พยากรณ์อากาศ วันนี้ (6 ก.ย.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ โดยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
  • ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณ เกาะไหหลำ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้

สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี หนองคาย มุกดาหาร และกาฬสินธุ์

อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

การบินไทยแจง “ข่าวนักบิน 200 คน” ลาออกเป็นข่าวเก่า

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปข่าวนักบิน 200 คนลาออก
  • ตรวจสอบแล้วพบ เป็นข่าวที่เคยถูกนำเสนอเมื่อปี 2557
  • ปัจจุบันการบินไทยมีนักบิน จำนวน 1,482 คน

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปข่าวนักบิน 200 คนลาออก และมีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จากการตรวจสอบพบว่า เป็นข่าวที่เคยถูกนำเสนอตั้งแต่เมื่อปี 2557

โดยทางบริษัท การบินไทยฯ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงข่าวที่ถูกหยิบมาเสนออีกครั้งว่า กรณีข่าวนักบินการบินไทยจะลาออกเป็นจำนวน 200 คนนั้น ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเก่าที่สื่อมวลชนบางสำนักได้เสนอไปตั้งแต่เมื่อปี 2557

และปัจจุบัน ฝ่ายบริหาร บริษัทฯ ได้บริหารจัดการอัตรากำลังพลในตำแหน่งนักบินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการปฏิบัติการบิน

ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะมีนักบินแสดงความจำนงขอลาออก และเกษียณอายุจำนวนเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการบินของบริษัทฯ

ปัจจุบัน การบินไทยมีนักบิน จำนวน 1,482 คน (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2562) ซึ่งนักบินของบริษัทฯ ทุกคนผ่านการฝึกอบรมและการปฏิบัติการบินเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งบริษัทฯ ได้วางแผนและดูแลด้านอัตรากำลังพลในตำแหน่งนักบินเป็นอย่างดี

ลูกหนี้ กยศ. ที่ถูกบังคับคดี ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตัวแทนลูกหนี้ กยศ. ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบังคับคดีและยึดทรัพย์ เผยเหตุไม่มีเงินชำระหนี้ เพราะจบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่มีงานทำ
  • ตัวแทนได้ยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือ
  • ผู้ยื่นเรื่อง ยืนยัน การการยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือนี้ ไม่ได้ต้องการให้ กยศ. ยกเลิกเงินต้นใดๆ ทั้งสิ้น

นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้รับยื่นหนังสือจากตัวแทนลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบังคับคดีและยึดทรัพย์ ประมาณ 2 ล้านคน ที่จบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่มีงานทำ ทำให้จึงยังไม่สามารถชำระเงินคืนได้ โดยได้ถูกยึดทรัพย์แล้วจำนวนกว่า 20,000 คน

ทางตัวแทนลูกหนี้ กยศ. กล่าวว่า ทางกลุ่มฯ ขอยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือ โดยขอเรียกร้องให้มีการยกเลิกดอกเบี้ยปรับ ค่าทนาย และค่าธรรมเนียมต่างๆ

ให้มีการกำหนดชำระเงินต้นคืนทั้งหมด ภายในเวลา 15 ปี ยกเลิกการยึดทรัพย์ผู้กู้และผู้ค้ำทั้งหมด

รวมทั้ง กรณีผู้ที่ชำระเงินทั้งหมด ขอให้นำเงินที่ส่งชำระแล้วมาหักออกจากเงินต้น และให้ชำระต่อไปตามศักยภาพของแต่ละคน พร้อมยืนยัน การยื่นข้อเสนอครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้ กยศ. ยกเลิกเงินต้นใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องการเรียกร้องเพื่อให้ทางกลุ่มฯ สามารถชำระเงินต้นได้ตามกำลังที่สามารถทำได้ พร้อมขอยืดเวลาการชำระหนี้ให้นานกว่านี้

ด้าน โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการต่อไป

สถิติคนเป็นหนี้ กยศ.ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน กองทุนมีผู้กู้ยืมที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 5,615,065 ล้านราย

  • ประกอบด้วย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 803,222 ราย
  • ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,661,599 ราย
  • ผู้กู้ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว 1,093,041 ราย
  • และอื่นๆ 57,203 ราย

เป็นเงินงบประมาณให้กู้ยืมจำนวนกว่า 605,354 ล้านบาท

มาตรการที่ กยศ. ช่วยเหลือผู้กู้อยู่ในขณะนี้

ก่อนหน้านี้ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ กยศ. และช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้ โดยคณะกรรมการกองทุนฯ ได้มีมติเห็นชอบ ดังนี้

1.ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 80 สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563

2.ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563

3.พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564

ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลในระบบพบว่ามีผู้กู้ยืมเข้าข่ายที่จะได้สิทธิพักชำระหนี้ ประมาณ 335,000 ราย

ผู้กู้สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด รายละเอียดเพิ่มเติม …คลิก (ตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563)

4.ปรับลดอัตราเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืน จากอัตราปัจจุบัน (ร้อยละ 12-18 ต่อปี) เหลืออัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการลดภาระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระให้สามารถผ่อนชำระเงินคืนกองทุนได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนงวดที่ผิดนัดชำระจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ยังคิดอัตราเบี้ยปรับเท่าเดิม

5.ปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกเดือนละ 600 บาท/คน โดยผู้กู้ยืมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญปรับเพิ่มจาก 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี ปรับเพิ่มจาก 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท