เปิดประวัติ ‘ชัยวัฒน์’ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังตกเป็นเป้าสนใจในกรณีการหายตัวไปของ “บิลลี่” แกนนำกะเหรี่ยงนักต่อสู้
  • ได้รับขนานนามว่า “วีรบุรุษแก่งกระจาน”

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ชื่อเล่นว่า อี่ เป็นชาว อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จบปริญญาตรีและโท สาขาวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บุคลิกนุ่มนวล ใจนักเลง รักพวกพ้อง เดือน ก.ค.2554 ปรากฏชื่อเป็นข่าวครั้งแรก หลังนำกำลังเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือน และทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยกว่า 20 ครอบครัว

โดยให้เหตุผลว่าผลักดันออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อป้องกันการทำลายป่า ขณะเดียวกันก็ได้รับขนานนามว่า “วีรบุรุษแก่งกระจาน” หลังไปช่วยกู้เฮลิคอปเตอร์และผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ชื่อของ “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” ตกเป็นเป้าสนใจของสังคมอีกครั้ง หลังยอมรับว่า ได้ควบคุมตัวนายบิลลี่ไว้ ฐานน้ำผึ้งป่าอันไว้ในครอบครองซึ่งขัดต่อกฎระเบียบของอุทยาน แต่เจ้าตัวยอมรับว่า ได้ตักเตือนและปล่อยตัวไปแล้ว แต่เมื่อเป็นคนสุดท้าย ที่ได้พบกับบิลลี่ จึงต้องถูกกระแสพาดพิง แม้จะยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ

พ่อโวยร้านอาหารดัง เศษแก้วในอาหารบาดลิ้นลูกชายเลือดอาบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • โลกโซเชียลแชร์เรื่องราวของคุณพ่อท่านนึ่ง ที่ลูกชายไปรับประทานอาหารร้านดังในห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว
  • ระหว่างรับประทานอาหารลูกชายถูกเศษแก้วที่ปนมากับอาหารแทงลิ้นเลือดไหล
  • เจ้าตัวเผยหากลูกชายกลืนอาการคงแย่กว่านี้ วอนร้านดังออกมารับผิดชอบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ( “Pichet Lakdee” ) โพสต์ภาพลูกชายขณะไปรับประทานอาหารในร้านอาหารญี่ปุ่น ในศูนย์การค้าชื่อดังย่านลาดพร้าว และลูกชายตนเองนั้นได้รับบาดเจ็บจากการทานอาหารที่ปนมากับเศษแก้ว โดยลูกชายกัดโดนเศษแก้วทำให้เศษแก้วแทงลิ้นเลือดไหล

โดยผู้เป็นพ่อต้องการให้ร้านอาหารดังกล่าวออกมารับผิดชอบ เพราะเชื่อว่าอันตรายมากโชคดีที่ลูกชายไม่ได้กลืนเศษแก้วลงไปอาจทำให้อาการสาหัสกว่านี้ ผู้โพสต์ยังทวงถาม ความรับผิดชอบจากทางร้าน ว่าจะรับผิดชอบอย่างไร อย่างไรก็ตามผู้โพสต์ ได้เล่าถึงเหตุกาณณ์ต่อจากนั้นอีกว่า ในห้างไม่มีหมอในคลินิกหลัง 20.00 น. จึงต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ถ้าเลือดไหลมากๆ หรือกลืนชิ้นใหญ่ไปคงแย่ พร้อมตำหนิ กับการไม่ระมัดระวังของทางร้าน

ทีมวิจัยซาฟารีห้วยขาแข้ง ยืนยันไม่กระทบสัตว์ป่า

ประเด็นน่าสนใจ

  • นักอนุรักษ์คัดค้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผลักดันโครงการซาฟารีห้วยขาแข้ง
  • ทีมวิจัยโครงการจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชี้แจงว่าโครงการยังอยู่ระหว่างการศึกษา และหากทำจริงก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง

ตัวแทนทีมวิจัยจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยตัวแทนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นดีพี ร่วมชี้แจง โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและแรงจูงใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่า ในผืนป่าตะวันตก ตามแผนงานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสัตว์ป่า ในรูปแบบซาฟารี

โดยระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ มอบหมายให้ทำวิจัยก่อนจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง กับพื้นที่รอยต่อของกรมป่าไม้ รวมถึงพื้นที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา บนเนื้อที่กว่า 3 หมื่นไร่

ซึ่งตัวแทนทีมวิจัย ชี้แจงว่า โครงการนี้เพื่อต้องการอนุรักษ์สัตว์ป่าหลายชนิดที่มีอยู่ในพื้นที่ทุ่งใหญ่ตะวันตกห้วยขาแข้ง เช่น เสือโคร่ง ช้างป่า ควายแดง รวมถึงต้องการส่งเสริมระบบนิเวศ การท่องเที่ยวชุมชน และ การจัดการเชิงพื้นที่ ในรูปแบบซาฟารี เพื่อเน้นการท่องเที่ยวอย่างมีศักยภาพ พื้นที่โครงการจะมีประมาณ 15,000 ไร่

สำหรับการดำเนินงาน ยืนยันว่า อยู่นอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และอยู่ติดกับพื้นที่ชายขอบของชุมชน แต่แผนงานทั้งหมดนี้มีระยะเวลา 22 เดือน แต่ขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นได้เพียงครึ่งเดือน โดยมีงบประมาณศึกษาวิจัยประมาณ 100 ล้านบาท