ไอ ไอร์ฬดา จากนางฟ้าชุดขาว สู่เจ้าของแบรนด์กระเป๋าหนังแท้ของคนไทยแท้ ๆ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ไอ ไอร์ฬดา เปิดเผยเส้นทางการดำเนินธุรกิจ จากอาชีพพยาบาล สู่เจ้าของธุรกิจผลิตกระเป๋าของคนไทยแท้ ๆ
  • จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดจากการต้องการมีเวลาดูแลลูกน้อย  จึงตัดสินใจออกมาทำธุรกิจของตัวเอง
  • มีการกำหนดรูปแบบการขายในการรับตัวแทนจำหน่ายสินค้า

เมื่อกล่าวถึงกระเป๋าหนังสุภาพสตรีของคนไทยแท้ ๆ ในทุกวันนี้ก็มีมากมายหลากหลายแบรนด์ ซึ่งหนึ่งในแบรนด์เครื่องหนังสุภาพสตรีนั้นนั่นก็คือกระเป๋าจากแบรนด์ Viranda ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 4 ปีแล้ววันนี้ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ “ไอ ไอร์ฬดา กฤตยาพงศ์พันธ์” เจ้าของธุรกิจกระเป๋า Viranda ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเป๋าหนังแท้ที่จำหน่ายในราคาที่จับต้องได้

ทั้งนี้ ไอ ไอร์ฬดา เปิดเผยว่า เริ่มต้นมาจากความชอบในเครื่องหนัง และที่เคยได้รับความรู้บางส่วนมาจากคุณพ่อ โดยก่อนหน้าเธอเคยประกอบอาชีพเป็นนางพยาบาลมาก่อน แต่เมื่อมีลูกก็มาคิดว่าจะทำงานอะไรอยู่ที่บ้านและเลี้ยงดูลูกไปด้วย จึงคิดวางแผนว่าน่าจะลงทุนทำเครื่องหนัง กระเป๋าสตรี น่าจะขายได้ ด้วยความชื่นชอบในเครื่องหนังจึงตัดสินใจลงทุนผลิตเพื่อจำหน่ายในแบรนด์ของตัวเอง เลือกใช้ชื่อ ด.ญ.วิลันดา” Viranda”ซึ่งเป็นชื่อของลูกสาวมาตั้งเป็นแบรนด์

ทั้งนี้จุดมุ่งหมายในการผลิตสินค้า จะมีการเลือกใช้หนังที่ส่วนใหญ่สั่งมาจากต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งมีทั้งหนังจระเข้ หนังงู หนังตะกวด หนังวัว หนังแกะและหนังแพะ โดยเลือกหนังมีคุณภาพที่เลี้ยงดูอย่างดีก่อนนำมาผลิตกระเป๋าแต่ละใบ มีทีมงานดีไซด์ออกแบบ และทีมงานผลิต จะมานั่งคุยกันเพื่อให้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์สำหรับการใช้งาน

ในส่วนของหนังเอ็กโซติก กระเป๋าแต่ละใบจะผลิตด้วยมือเกือบ 100% แต่ละใบจึงใช้เวลาค่อนข้างนาน เริ่มตั้งแต่การวางแพทเทิร์น ตัดหนัง การเข้ามุม โดยใช่ช่าง 1 คนต่อกระเป๋า 1 ใบ จะไม่มีการแบ่งงานกันทำเป็นส่วนๆ

หนังตะกวดที่นำมาผลิตกระเป๋าต้องเป็นตะกวดบ้านที่เลี้ยงไว้โดยเฉพาะเพื่อหนังท้องจะได้ไม่มีรอยเหมือนตะกวดที่เดินหากินตามธรรมชาติ กระเป๋าใบหนึ่งจะใช้หนังตะกวดอยู่ที่ 2 ตัว ความประณีตในการเลือกหนัง วางแบบดีไซน์ ให้ออกมาลวดลายสวยงามเสมอกันทั้งใบ

สำหรับหนังงูที่ผลิตกระเป๋าเรานำจะมีการนำเข้าจากอินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดตัวที่ใหญ่เพื่อจะได้โชว์ลายด้านหน้าและด้านข้างของตัวกระเป๋า นอกจากนี้กระเป๋าหนังสีธรรมดาทั่วไปจะใช้ระยะเวลาผลิตต่อใบ 3-4 สัปดาห์ ถ้าเป็นหนังสีพิเศษๆ เช่น แดง เหลืองสด ซึ่งจะต้องย้อมสีเพิ่มอีก 1-2 สัปดาห์ถึงจะนำมาตัดเย็บได้

ไอ ไอร์ฬดา กฤตยาพงศ์พันธ์

ทั้งนี้เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า แบรนด์ Viranda ซึ่งเป็นกระเป๋าหนังแท้ 100% ที่มุ่งเน้นการสั่งตัด ชิ้นงานปราณีต ไปจนถึงงานทำมือ พร้อมการการันตีคุณภาพหนังนาน 1 ปี รวมไปถึงการกระจายสินค้าในรูปแบบของการรับสมัครตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และต่างประเทศอีกด้วย โดยผู้ที่อยากเริ่มต้นมีแบรนด์กระเป๋าของตัวเองด้วยก็สามารถทำได้โดยเริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 25,000 บาทเท่านั้น

