กู้ภัยช่วยรถกระบะจมน้ำ หลังฝืนคำเตือนห้ามผ่านน้ำท่วม

ประเด็นน่าสนใจ

  • รถกระบะจมน้ำที่ จ.ร้อยเอ็ด หลังคนขับฝืนคำสั่งห้าม พยายามขับไปตามถนนที่น้ำท่วม
  • กู้ภัยจึงใช้รถเกี่ยวข้าว และรถยกสูงช่วยกันลากจูงขึ้นมาได้อย่างหวุดหวิดก่อนรถจะจม
  • โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไร้ความเสียหายไม่มีคนเจ็บ หรือเสียชีวิต

เพจ กู้ภัยทางหลวงร้อยเอ็ด ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิต ขณะกลุ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้าน ได้ระดมกำลังลากรถกระบะคันหนึ่งที่กำลังจะจมไปกับเหตุน้ำท่วมในพื้นที่บ้านพนัส ต.ชานุวรรณ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด หลังจากที่รถคันดังกล่าวฝืนคำสั่งห้าม พยายามขับผ่ากระแสน้ำ ก่อนที่จะพลาดพลัดตกไปในน้ำดังกล่าว ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกผูกดึงรถของชาวบ้านที่จมน้ำ หลังฝืนขับไปตามถนนจนตกไหล่ทางและจมน้ำที่เหลือเพียงด้านหน้า และโลโก้รถโผล่พ้นน้ำมาเพียงนิดเดียวติดกับรถเกี่ยวข้าว และรถยกสูง 2 คัน

จากนั้นก็ค่อยๆ ลากขึ้นมาทีละนิดๆ จนไม่นานก็สามารถนำขึ้นจากน้ำได้ ท่ามกลางการลุ้นระทึกของประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างลุ้นระทึกไปกับเหตุการณ์ที่เห็น พร้อมกับให้กำลังใจที่ช่วยเหลือทุกข์ร้อนประชาชนด้วยความไม่ย่อท้อเช่นนี้

ขณะเดียวกันก็ให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ให้กับผู้ใช้รถทุกคนว่า หากมีป้ายเตือน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ ทั้งน้ำท่วม ดินถล่ม หรือถนนขาด ก็ควรปกิบัติตาม ไม่ควรดื้อรั้นฝ่าฝืนคำสั่งห้าม เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายกับตัวเองแล้ว ยังส่งผลทำให้เกิดความลำบากต่อผู้อื่นๆ ด้วย

สำหรับเหตุน้ำท่วม ในพื้นที่บ้านพนัส ต.ชานุวรรณ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักจนส่งผลทำให้มวลน้ำมหาศาลไหลเข้าแม่น้ำชี ก่อนที่พนักกั้นจะแตกหลังรับไม่ไหว มวลน้ำจึงไหลทะลักท่วมเส้นทางและพื้นที่บ้านพนัส ต.ชานุวรรณ อ.พนมไพรดังกล่าว

MKสุกี้ ซื้อกิจการ “แหลมเจริญซีฟู้ด”

ประเด็นน่าสนใจ

  • เว็บไซต์ ลงทุนแมน เผย บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป ได้ซื้อกิจการของ บริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด โดยดีลนี้มีมูลค่าถึง 2,060 ล้านบาท
  • ช่วงที่ผ่านมา MK ยังมีการขยายธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น
  • สัดส่วนรายได้ของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น-อาหารอื่นๆ ของ MK เพิ่มขึ้น สวนทางกับธุรกิจสุกี้ที่ลดลง

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้อนุมัติให้ซื้อหุ้น 65% ของบริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด โดยดีลนี้มีมูลค่า 2,060 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม ปี 2562 นั่นหมายความว่า มูลค่าบริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด ทั้งหมดมีมูลค่า 3,169 ล้านบาท

โดยมีการคาดการณ์กันว่า การซื้อครั้งนี้ MK จะใช้เงินสดของตัวเองที่มีอยู่ในการชำระค่าซื้อ เพราะปัจจุบัน MK มีเงินสดอยู่ในมือทั้งหมดมากถึง 9,700 ล้านบาท

