ลุงต๋องร้อง ตร.ถูกตุ๋นหลอกซื้อ ‘เลขล็อค’ สูญเงิน 8 แสนบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • ”ลุงต๋อง”อดีตลูกจ้าง อบจ. ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้ซื้อเลขล็อค อ้างเป็นคนวงในของกองสลาก
  • ผู้เสียหายสูญเงินเกือบ 1 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความพร้อม นายต๋อง คงมีทรัพย์ อายุ 61 ปี อดีตลูกจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม (อบจ.นครปฐม) นำหลักฐานเป็นคลิปเสียงและหลักฐานการโอนเงิน และใบเรียงเบอร์ที่มีการโฆษณาล๊อคเลขได้ มอบให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เพื่อขอให้ช่วยติดตามคดี

นายต๋อง กล่าวว่า เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ตัวเองได้ไปซื้อใบเรียงเบอร์ (ใบตรวจเลข) ราคา 3 บาท ย่านตลาดห้วยพลู อ.นครชัยศรี จว.นครปฐม และเห็นโฆษณาทำนองว่าล๊อคเลขได้แต่ต้องสมัครสมาชิก จึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์ในโฆษณาและได้พูดคุยกับ นายประเวศน์ วงศ์สวัสดิ์ ก่อนจะอ้างรู้จักนายฉลองรัตน์ นาคอาทิตย์ ที่เป็นผู้อำนวยการกองสลากฯและ “รองประวิตร” สามารถล๊อคเลขได้

โดยตอนแรกต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิก 14,000 บาท แลกกับหวย 3 ตัวท้าย จำนวน 5 งวด แต่ต่อมามีการเจรจาให้จ่ายเงินอีกหลายครั้ง เพื่อแลกกับเลข 3 ตัว ตนเองจึงจ่ายไปเรื่อยๆรวม 7 ครั้ง รวมกว่า 820,000 บาท โดยครั้งสุดท้าย นายฉลอง ได้นัดหมายให้ไปจ่ายที่กองสลากฯ แต่ก็ไม่มาพบและให้โอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.สุพัตรา แสงผึ้ง พร้อมย้ำไม่ให้บอกกล่าวกับใคร หากจ่ายไม่ครบก็จะไม่ได้เลขล็อคดังกล่าว ทั้งนี้หลังจ่ายเงินครบได้เลขล๊อค 3 ตัวท้าย (527) ประจำงวดวันที่ 16 ก.ค.62 แต่ปรากฎว่าเลขไม่ได้ออกตามนั้น ตนจึงพยายามติดต่อกลับก็ไม่สามารถติดต่อได้จึงรู้ว่าถูกหลอก

นายต๋อง กล่าวอีกว่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะเงินกว่า 8 แสนบาท ที่นำไปจ่ายก็เป็นเงินที่กู้นอกระบบมา หลังเกิดเหตุไม่ได้บอกแม่ที่ป่วย และถึงขั้นคิดอยากจบชีวิตตัวเอง เพราะไม่มีแม้แต่เงินซื้อนมให้แม่ที่ป่วยติดเตียง แต่หลังจากที่มีหลายฝ่ายให้กำลังใจ จึงตัดสินมาร้องเรียนและต่อสู้คดี

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า กรณีที่มีการโฆษณาสามารถล๊อคเลข ยืนยันว่ากองสลากฯไม่สามารถล๊อคเลขได้แน่นอน จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ส่วนผู้ที่โฆษณาเข้าข่ายมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดตาม พรบ.ฟอกเงินฯ ต้องถูกดำเนินคดียึดทรัพย์ จากนี้ได้ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความตำรวจท้องที่ โดยตนเองจะช่วยเร่งรัดคดีด้วย พร้อมเตรียมลงพื้นที่ตรวจโรงพิมพ์ย่านสำราณราษฎร์อีกด้วย

อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน พูดถึงคดีฆาตกรรม ‘บิลลี่ พอละจี’

ประเด็นน่าสนใจ

  • อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นผู้จับกุมนายบิลลี่ พอละจี ก่อนหายตัวปริศนา
  • เจ้าตัวเผยว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อกับการเสียชีวิต
  • มีการเผยข้อมูลว่า นายบิลลี่ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหว ถูกฆาตกรรมอำพราง นำร่างไปเผาในถังน้ำมัน ทิ้งน้ำใต้สะพานแขวนในเขื่อนแก่งกระจาน และมีการพบถังดังกล่าวในเวลาต่อมา

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คนที่จับกุมนายบิลลี่ ก่อนหายตัวไป ยืนยันกับทีมข่าวโมโนไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต พร้อมตัดพ้อที่กระแสพุ่งเป้ามายังตัวเอง เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ส่วนเอสไอเตรียมสอบปากคำเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ควบคุมตัวนายบิลลี่ในวันสุดท้ายก่อนเสียชีวิต เพื่อให้ซัดทอดคนบ่งการโดยพร้อมกันเป็นพยาน

ดีเอสไอ เตรียมเรียกสอบเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ควบคุมตัวนายบิลลี่ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 ขณะนายบิลลี่เข้าไปหาน้ำผึ้ง ในเขตอุทยานฯ ก่อนหายตัวไป เพื่อสอบเค้นให้รับสารภาพ และซัดทอดผู้บังการ โดยดีเอสไอพร้อมจะกันตัวไว้เป็นพยาน