อดีตดาราสาว ร้องขอความเป็นธรรม​ ถูกทหาร ยศ พล.อ. กักขัง และข่มขืน

ประเด็นน่าสนใจ

  • อดีตดารานักแสดง มาติดตามความคืบหน้าคดีและร้องขอความเป็นธรรม จากกรณี​ข้าราชการทหาร ยศ พล.อ. กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำชำเรา
  • พร้อมฝากถึงนายพลคนดังกล่าวว่า ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะออกมาเคลื่อนไหว หรือออกมาให้ข่าว

ที่ สำนักงานอัยการทหาร กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง​ นางขิม (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี อดีตดารานักแสดง มาติดตามความคืบหน้าคดีและร้องขอความเป็นธรรม จากกรณี​ข้าราชการทหาร ยศ พล.อ. กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำชำเรา เมื่อไปร้องขอความธรรมที่หน่วยงานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ และไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้น​

ตนนำเอกสาร และพยานหลักฐานมามอบให้เจ้าหน้าที่นำไปประกอบสำนวนคดี เนื่องจากทราบมาว่าคดีของตนนั้นถูกโอนมาที่ศาลทหารแห่งนี้ และไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้วคดีตนควรถูกโอนไปที่ศาลพลเรือนด้วยซ้ำ จึงอยากจะให้โอนคดีนี้เป็นการเร่งด่วน

เมื่อไม่นานมานี้ทราบว่าคำสั่งคณะรักษาความสงบ ที่ 9/62 ศาลทหาร ไม่มีอำนาจตัดสินคดีที่ทหารทำผิดกับพลเรือน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีพลเรือนเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ทราบว่าทำไม สน.หัวหมาก จึงสั่งฟ้องพลตรีเดชอุดม นิชรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ซ้ำหลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว กลับถูกเลื่อนยศเป็นพลเอก(ยศปัจจุบัน) ซึ่งทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติ และความไม่ชอบมาพากล

ส่วนตัวรู้สึกกังกลเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่เมื่ออำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. หมดไป ดังนั้นศาลทหารจะต้องโอนถ่ายคดีไปที่ศาลพลเรือน โดยตนหวังว่าคดีจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะที่ผ่านมาตนต่อสู้คดีนี้มาอย่างยาวนาน และเหนื่อยยาก จึงอยากให้คดีจบสิ้นเสียที

นอกจากนี้คดีของตนผู้ต้องหาเป็นถึงระดับนายพล ซึ่งในยุคคณะรักษาความสงบ หรือ คสช. กลับกระทำการไม่เหมาะสม หากทหารชั้นผู้น้อยเห็นว่าคดีดังกล่าวเห็นว่าทหารชั้นนายพลหลุดคดีดังกล่าว อยากจะถามว่าความสงบสุขจะไม่เกิดกับปวงชนชาวไทยอีกแน่นอน

นอกจากนี้อยากจะพูดว่าก่อนหน้านี้เคยมีนายตำรวจชื่อเล็ก ตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล4 โทรศัพท์มาหาตน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าผู้การจริงหรือไม่ มิหนำซ้ำพนักงานสอบสวนผู้หญิงที่ทำคดีให้ตน กลับถูกย้ายไปทำงานที่อื่น โดยเจ้าหน้าที่บอกเพียงว่า พนักงานสอบสวนหญิงเป็นโรคประสาท ก่อนจะให้พนักงานสอบสวนผู้ชายมาสอบถามตนเกี่ยวกับเรื่องเพศ ซึ่งตนมองว่าไม่สมควร และรู้สึกกดดันทุกครั้งที่ต้องตอบคำถาม

สุดท้ายนี้ตนอยากจะฝากถึงนายพลคนดังกล่าวว่า ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านไม่คิดจะออกมาเคลื่อนไหว หรือออกมาให้ข่าว เพราะกลัวว่าโจทย์รายอื่นๆจะออกมาเปิดเผยตัวใช่หรือไม่ และก่อนหน้านี้มีคนโทรศัพท์มาหาตน และบอกว่านายพลคนดังกล่าวขึ้นชื่อเรื่องกักขัง และข่มขืนผู้หญิง และในวันที่ 11 ก.ย. 62 เวลาประมาณ 13.00 น. ตนจะเดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว

สิตางค์ ควง ลีน่าจัง แจ้งความ ปอท.

ประเด็นน่าสนใจ

  • สิตางค์ ควง ลีน่าจัง มาแจ้งความ ปอท.ถูกนำรูปสิตางค์ไปปลอมเพซบุ๊กก่อนไปโจมตีเพจ ข่าวโหด ของลีน่าจัง ขณะไลฟ์สด
  • เจ้าตัวเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกับที่โดนหมายจับ สน.พญาไทคดีฉ้อโกงฯ
  • มีการคาดการณ์ว่า คนร้ายเกิดความแค้นเลยมาอาละวาดก่อกวน

11.00 น. วันที่ 10 ก.ย.ที่ บก.ปอท.นางลีนา จังจรรจาวัย 60 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.หญิง ณัฐชยา วงศ์รุจิไพโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 และ ร.ต.ท.หญิง กรฉัตร มาตรศรี รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. โดยมีนายสิตางค์ บัวทอง เน็ตไอดอลสาวประเภทสองเดินทางตามมาสมทบ เพื่อแจ้งความกรณีเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมาขณะนางลีนากำลังไลฟ์สดผ่านเพจ ข่าวโหด ได้มีคนใช้ภาพ สิตางค์ เป็นโปรไฟล์เข้ามาแสดงความ ในเชิงตำหนิด่าว่าให้เสียหาย ส่วนสิตางค์มาแจ้งให้ ปอท ช่วยสืบหาคนร้ายที่แอบอ้างใช้รูปตนมาดำเนินคดี

ทั้งนี้นายสิตางค์เปิดเผยว่า ตนมาแจ้งความ บก.ปอท.ว่ามีเฟซบุ๊กชื่อ Peak Roger ได้แอบอ้างเอารูปของตนไปทำโปรไฟล์ และทราบในเวลาต่อมาว่าได้เข้าไปแสดงความเห็นในขณะคุณแม่ลีน่า จัง กำลังไลฟ์สด แสดงความคิดเห็นโดยมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่คุณแม่ลีน่าจังดำเนินคดีฉ้อโกงกับบุคคลหนึ่ง ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายให้กับตน ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ตนจึงต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่ในขบวนการอะไรกับคนร้ายรายนี้

ด้านลีน่าจัง เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากคดีนี้ตนเคยแจ้งความไว้เมื่อ 30 ก.ค.62 ที่ สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรายหนึ่ง (นายไพศาล สงวนนามสกุล) มีพฤติการณ์ฉ้อโกง ตนเองได้สั่งซื้อสินค้าประเภทขนมแล้วมีการโอนเงินหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 30,500 บาท แต่ไม่ได้มีการส่งสินค้าให้ จึงไปแจ้งความต่อ ร.ต.อ.เจริญ สุขมาก รอง สว.สอบสวน สน.พญาไท ซึ่งเมื่อวานนี้ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาศาลได้ออกหมายจับบุคคลดังกล่าวในข้อหาฉ้อโกงเรียบร้อยแล้ว

แต่ล่าสุดเมื่อบ่ายโมงวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมาขณะที่ตนไลฟ์สดผ่านเพจ”ข่าวโหด” อยู่ พบว่ามี เฟซบุ๊กบัญชีชื่อ Peak Roger ใช้รูปหน้าของคุณสิตางค์เป็นโปรไฟล์ได้เข้ามาแสดงความเห็นในลักษณะก่อกวน และด่าว่าตนเสียๆ หายๆ พร้อมข่มขู่ว่าตนพูดมากไปจะถูกปิดเพจอีกรอบหนึ่ง

ลีน่าจัง กล่าวต่อ นอกจากการฉ้อโกงตนแล้ว ตนเชื่อว่าเขาได้รายงานสแปมเพจของตนไปทางสำนักงานใหญ่เฟซบุ๊ก จึงส่งผลกระทบทำให้ตนต้องถูกห้ามใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กของตน ถูกห้ามไลฟ์สดเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ซึ่งทำให้ขาดโอกาส ประเมินความเสียหายจากการหยุดใช้งานเฟซบุ๊กคิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้านบาท

‘วันนี้เราสองคนจึงนำข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่ มามอบให้พนักงานสอบสวน บก.ปอท.ช่วยทำการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป’

บ่ายวันนี้ตนจะเดินทางไปกองบังคับการปราบปราม นำหมายจับคดีฉ้อโกงไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีด้วย

‘ขอบคุณแฟนคลับของตนทุกๆท่านที่เมตตาติดตามตน และขอให้คนที่มาทำร้ายตนหยุดการกระทำเถอะ เพราะมันไม่มีประโยชน์ คุณทำให้เราเสียหายไปตั้งล้านกว่าบาทแล้วขอร้องหยุดการกระทำเถอะ ตนถึงกับต้องเสียน้ำตาร้องไห้ เพจเราช่วยเหลือสังคมคนยากจนผู้ป่วยมะเร็งเบาหวานฯ ที่เขาตัองการความช่วยเหลือจากเรา การกระทำของคุณสร้างความเสียหายแก่เรามาก ถูกปิดเพจไป 1 เดือน 4 วัน ขอร้องให้หยุดเถอะ ตอนนี้เพจของตนกลับมาดำเนินการไลฟ์สดได้แล้วตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.ฝากFC ติดตามไลฟ์สดได้เหมือนเดิม’

ด้านพนักงานสอบสวน บก.ปอท.ได้รับแจ้งความไว้เพื่อตรวจสอบและเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป