตํารับยาให้เป็นไปตามคําสั่ง อาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ยาได้
  • ทั้งนี้หากผู้ผลิตยาไม่เห็นชอบคำสั่งนี้ สามารถใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ คําสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 780/2562 เรื่อง เพิกถอนทะเบียนตํารับยา พาราเซตามอล ที่อาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ยา

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ปรากฏพบปัญหาจากการใช้ยาพาราเซตามอลมากขึ้น โดยพบทั้ง อาการไม่พึงประสงค์ในลักษณะการแพ้ยา และอาการผลข้างเคียง เช่น การเกิดพิษต่อตับ จากการใช้ยาไม่เหมาะสม

การได้รับยาซ้ำซ้อน การใช้ยาเกินขนาดโดยไม่ตั้งใจ หรือการใช้ยาร่วมกับการดื่มเครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค

เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ใช้ยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคําแนะนําของคณะกรรมการยาในการประชุม ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 ได้มีคําสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 329/2560 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ให้ผู้รับอนุญาตผลิตยา หรือผู้รับอนุญาตนําหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร

ผู้ผลิตยาที่ได้รับอนุญาต ฟ้องต่อศาลปกครองได้ หากไม่เห็นชอบคำสั่งนี้

ซึ่งทะเบียนตํารับยา ที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ ชนิดรับประทาน แก้ไขฉลาก และเอกสาร กํากับยาให้เป็นไปตามคําสั่งดังกล่าว และต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

โดยคําแนะนําของ คณะกรรมการยาในการประชุมครั้งที่ 386-10/2561 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ได้มีคําสั่ง กระทรวงสาธารณสุขที่ 204/2562 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562
ให้ผู้รับอนุญาตที่ยังไม่ได้ยื่น

แก้ไขทะเบียนตํารับยาเร่งดําเนินการตามคําสั่งกระทรวงที่ 329/2560 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 แต่ปรากฏว่าผู้รับอนุญาตไม่ดําเนินการแก้ไขทะเบียนตํารับยาดังกล่าวให้เป็นไปตามคําสั่งข้างต้น จํานวน 25 ตํารับ จึงอาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ยาได้

เพิกถอนทะเบียนตํารับยา 25 ตำรับ พาราเซตามอล
ราชกิจจานุเบกษา เพิกถอนทะเบียนตํารับยา 25 ตำรับ พาราเซตามอล

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคําแนะนําของคณะกรรมการยา

ในการประชุมครั้งที่ 389-3/2562 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 จึงมีคําสั่งเพิกถอนทะเบียนตํารับยาที่มี พาราเซตามอล เป็นส่วนประกอบ ชนิดรับประทาน จํานวน 25 ตํารับ ตามบัญชีแนบท้ายคําสั่งนี้

อนึ่ง หากผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคําสั่งนี้ อาจใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ โดยให้ ทําคําฟ้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในเก้าสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่งนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
ปิยะสกล สกลสัตยาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

รายชื่อยา ‘พาราเซตมอล’ ที่ถูกเพิกถอน

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ห้ามพลาด! งาน ‘SME ONE FEST 2019’ 12 – 15 ก.ย. นี้

งาน SME ONE FEST 2019 ที่ยกมาไว้ใจกลางเมือง ณ MBK AVENUE Zone A and C 12 – 15 กันยายน นี้

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานแสดงสินค้า SME ONE FEST 2019 สุดยอดสินค้า SME คุณภาพ ที่ยกมาไว้ใจกลางเมืองให้คุณได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ ณ MBK AVENUE Zone A and C ตั้งแต่วันที่ 12 – 15 กันยายน นี้

สำหรับ SME ONE FEST 2019 จัดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของปี 2562 โดย สสว. ได้เลือกจัดงานที่ MBK AVENUE Zone A and C เนื่องจากต้องการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่นิยมมาเลือกซื้อสินค้ากลับไปเป็นของฝาก โดยเฉพาะสินค้าที่แสดงถึงความเป็นไทย อาทิ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน หมอนยางพารา ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค และอาหารไทยขึ้นชื่อ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อได้ภายในงานนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ สสว. เห็นว่า การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ พร้อมเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ผู้ประกอบการณ์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นยอดขายและผลักดันสินค้า SME ไทยสู่สากล