วราวุธลั่น! เตรียมฟ้องหมิ่นประมาทอดีตผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ

ประเด็นน่าสนใจ

  • วราวุธลั่นเตรียมฟ้องหมิ่นประมาทอดีตผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหารับเงินซื้อขายตำแหน่ง 600 ล้าน
  • ยืนยันไม่เป็นความจริง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยาน

ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย จากกรณีที่อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ออกมาให้ข่าวกล่าวหาว่า ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซื้อขายตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ เป็นเงิน 600 ล้านบาท โดยจ่ายไปแล้วครึ่งหนึ่ง 300 ล้านบาท ให้กับวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันเดียวกัน (4 ก.ย.) ที่รัฐสภา วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาร่วมประชุมสภาพร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า อดีตผู้สมัครฯ สงสัยจะว่างงานมาก เวลาที่จะพูดอะไรก็ขอให้คิดถึงความเป็นจริงว่า ข้าราชการระดับอธิบดีจะมีเงินถึง 600 ล้านบาทได้หรือไม่

ถ้าเช่นนั้นระดับปลัดกระทรวงจะมีถึงขนาดไหน ดังนั้นการที่จะพูดอะไรคงต้องใช้วิจารณญานและวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ไปรับข้อมูลจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาแล้วนำมาพูด แต่ควรจะใช้สมองให้มากกว่านี้อีกหน่อย ส่วนหลักฐานคลิปเสียงที่อ้างถึงจะมีการขอหลักฐานนั้นมาด้วยหรือไม่

โดยวราวุธกล่าวว่า “คลิปเสียงจริงๆ ก็อยากได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นคลิปเสียงใครคุยกับใคร การมีคลิปเสียงไม่ได้แปลว่าอะไรเลย ถ้าท่านมีหลักฐานอะไรก็ขอให้นำมา เพราะสิ่งที่ท่านนำมาพูด ตนจะนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องหมิ่นประมาท”

ทั้งนี้สิ่งที่อดีตผู้สมัครคนดังกล่าวพูดต้องเรียนว่าไม่มีความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว และที่น่าแปลกใจก็คือการโยกย้ายในกระทรวง ตนแต่งตั้งปลัดกระทรวง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แต่ไม่เป็นข่าวเลย กลับมาเป็นข่าวในตำแหน่งที่ตนไม่ได้แตะต้องเลย ซึ่งต้องไปถามว่าผู้ที่มาร้องเรียนมีเรื่องบาดหมางอะไรกับผู้บริหารของกรมฯ หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ การมาพาดพิงรัฐมนตรีคงต้องไปเจอกันในศาล

“เวลาที่จะพูดอะไร หัวไม่ได้มีไว้คั่นหู เขามีเอาไว้ให้คิด เวลาจะพูดอะไรผ่านสาธารณะ อยากฝากให้ผู้ร้องคิดให้ดีก่อน ผมไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น” วราวุธกล่าว

ปล่อยตัว สนธิ ลิ้มทองกุล “เข้าข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษ”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ทำการปล่อยตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล
  • สนธิเป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม
  • สนธิรับโทษมาแล้ว 3 ปี 1 เดือน กรมราชทัณฑ์แจงเข้าข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษ

พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ทำการปล่อยตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 72 ปี สนธิผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม ที่ต้องคดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และอื่นๆ

ซึ่งรับโทษมาแล้ว 3 ปี 1 เดือน ขณะที่นายสนธิ อยู่ภายในเรือนจำมีความประพฤติดี ช่วยเหลืองานของทางราชการหลายอย่าง และมีความก้าวหน้าในเรื่องการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ครบถ้วนเรียบร้อย ประกอบกับเป็นผู้ที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรครุมเร้าหลายอย่าง

ตามข้อเท็จจริงแล้วนายสนธิ น่าจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562

เนื่องจากเป็นผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเข้าข่ายจะต้องได้รับการปล่อยตัวไปตามมาตรา 6 (2)(จ) แต่มีการตีความทางกฎหมายว่านายสนธิฯ กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ตามบัญชีแนบท้าย จึงเข้าข้อยกเว้นไม่ปล่อยตัว เพียงแค่ลดโทษลงแทน

ต่อมาได้มีนักโทษชายรายหนึ่งยื่นอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการอภัยโทษ โดยโต้แย้งว่าตนเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมิใช่สถาบันการเงิน ดังนั้นจึงไม่เข้าองค์ประกอบตามที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้าย ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ยื่นเรื่องขอหารือการตีความข้อกฎหมายดังกล่าวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา

และในวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีการประชุมสามฝ่ายประกอบด้วยรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทั้งสามท่าน หัวหน้าผู้พิพากษาแผนกคดีค้ามนุษย์ หัวหน้าผู้พิพากษาแผนกคดียาเสพติด ผู้แทนอัยการสูงสุด และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผลปรากฏว่ายืนยันการตีความทางกฎหมายเป็นคุณกับผู้ร้อง คำร้องของผู้ร้องฟังขึ้น ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับกรณีของนายสนธิแล้ว เป็นข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น นายสนธิจึงเข้าข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวข้างต้น

กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า การปล่อยตัวในครั้งนี้เป็นเรื่องของความคลาดเคลื่อนในการตีความทางกฎหมายโดยแท้ ได้มีการหารือกับผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ มิได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือมีใบสั่งจากผู้ใด รวมทั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น

แนวทางการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากรัฐบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม บ้านได้รับความเสียหาย จ่ายครอบครัวไม่เกิน 3,000 บาท
  • ครอบครัวที่มีคนเสียชีวิต จ่ายให้รายละไม่เกิน 25,000 บาท

ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้รายงานความคืบหน้า หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า

นายกฯประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ และน้ำท่วม ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด ที่ จังหวัดพิษณุโลก

โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลกรายงานว่า มีพื้นที่ประสบภัยและได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 36 ตำบล 251 หมู่บ้าน 30,072 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 คน ถนนเสียหาย 81 เส้น พืชเสียหาย 119,156 ไร่ ปศุสัตว์และประมงเสียหายจำนวนมาก

แนวทางการช่วยเหลือ รัฐบาลจะจัดหาสิ่งของในการอุปโภคบริโภค เพื่อใช้ดำรงชีพเบื้องต้นให้ก่อน

กรณีที่บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง จ่ายจริงครอบครัวไม่เกิน 3,000 บาท พร้อมทั้งจ่ายค่าซ่อมแซม และวัสดุก่อสร้าง ให้กับบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย จริงหลังละไม่เกิน 33,000 บาท

นอกจากนี้ยังจะจ่ายค่าซ่อมแซม ยุ้งข้าว และคอกสัตว์ โดยจ่ายจริงครอบครัวไม่เกิน 5,000 บาท หากผู้ประสบภัย ที่เช่าบ้านของคนอื่นอยู่ หากได้รับความเสียหายทั้งหลัง หรือเสียหายบางส่วนจนอยู่ไม่ได้ จะจ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 17,000 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน

ส่วนครอบครัวที่มีคนเสียชีวิต จะจ่ายให้รายละไม่เกิน 25,000 บาท หรือหากเป็นหัวหน้าครอบครัว จะพิจารณาช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ ครอบครัวอีกไม่เกิน 25,000 บาท ไม่เพียงเท่านั้นจะทำการซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ ที่ได้รับความเสียหาย

กรณีพืชที่ปลูกตายหรือเสียหาย ให้ช่วยเหลือรายละไม่เกิน 30 เช่น ข้าว ไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ 1,148 บาท ต่อไร่ พืชสวนอื่น ๆ ไร่ละ 11,690 บาท ส่วนกรณีที่พื้นที่เพราะปลูกถูก หินดิน ทราย ไม้ทับ จนไม่สามารถเพาะปลูกได้ จะจ่ายค่าจ้างเหมาขุดลอก ขนย้าย เพื่อให้เพาะปลูกได้ ช่วยพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ ราคาไม่เกินไร่ละ 7,000 บาท

ด้านประมง เช่น กุ้งก้ามกราม ปูทะเล หอยทะเล ไร่ละ 10,920 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ สัตว์ที่เลี้ยงบ่อดินไร่ละ 4,225 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ สัตว์น้ำที่เลี้ยงกระชัง บ่อซีเมนต์ ตารางเมตรละ 315 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร

ส่วนโค กระบือ รายละไม่เกิน 2 ตัว ตัวละ 20,000 บาท สุกรรายละไม่เกิน 10 ตัว ตัวละ 3,000 บาท แพะ แกะ รายละไม่เกิน 10 ตัว ตัวละ 2,000 บาท ไก่พื้นเมือง รายละไม่เกิน 300 ตัว ตัวละ 50 บาท และไก่ไข่ ไก่ เนื้อ เป็ดไข่ เป็ดเนื้อ รายละไม่เกิน 1,000 ตัว ตัวละ 50 บาท

นายกฯยังห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม และฝากขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการเดินทาง ดูแลลูกหลานไม่ให้เล่นน้ำ ให้ระมัดระวังในการออกหาปลา ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อน พร้อมกันนี้ท่านนายก ยังได้รับทราบ การรายงานผู้เสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม จนถึงปัจจุบัน

ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่สาเหตุหลักมาจากการจมน้ำ น้ำพัดพาขณะขนย้ายสิ่งของ พลัดตกน้ำขณะออกไปหาปลา และเกิดไฟฟ้าซ็อต ท่านขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาให้ความช่วยเหลือต่อไป