ตร.ฮ่องกงรวบ “โจชัว หว่อง” ขณะที่สถานการณ์ประท้วงยังระอุ

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงยังคงเดินหน้าชุมนุมเป็นสัปดาห์ที่ 14
  • การประท้วงครั้งนี้ ผู้ประท้วงบุกไปสถานกงสุลสหรัฐฯ หวังส่งข้อความไปถึง “โดนัลด์ ทรัมป์” เพื่อช่วยปลดแอกชาวฮ่องกงจากอิทธิพลของแผ่นดินใหญ่

สถาณการณ์ การชุมนุม เริ่มรุนแรงตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัปดาห์ที่ 14 ที่กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงได้รวมตัวกัน บริเวณสวนสาธารณะ ย่านค้าการค้าใจกลางเกาะฮ่องกง ก่อนจะเดินขบวนผู้คนนับหมื่นไปยังสถานกงสุลสหรัฐฯ เรียกร้องให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำการกดดันรัฐบาลจีน

ขณะที่สถานการณ์การชุมนุมประท้วงใจกลางฮ่องกงยังคงดำเนินต่อไป ทั้งจุดไฟเผาประตูทางเข้าออกสถานีรถไฟใต้ดินแกรนด์เซ็นทรัล ทำลายสิ่งกีดขวาง โดยบางส่วนพยายามจะปิดกั้นเส้นทางเข้าออกสนามบิน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขัดขวางและใช้แก๊สน้ำตาขับไล่

ขณะที่ช่วงค่ำที่ผ่านมามี รายงานมาว่า “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย วัย 22 ปี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงจับกุมตัวอีกครั้ง หลังจากที่เดินทางกลับมาจากไต้หวัน สาเหตุ เพราะทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว ที่ระบุชัดเจนว่าห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่ฮ่องกง

ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอให้คนไทยในฮ่องกงและคนไทยที่จะเดินทางมาฮ่องกงในช่วงเวลาดังกล่าว โปรดระมัดระวังในการเดินทางและนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางมาฮ่องกง ลงทะเบียนคนไทยในต่างประเทศเพื่อเป็นข้อมูลติดต่อหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสามารถลงทะเบียน online ได้ที่ www.consular.go.th/main/th/register หรือทางเว็บไซต์ของสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่ www.thai-consulate.org.hk

ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถประสานสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (+852) 6821-1545 หรือ (+852) 6821-1546 และ Call Center กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (+66) 2-572-8442

แพทย์ผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม ‘อดีตสมเด็จพระจักรพรรดินี มิชิโกะ’ สำเร็จ

ประเด็นน่าสนใจ

  • สมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวง มิชิโกะ พระอัครมเหสี ในสมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวง อากิฮิโตะ ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม
  • ทรงเข้ารับการผ่าตัด มะเร็งเต้านม
  • การผ่าตัดครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นแถลง กรณีสมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวง มิชิโกะ พระอัครมเหสี ในสมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวง อากิฮิโตะ และอดีตพระจักรพรรดิญี่ปุ่น พระชนมพรรษา 84 พรรษา ทรงเข้ารับการผ่าตัดพระปโยธร (มะเร็งเต้านม) หลังจากคณะแพทย์ตรวจพบก้อนเนื้องอกในระยะแรก ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยการผ่าตัดครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และสมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวง มิชิโกะ ทรงมีพระอาการปลอดภัยดี

สมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวง ทรงมีพระนามเดิมว่า นางสาว มิชิโกะ โชดะ ทรงหมั้นกับ องค์อากิฮิโตะเมื่อครั้งเป็นมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2502 หลังจากนั้นได้เข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นเมื่อวันที่  10 เมษายน 2502 มิจิโกะจึงดำรงพระอิสริยยศเป็น มกุฎราชกุมารี ครั้นสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะสวรรคต มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะจึงสืบราชสมบัติเป็นจักรพรรดิ และมกุฎราชกุมารีมิจิโกะจึงดำรงพระอิสริยยศเป็นจักรพรรดินี ตามลำดับวันที่ ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา 3 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ปี 2503 เจ้าชายฟูมิฮิโตะ เจ้าชายอากิชิโนะ ปี 2508 และเจ้าหญิงซายาโกะ เจ้าหญิงโนริ ปี 2512

7 จังหวัดภาคกลาง เตรียมรับมือ ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • กอปภ.ก. สั่งการ 7 จังหวัดภาคกลาง เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น
  • เตือนหน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำให้ติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามข้อมูลปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า ปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ประกอบกับสำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

คาดการณ์ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะควบคุมในเกณฑ์ระหว่าง 900 – 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 0.30 – 0.80 เมตร บริเวณตำบลบางกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยปริมาณน้ำดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น รวมถึงแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำน้อย แม่น้ำลพบุรี คลองชัยนาท – ป่าสัก และคลองชัยนาท – อยุธยา รวม 7 จังหวัด ดังนี้

อุทัยธานี (อำเภอเมืองอุทัยธานี) ลพบุรี (อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมืองลพบุรี) ชัยนาท (อำเภอสรรพยา) สิงห์บุรี (อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี)

อ่างทอง (อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอวิเศษชัยชาญ) พระนครศรีอยุธยา (อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ และอำเภอเสนา) สุพรรณบุรี (อำเภอบางปลาม้า)

รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำท่า การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงาน บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา

อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหารริมน้ำ รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำให้ติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป