#รักแท้คือแม่คนเดียว ปรากฏการณ์อมยิ้ม ลูกชายหอมแก้มแม่ ก่อนเข้าโรงเรียนทุกวัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • น่ารักคลิปเด็กชายบรรจงหอมแก้มแม่ ที่มาส่งหน้าโรงเรียนทุกวัน
  • คนพากันส่งต่อในโลกออนไลน์พร้อมติด แฮชแท็ก #รักแท้คือแม่คนเดียว
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ จ.นครปฐม

โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปสุดน่ารัก ขณะเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง บรรจงหอมแก้มแม่กว่า 10 ครั้ง หลังจากที่ผู้เป็นแม่ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งที่หน้าโรงเรียน

โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก เสรี สุขโยธิน ที่ระบุข้อความว่า เป็นภาพที่ประทับใจมาก เมื่อดูกล้องวงจรปิดแล้วเห็นภาพเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ที่มาโรงเรียนแต่เช้าเป็นคนแรกของโรงเรียน ตอนหกโมงเช้าทำแบบนี้. #รักแท้คือแม่คนเดียว โรงเรียนคงทองวิทยา นครปฐม สพม.9

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างอมยิ้มไปกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กชายคนนี้ที่แสดงความรักแบบง่ายๆ แต่ลึกซึ้งกินใจสำหรับผู้พบเห็น บางรายถึงกับน้ำตาไหลหลังเห็นภาพที่เกิดขึ้น

เป็นภาพที่ประทับใจมาก เมื่อดูกล้องวงจรปิดแล้วเห็นภาพเด็กนักเรียนตัวเล็กๆที่มาโรงเรียนแต่เช้าเป็นคนแรกของโรงเรียนตอนหกโมงเช้าทำแบบนี้.#รักแท้คือแม่คนเดียว โรงเรียนคงทองวิทยา นครปฐม สพม.9

โพสต์โดย เสรี สุขโยธิน เมื่อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2019

ก่อนที่เวลาต่อมาผู้โพสต์คนเดิมจะมีข้อความระบุเพิ่มเติมว่า เด็กชายคนดังกล่าวมีชื่อว่า น้องไอซ์ ด.ช.อัมรินทร์ มาเยอะ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนคงทองวิทยา ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม

ซึ่งการแสดงความรักด้วยการหอมแม่ทุกวันแบบไม่เคอะเขิน ของน้องไอซ์นั้น เป็นเพราะเขามีแม่อยู่คนเดียว เนื่องจากผู้เป็นพ่อได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก ดังนั้นเขาจึงรักแม่มาก และอยากแสดงออกถึงความรักแม่ไปทุกๆ วันนั่นเอง

ชาวฮ่องกงเรียกร้อง “ทรัมป์” ช่วยปลดปล่อยอิสรภาพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงเดินขบวนไปยังสถานกงสุลสหรัฐฯ เพื่อเรียกร้องให้นาย “โดนัลด์ ทรัมป์” ช่วยปลดปล่อยอิสรภาพให้แก่ฮ่องกง
  • การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ผู้ประท้วงร่วมกันร้องเพลงชาติสหรัฐฯ
  • นอกจากนี้มีการยื่นคำร้องต่อสถานกงสุลสหรัฐฯด้วย

กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงเดินขบวนไปยังสถานกงสุลสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ช่วยปลดปล่อยอิสรภาพให้แก่ฮ่องกง
วานนี้ กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงเดินขบวนอย่างสงบไปยังสถานกงสุลสหรัฐฯ ในฮ่องกง

โดยผู้ประท้วงร่วมกันร้องเพลงชาติสหรัฐฯ และเรียกร้องให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ช่วยทำให้ฮ่องกงเป็นอิสรภาพจากการปกครองโดยจีน

ทั้งนี้กลุ่มผู้ประท้วงตะโกนคำว่า “สู้เพื่ออิสรภาพ ยืนหยัดเคียงข้างฮ่องกง” และ “ต่อต้านจีน ปลดปล่อยฮ่องกง” ก่อนที่จะยื่นคำร้องต่อสถานกงสุลสหรัฐฯ

เมื่อเดือนที่แล้ว นายทรัมป์แนะนำจีนว่าควรแก้ไขปัญหาในฮ่องกงอย่าง “มีมนุษยธรรม” ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ และก่อนหน้านี้ นายทรัมป์เรียกการประท้วงในฮ่องกงว่าเป็น “การจลาจล ซึ่งเป็นปัญหาที่จีนต้องจัดการในเวลาต่อมา การประท้วงเริ่มทวีรุนแรงขึ้น

โดยกลุ่มผู้ประท้วงปิดกั้นและจุดไฟเผาบริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟใต้ดิน ในเขตธุรกิจใจกลางฮ่องกง โดยกลุ่มผู้ประท้วงขว้างก้อนอิฐใส่กระจกและจุดไฟเผาด้วยลังกระดาษตามท้องถนน รวมถึงสร้างสิ่งกีดขวางด้วยรั้วโลหะ และพ่นสีใส่กำแพงบริเวณด้านนอกสถานีรถไฟใต้ดิน

ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมกลุ่มกันตามถนนโดยรอบ ซึ่งเต็มไปด้วยธนาคาร, ร้านค้าเครื่องประดับ และร้านค้าแบรนด์ชั้นนำขณะที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ประท้วงหลายราย ในย่านคอสเวย์ เบย์ นอกจากนี้ ยังได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วง

ส่ง ตร.คุ้มครองครอบครัว จนท.ป่าไม้ หลังถูกขู่ให้ซัดทอด ‘ชัยวัฒน์’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจภูธรท่าแซะ ชุมพร ส่งตำรวจคอบดูและครอบครัว ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อดีตลูกน้อง ‘ชัยวัฒน์’
  • หลังมีคลิปเสียงข่มขู่จากตำรวจ ให้เป็นพยานซัดทอดนายชัยวัฒน์

โดยพันตำรวจเอก ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผู้กำกับการสถานีตำรวจท่าแซะ จังหวัดชุมพร ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่เข้าติดตู้แดงกรณีพิเศษ เพื่อดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ให้กับครอบครัวของ นายบุญแทน บุษราคัม อดีตพนักงานพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นาย “พอละจี” หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ

หลังจากเข้าแจ้งว่าถูก “ดาบเท่ง” ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 “ดาบเท่ง” โทรศัพท์มาพูดทำนองข่มขู่ว่า หัวหน้า นายชัยวัฒน์ ขู่ฆ่านายบุญแทน และพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ไปเป็นพยานให้กับดีเอสไอ ซึ่งจะมีเงินเดือนและคุ้มครองความปลอดภัยให้ แต่ถ้าไม่มาเป็นพยานจะไม่รับรองความปลอดภัย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมี่อ วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทางด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 อุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้ที่เปิดเผยคลิปเสียงดังกล่าว ได้ออกระบุว่า เป็นการโยนความผิดมาให้ตัวเอง ที่บอกว่าจะให้อดีตลูกน้องรับผิด เรื่องนี้รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถือว่าเป็นเทคนิคการสืบสวนที่โบราณ จึงให้นิติกรไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว

อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่าจะยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือหมายจับใครในขณะนี้

ขณะที่ทางด้าน ดีเอสไอ ได้ออกมา ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับ “ดาบเท่ง” เพราะในการทำงานดีเอสไอไม่สามารถไปเจรจาบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยเข้ามาเป็นพยานได้

ในส่วนความคืบหน้าคดีในวันนี้ ( 9 ก.ย. ) พ.ต.อ. ไพศิษย์ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ จะเรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน ยืนยันว่าจะยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือหมายจับใครในขณะนี้

แต่มีประเด็นสงสัยที่ต้องตรวจสอบกรณีนายชัยวัฒน์ ที่ระบุว่า ได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไป เป็นการสร้างพยานเท็จหรือไม่ และมีเหตุการณ์จริงตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้สรุปว่า ใครผิด พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งทีมข่าวโมโน ได้โทรศัพท์ตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นดังกล่าวไปยังนายชัยวัฒน์ แต่ไม่รับโทรศัพท์

สำหรับเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายน 2557 ก่อนที่นายบิลลี่ หายไปตัว ถูกควบคุมตัวโดยนายชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจาน กรณีเข้าไปหาน้ำผึ้งในเขตอุทยานฯ เมื่อสุดสัปดาห์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีคำสั่งย้ายด่วน 4 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมคดีบิลลี่เมื่อช่วงปี 2557 ระบุทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ต้องการให้ทุกคนสบายใจและเปิดทางดีเอสไอ ทำคดี