ส่วนสาเหตุในการสังหารนายบิลลี่ ดีเอสไอเชื่อว่า มาจากความไม่พอใจที่นายบิลลี เป็นแกนนำในการร้องเรียนกลุ่มผู้ต้องสงสัยหลายคดี แต่ยังไม่ทราบว่ามีการใช้ปืนยิงหรือซ้อมทรมาน ก่อนนำร่างไปเผาในถังน้ำมัน ทิ้งน้ำใต้สะพานแขวนในเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งดีเอสไอยืนยันว่า ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่จะใช้เชื่อมโยงกลุ่มผู้สงสัยอีกด้วย

ขณะที่ทีมข่าวโมโน ได้โทรศัพท์สอบถามนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เบื้องต้นยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ จึงไม่ได้บีนทึกเสียง แต่ได้ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่เครียดและจริงจังไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายบิลลี่ พร้อมคิดว่าสาเหตุที่ตัวเองถูกกระแสพุ่งเป้าในเรื่องนี้ เพราะในการทำงานเหยียบตาปลาคนมาเยอะ ให้ไปตรวจสอบว่าตัวเองจับใครมาบ้าง จึงอาจจะถูกกลั่นแกล้ง ไม่เคยคิดว่าคนที่ปกป้องรักษาป่ามาตลอดชีวิต จะถูกตอบแทนแบบนี้

และอยากตั้งข้อสังเกตว่า จุดที่พบถังน้ำมันใต้สะพานแขวนในเขื่อนแก่งกระจาน เมื่อปี น้ำบริเวณดังกล่าวแห่ง ทำไมไม่มีคนพบถังน้ำมัน ตอนนี้ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมหากถูกกลั่นแกล้ง และภายในหนึ่งถึงสองวันก็จะเปิดแถลงข่าว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

ขณะที่นางพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี เปิดใจก่อนนสามีหายตัวไป ว่า พอละจี เคยพูดเสมอว่า ถ้าถ้าทำดีเพื่อคนอื่นแม้ว่าจะแลกด้วยชีวิตเค้าๆก็ยอม ซึ่งครั้งแรกที่ทราบข่าวสามีเสียชีวิต แม้จะทำใจไว้แล้วแต่ก็เจ็บในอกจนจุกทำอะไรไม่ถูก

และในวันนี้ดีเอสไอจะลงพื้นที่เยี่ยมภรรยาและครอบครัวของนายบิลลี่ ในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ด้วย คาดว่าน่าจะมีการลงสำรวจพื้นที่ ในการฆาตกรรมครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ปอท. แถลงจับนักศึกษาแฮกเว็บไซต์ลดราคาอาหาร

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนักศึกษาเจาะระบบแฮกข้อมูลโค้ดลดราคาสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดชื่อดัง กว่า 10 แห่ง
  • มูลค่าความเสียหายในคดีนี้มีมูลค่านับล้านบาท
  • ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้อาศัยช่องโหว่การป้องกันของเว็บไซต์

ที่ บก.ปอท. ตำรวจ ปอท. รวบแฮกเกอร์นักศึกษา 2 ราย ก่อเหตุเจาะระบบแฮกค์ข้อมูลโค้ดลดราคาสินค้าร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดชื่อดัง กว่า 10 แห่ง เอาไปขายออนไลน์ มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

พลตำรวจตรีไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. พร้อมด้วย พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม แถลงผลจับกุม นายจิรภัทร ยืนยิ่ง อายุ 20 ปี และ นายศุภวัฒน์ วีระบุรุษ อายุ 21 ปี สองนักศึกษา พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุค 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ รวม 4 เครื่อง ซึ่งหลังก่อเหตุทั้งสองคนได้ขณะหลบหนีไปกบดาน ที่บ้านพักแห่งหนึ่งอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

สืบเนื่องจากตัวแทนบริษัทเอกชนให้บริการด้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ชื่อดัง เข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายเจาะระบบ เอาข้อมูลโค้ดลดราคาสินค้าไปใช้ ก่อนที่บริษัท จะวางจำหน่าย ทำให้เว็บไซต์ Online delivery ล่มกว่า 30 นาที ส่งผลให้เกิดความเสียหายนับล้านบาท กระทั่งติดตามจับกุมตัวได้ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้อาศัยช่องโหว่การป้องกันของเว็บไซต์เข้าไปขโมยเอาโค้ดออกประกาศขายในสื่อออนไลน์ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ มากกว่า 1 พันโค้ด โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ไม่รู้จักกัน แต่เจอในกลุ่มลับ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว

เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และลักทรัพย์ หรือ รับของโจร

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โฆษก บก.ปอท.กล่าวฝากทิ้งท้ายไปถึงบรรดาประกอบการเว็บไซต์ต่างๆ ในการป้องกันว่าทำการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ และ update security ของระบบตลอดเวลา พร้อมทดสอบระบบ ก่อนเปิดให้ใช้งานจริง เก็บล็อกของระบบไว้เผื่อมีเหตุในอนาคต ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้