Facebook เตรียมทดสอบการซ่อนยอดไลค์

ประเด็นน่าสนใจ

  • Facebook ออกมายืนยันแล้วว่าได้เตรียมทำการทดสอบ โดยจะไม่แสดงจำนวนยอดไลค์เป็นตัวเลขให้เห็น
  • ก่อนหน้านี้ Instagram ได้ทดสอบฟีเจอร์ดังกล่าวไปแล้ว

หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Instagram ได้ขยายการทดสอบการซ่อนจำนวนไลค์ เป็น 7 ประเทศ ได้แก่ แคนาดาออสเตรเลีย บราซิล ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ ล่าสุด Facebook ก็ยืนยันว่ากำลังทดสอบการซ่อนจำนวนไลค์เช่นกัน
การทดสอบการซ่อนยอดไลค์บน Facebook นี้ค้นพบโดย “เจน หมาน ชุน หว่อง” บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและนักวิจัยด้านแอปพลิเคชั่น ซึ่ง Facebook ก็ยืนยันว่ากำลังทดสอบซ่อนการแสดงยอดไลค์และยอดการรีแอค โดยจะแสดงชื่อผู้กดไลค์เพียงสองถึงสามคนและตามด้วยคำว่าอื่นๆ ซึ่งตัดจำนวนไลค์ทั้งหมดออก

ซึ่งก่อนหน้านี้เหตุผลที่ Instagram เริ่มทดสอบการซ่อนยอดไลค์นั้นมาจากการต้องการให้ผู้ติดตาม Instagram นั้นโฟกัสไปที่เนื้อหาทั้งภาพถ่ายและวิดีโอที่แชร์และได้รับการกดไลค์จากผู้สนใจจริงๆ ซึ่งการทดสอบในแอป Instagram เจ้าของโพสต์จะสามารถกดเข้าไปดูจำนวนไลค์ทั้งหมดได้ แต่ผู้ติดตามจะเห็นเพียงแค่รายชื่อคนกดไลค์เท่านั้น

สำหรับ Facebook ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุผลในการซ่อนยอดไลค์จะเหมือนกันกับ Instagram หรือไม่ แต่คาดว่าการซ่อนไลค์นี้อาจจะช่วยให้ผู้ใช้ลดความสำคัญหรือลดความกังวลเกี่ยวกับการรับรู้ยอดไลค์ ที่อาจจะส่งผลต่อสุขภาพจิตในการเล่นโซเชียล เช่น เวลาที่โพสต์ Facebook ผู้ใช้จะคิดว่าตนเองได้รับความนิยมจากยอดไลค์ ถ้ายอดไลค์น้อยก็รู้สึกกังวลว่าตนเองไม่เป็นที่นิยมจากผู้อื่น
การซ่อนยอดไลค์ของ Facebook นี้ยังอยู่ในช่วงกระบวนการทดสอบเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าจะปล่อยใช้งานหรือไม่

DSI​ ประชุมลับ “คดีบิลลี่” ยัน! ยังไม่มีการออกหมายเรียกใคร

ประเด็นน่าสนใจ

  • ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการเรียกชุดเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีการเสียชีวิตของบิลลี่เข้าประชุม
  • มีการเรียกพยานมาสอบปากคำแล้ว
  • แต่ยังไม่มีการออกหมายเรียกบุคคลใด

พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เรียกประชุมชุดคณะทำงาน กรณีการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ที่หายตัวไปตั้งแต่ ช่วงเดือน เมษายน 2557 และถูกพบโครงกระดูกอยู่ในถัง 200 ลิตร ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งจากการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็ทราบว่าโครงกระดูกดังกล่าวเป็นนายบิลลี่ 

ในวันนี้ทาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เชิญชุดพนักงานสอบสวนที่ทำคดีดังกล่าว มาประชุม ทั้ง พันตำรวจโทกรวัช ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค และ พันตำรวจโท เสฏฐ์สถิตย์ สุวรรณกูด รองผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

โดยภายหลังการประชุมพันตำรวจโทกรวัช เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้มีการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ เพิ่มเติม แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