ปัจจุบัน ธุรกิจของ MK ประกอบไปด้วย

  • ธุรกิจร้านสุกี้ในแบรนด์ MK, MK Gold และ MK Live มีสาขาทั้งหมด 452 สาขา
  • ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในแบรนด์ Yayoi, Miyazaki และ Hakata มีสาขาทั้งหมด 218 สาขา
  • ธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ เช่น ธุรกิจร้านอาหารไทย ร้านกาแฟ ขนมหวาน และร้านอาหารพร้อมทาน มีสาขาทั้งหมด 14 สาขา

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา MK ยังมีการขยายธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น เช่น ธุรกิจข้าวกล่องภายใต้แบรนด์ Bizzy Box ผลิตและจำหน่ายอาหารกล่อง ของทานเล่น ขนมหวาน / ธุรกิจกาแฟและเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์ Le Petit ผลิตและจำหน่ายของทานเล่น กาแฟ และเบเกอรี่ /ธุรกิจขนมหวานภายใต้แบรนด์ MK Harvest ผลิตและจำหน่ายขนมหวาน ไอศกรีม

การเติบโตของธุรกิจเหล่านี้ จึงทำให้สัดส่วนรายได้ของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารอื่นๆ เพิ่มขึ้น สวนทางกับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจสุกี้ที่ลดลง

ทั้งนี้ มีการเปิดเผยรายได้และกำไรของบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า

ปี 2016 รายได้ 15,498 ล้านบาท กำไร 2,099 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ 16,457 ล้านบาท กำไร 2,425 ล้านบาท

ปี 2018 รายได้ 17,234 ล้านบาท กำไร 2,574 ล้านบาท

เตือนคนไทย “งานนวดรัสเซีย” เงินเดือนหลักแสนไม่มีจริง

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ออกมาเตือนแรงงานไทย อย่าหลงเชื่อโฆษณาให้ไปทำงานนวดที่รัสเซีย โดยอ้างเงินเดือนหลักแสน ทิปหนัก อยู่สบาย
  • ชี้อาจพบปัญหามากมายไม่เป็นอย่างที่หวัง

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ออกมาเตือนแรงงานไทย อย่าหลงเชื่อโฆษณาให้ไปทำงานนวดที่รัสเซียโดยอ้างเงินเดือนหลักแสน ทิปหนัก อยู่สบาย ชี้อาจพบปัญหามากมายไม่เป็นอย่างที่หวัง

เฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้โพสต์ข้อความเตือนแรงงานชาวไทยที่สนใจทำงานต่างประเทศ หลังพบว่ามีแรงงานไทยจำนวนมากที่เคยไปทำงานในต่างประเทศมาหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ บ้างก็หลบหนีทำงานผิดกฎหมาย และถูกส่งกลับประเทศไทยมาแล้ว

แต่ด้วยความคาดหวังสูง ขณะนี้ต่างเลือกที่จะมาทำงานในประเทศรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหลงเชื่อคำโฆษณาที่ว่าจะได้รับเงินเดือนเป็นแสน และมีการจ่ายทิปหนัก อยู่สบาย ทำให้ทางสถานทูตฯ ได้ออกมาชี้แจงให้ทราบว่า อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาดังกล่าว เพราะมีความเสี่ยงที่จะพบปัญหามากมาย ทั้งเสียเงินทองจ่ายค่านายหน้า แต่อาจต้องผิดหวัง

นอกจากนี้ ทางสถานทูตฯ ยังได้ทำกราฟอินโฟนเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ในลักษณะตอบคำถามเป็นข้อๆ เพื่ออธิบายข้อสงสัยและข้อเท็จจริงในการไปทำงานว่า

  • เก็บเงินได้เดือนละเป็นแสน? คำตอบคือไม่จริง ได้เพียง 20,000-25,000 บาทต่อเดือน
  • การันตีลูกค้าทิปหนัก? คำตอบคือไม่จริง บางคนไม่ให้ทิปเลย อย่าคาดหวัง
  • ทำงานได้ ไม่ต้องมีวีซ่า? คำตอบคือไม่จริง เพราะการมาทำงานที่รัสเชีย ต้องขอวีซ่าจากประเทศไทยเท่านั้น
  • มาลองดูก่อน ไม่ชอบค่อยกลับบ้าน? คำตอบคือไม่จริง เพราะนายจ้างลงทุนให้แล้ว เขาจะใช้งานจนคุ้มอย่างน้อยต้องอยู่ 1 ปี
  • ทำงานในเมืองหลวงสุขสบายมาก? คำตอบคือไม่จริง เพราะบางคนถูกส่งไปเมืองห่างไกล ทุรกันดาร เดินทางลำบาก