ธรรมนัส ลั่น! ไม่ลาออก รู้มีผู้อยู่เบื้องหลังการขุดข่าว

ประเด็นน่าสนใจ

  • สื่อออสเตรเลียรายงานข่าวว่า ร.อ. ธรรมนัส เคยติดคุก 4 ปี จากคดีลักลอบนำเฮโรอีนเข้าซิดนีย์
  • เจ้าตัวบอกกรณีเคยติดคุกเคยชี้แจงไปหมดแล้ว ยืนยันไม่เคยสารภาพ พร้อมให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี
  • ยืนยันไม่ลาออก ขอเดินหน้าทำงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ แกนนำคนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังสื่อใหญ่ของออสเตรเลียรายงานข่าวว่าเขาติดคุก 4 ปี จากคดีลักลอบนำเฮโรอีนเข้าซิดนีย์

ทั้งนี้ หลังเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามปกติประจำสัปดาห์ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวว่า กรณีตนติดคุก เป็นเรื่องเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว ตนได้ชี้แจงไปหมดแล้ว การจะเอาข่าวมาเขียนละเอียดยิบอย่างนั้น ต้องมีที่มาที่ไป ซึ่งตอนนี้ตนก็รู้หมดแล้วว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

แต่ไม่เป็นไร เพราะเป็นเรื่องที่ตนต้องแก้ไขด้วยตัวเอง ตนรู้มีผู้อยู่เบื้องหลังการขุดข่าวติดคุกคดียาเสพติด ที่ออสเตรเลีย ยืนยันไม่เคยสารภาพชี้ ข้อมูลไม่ถูกต้อง พร้อมให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า เอาเรื่องช่วยชาวบ้านดีกว่า เรื่องชาวบ้านที่เดือดร้อนมีอีกเยอะ เราจะกลับไปย้อนอดีตทำไม วนอยู่อย่างนี้ประเทศไทยจะเดินหน้าได้อย่างไร ผมว่าหากข้องใจ เปิดหน้ามาชกกันเลยดีกว่า ไม่ต้องเป็นอีแอบอย่างนี้ ไม่ได้ท้าชกแต่หมายถึงว่าเอามาพูดกันดีกว่า เอาแต่เรื่องอดีตมาพูด เราอยากจะจมอยู่กับอดีตหรืออนาคตละ

อย่างไรก็ตาม ร.อ. ธรรมนัส ขอเดินหน้าทำงานให้ประชาชน อย่าวนแต่เรื่องในอดีต ยันไม่ลาออก ทำไมต้องลาออก

นักท่องเที่ยวเยือนฮ่องกงลดลงร้อยละ 40

ประเด็นน่าสนใจ

  • เว็บไซต์แชนแนล นิวส์ เอเชีย ของสิงคโปร์ ยังคงให้ความสนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฮ่องกง
  • มีการรายงานประเด็นการจับกุมของตำรวจและผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
  • จากเหตุความไม่สงบจากการประท้วง ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเกือบร้อยละ 40

แชนแนล นิวส์ เอเชีย ขึ้นพาดหัวประเด็นใหญ่ว่า “More than 150 people arrested during weekend protests in Hong Kong: Police” หรือ “ตำรวจ เผยมีผู้ประท้วงถูกจับกุมกว่า 150 คน ระหว่างการประท้วงในฮ่องกงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา”

รายงานระบุว่า มีผู้ประท้วงฮ่องกงถูกตำรวจจับกุมทั้งหมด 157 ราย แบ่งเป็นผู้ชาย 125 ราย และผู้หญิง 32 ราย โดยผู้ประท้วงที่ถูกจับกุมมีอายุระหว่าง 13 ถึง 63 ปี

ขณะที่รายงานประเด็นรองลงมา โดยขึ้นพาดหัวว่า “Hong Kong August visitors plunge 40%, hotels half-full: Finance chief” หรือ “นักท่องเที่ยวในฮ่องกงลดลงร้อยละ 40 ในเดือนสิงหาคม โรงแรมมีผู้เข้าพักแค่ครึ่งเดียว”

รายงานระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในฮ่องกงในเดือนสิงหาคม ลดลงเกือบร้อยละ 40 หลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว, การค้าขาย และธุรกิจโรงแรม

ย้อนยุทธการตะนาวศรี ปมขัดแย้งระหว่าง ‘ชัยวัฒน์-บิลลี่’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปี 2553 – 2554 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เผาทำลายที่พักอาศัยของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
  • ระหว่างที่มีการต่อสู่เรื่องคดี นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ หลายชายของปู่คออี้ ได้หายตัวไปเมื่อปี 57

“ยุทธการตะนาวศรี” ที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในขณะนั้น เข้าไปผลักดันรื้อเผาทำลายบ้านชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยบน ให้ออกจากพื้นที่อุทยานฯ แก่งกระจาน เป็นความขัดแย้งระหว่างนายชัยวัฒน์ และนายบิลลี่

ปี 2553 – 2554 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เผาทำลายที่พักอาศัยของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ทำให้มีการร้องเรียนต่อสภาทนายความ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี

ปี 2555 นายโคอิ มีมิ หรือปู่คออี้ ผู้นำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยบนที่ ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ต่อศาลปกครองกลาง

ระหว่างที่มีการต่อสู่เรื่องคดี นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ หลายชายของปู่คออี้ ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเดือน เม.ย.2557

ปี 2558 ปู่คออี้ เข้าแจ้งความที่ สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ให้ดำเนินคดีกับนายชัยวัฒน์ ในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์

ปี 2559 พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไต่สวนนายชัยวัฒน์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ปี 2561 ศาลปกครองสูงสุด ตัดสิน นายชัยวัฒน์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เผาทำลายทรัพย์สินโดยไม่มีความจำเป็น ให้ชดใช้เงินจำนวน 10,000 บาท

จากเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้เห็นว่า นายชัยวัฒน์ และบิลลี่ มีความขัดแย้งกันมาต่อเนื่อง กระแสสังคมจึงพุ่งไปที่นายชัยวัฒน์ แม้จะปฎิเสธยืนยันแสดงความบริสุทธิ์ใจมาตลอด