รวมถึงได้ให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบที่้เกิดเหตุเพิ่มเติม ส่วนที่จะมีการออกหมายเรียกบุคคลใดหรือไม่นั้น ทางรองดีเอสไอระบุว่า ยังไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้

ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ออกมาอ้างว่า ดาบแท่ง ที่อ้างตัวเป็นตำรวจสืบสวน ภาค 7 แล้วไปข่มขู่ นายบุญแทน บุศราคัม เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 1 ใน4 ของชุดจับกุมนายบิลลี่ ให้มาเป็นพยานในคดีและให้รับสารภาพ นั้น ทางรองดีเอสไอ ระบุว่าตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว และมองว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ

ทั้งนี้ การประชุมทางดีเอสไอ ไม่ได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปเก็บภาพหรือนำเสนอข่าว บอกเพียงว่าเป็นการประชุมลับของคณะทำงานเพียงเท่านั้น

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว  ทางรองดีเอสไอ ได้ลงพื้นที่ ไปให้กำลังใจ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของนายบิลลี่ และลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติม แล้วนำกลับมาประชุมในวันนี้

ผู้ว่าฯ ย้ำ! กทม.ไม่ได้มีอำนาจ อนุญาต/ไม่อนุญาต ขึ้นสะพาน-ลงอุโมงค์

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ เรียกร้อง กทม. ขอใช้สิทธิ์การใช้อุโมงค์และสะพานของคนขับรถจักรยานยนต์
  • ด้านผู้ว่าแจง ทางกทม.ไม่ได้มีอำนาจในการอนุญาตหรือไม่อนุญาต กทม.เพียงแต่ทำตามกฎหมายจราจร
  • อย่างไรก็ตาม ไม่ได้สั่งห้ามขึ้นสะพานทุกแห่ง

พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาพูดถึงกรณีที่กลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่ศาลาว่าการ กทม. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ย.62 ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รถจักรยานยนต์สามารถใช้สะพานและอุโมงค์ข้ามแยกได้นั้น

ทางผู้ว่าฯ อัศวิน เปิดเผยว่า กทม.ไม่ได้มีอำนาจในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตในเรื่องดังกล่าว แต่มีหน้าที่เพียงแค่การจัดทำป้ายจราจรต่างๆ เพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่ทราบและปฏิบัติตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เท่านั้น โดยการดำเนินการต่างๆ จะมีข้อบังคับที่เกี่ยวข้องภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานจราจร บนพื้นฐานด้านความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และการอำนวยการจราจรเป็นหัวใจสำคัญ

ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกสะพานใน กทม. จะห้ามรถจักรยานยนต์ใช้งาน หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ได้ร่วมกันพิจารณาตามความเหมาะสม ความจำเป็น และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

โดยอนุญาตให้รถจักรยานยนต์ขึ้นใช้งานบางสะพานได้ เช่น สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานตากสิน สะพานพระปกเกล้า สะพานพุทธ สะพานกรุงธน สะพานกรุงเทพ ฯลฯ

สำหรับสะพานข้ามแยกอโศกที่เพิ่งปรับปรุงแล้วเสร็จ แต่กลับไม่ได้เพิ่มช่องทางสำหรับรถจักรยานยนต์ตามที่ร้องขอนั้น ต้องอธิบายว่า โครงสร้างเดิมของสะพานตามหลักวิศวกรรมไม่สามารถเพิ่มช่องทางเดินรถได้ ทำได้เพียงแค่เสริมโครงสร้างฯให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น ส่วนในกรณีการก่อสร้างใหม่ หรือสะพานอื่นๆ

กทม.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราจะนำข้อเสนอแนะของกลุ่มปลดแอกฯไปหารือกับเจ้าพนักงานจราจร เพื่อขอให้มีการพิจารณาร่วมกันของภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องตามหลักการมีส่วนร่วม

โดยขอให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายมั่นใจว่า กทม.จะดำเนินการบนบรรทัดฐานของกฎหมายและขอบเขตอำนาจหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน