พายุโซนร้อน “คาจิกิ” อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชั่น ยูเทิร์นกลับแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • พายุโซนร้อน คาจิกิ ได้อ่อนกำลังลงแล้ว กลายเป็นพายุดีเปรสชั่น
  • อยู่บริเวณเมืองสาละวัน ประเทศลาวตอนใต้ และกำลังยูเทิร์นกลับออกทะเลเวียดนาม
  • แต่ยังคงทำให้ไทยมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคอีสานและตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) “คาจิกิ” (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 กันยายน 2562)” ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 03 กันยายน 2562

เมื่อเวลา 16.00 น ของวันนี้ (3 กันยายน 2562) พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ2 (ดีเปรสชัน) “คาจิกิ” แล้ว บริเวณเมืองสาละวัน ประเทศลาวตอนใต้ หรือที่ ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และพายุนี้ได้เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามและประเทศลาวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในวันที่ 3 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

ในวันที่ 4 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนัก

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุระดับ 2 (ดีเปรสชั่น) “คาจิกิ” บริเวณเมืองสาละวัน ประเทศลาวตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.

ออมสินเตรียมวงเงินแสนล้าน จัดมาตรการบิ๊กแพค “สินเชื่อประชารัฐสร้างไทย”

ธนาคารออมสินจัดแพคเกจชุดใหญ่สินเชื่อประชารัฐสร้างไทยด้วยสินเชื่อ SMEs ประชารัฐภายใต้เงินไขพิเศษดอกเบี้ยต่ำปีค่าทำเนียมค้ำประกันสินเชื่อ 4 ปีรวม 7% และสินเชื่อเคหะประชารัฐสร้างถ่ายดอกเบี้ย 2.9% คงที่สามปีพร้อมผ่อนปรนภาระหนี้ให้กองทุนหมู่บ้านเริ่มกันยายน 2562 นี้

ดร. ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่าตามที่รัฐบาลได้กำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวธนาคารออมสินได้ดำเนินการภายใต้นโยบายประชารัฐสร้างไทยเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ

ซึ่งธนาคารได้เร่งดำเนินนโยบายดังกล่าวด้วยการจัดวงเงินสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษและดอกเบี้ยต่ำประกอบด้วยสินเชื่อเคหะประชารัฐสร้างไทยสินเชื่อ SMEs ประชารัฐและโครงการผ่อนปรนภาระหนี้กองทุนหมู่บ้านเพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่พักครัวเรือนธุรกิจจนถึงระดับท้องถิ่นโดยเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนกันยายน2562 นี้เป็นต้นไป

สำหรับสินเชื่อเคหะประชารัฐสร้างไทยคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสามปีและ3.9% ต่อปีปีที่สี่เป็นต้นไป MRR-0.5% ต่อปีโดยผู้ที่ต้องการซื้อบ้านพร้อมที่ดินธนาคารให้กู95% ของราคาประเมินคอนโดมิเนียมให้กู้ 90% ของราคาประเมินแล้วปลูกสร้างที่อยู่อาศัยให้กู้ได้ 100% ของราคาประเมินตัวบ้านกู้อายุ20 ปีขึ้นไปมีอาชีพมีรายได้แน่นอนภายใต้เงื่อนไขพิเศษคือสามารถผ่อนชำระได้สูงสุด40 ปีโดยผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้จนถึงอายุ70 ปีโดยธนาคารได้เต็มวงเงินสินเชื่อประเภทนี้ไว้ 25,000 ล้านบาท

ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีประชารัฐมีสามรูปแบบในวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาทได้แก่สินเชื่อ GSB เพื่อ SMEs คล่องตัวสินเชื่อGSB เพื่อ SMEs ยั่งยืนและสินเชื่อ GSB บัญชีเดียวโดยผู้กู้เป็นผู้ประกอบการในกลุ่ม Start up ผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่โดยสินเชื่อจีเอสปีเพื่อเอสเซ็นพีของตัวนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินการและสินเชื่อจีเอสบีพระอิสริยะเย็นเหมาะสำหรับลงทุนในทรัพย์สินถาวรซึ่งทั้งสองประเภทนี้วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท

ส่วนสินเชื่อ GSB แบบบัญชีเดียวเหมาะสำหรับนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการและลงทุนในทรัพย์สินถาวรกู้สูงสุด100 ล้านบาทโดยเงินกู้ทั้งสามประเภทคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากันคืนเงินกู้ระยะสั้นสองปีแรกอัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปีปีที่ 3-4 = 6% ต่อปีปีที่ 5 เป็นต้นไปคิดเป็น MRL/MOR + 1 %ขณะที่เงินกู้ระยะยาวสองปีและอัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปีปีที่ 3-4 = 6% ต่อปีและปีที่5-7 = MRL/MOR + 1 %

ทั้งนี้สามารถเลือกบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บศย.) เป็นผู้ค้ำประกันได้ โดยที่ บศย. ยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกันปีละ 1.75% เป็นเวลา 2 ปีและธนาคารออมสินช่วยแบ่งเบาภาระค่าทำเนียมให้อีก 2 ปีรวมยกเว้นค่าธรรมเนียมสี่ปีรวมแล้ว 7% ซึ่งจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็น SMEs แบบไหนสินเชื่อทั้งสามรูปแบบนี้ครอบคลุมผู้ประกอบการ SMEs ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นทำธุรกิจจนถึงทำธุรกิจหาดใหญ่

ขณะเดียวกันการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นธนาคารได้ออกมาตรการผ่อนปรนการชำระเงินกู้กองทุนหมู่บ้านเพื่อหวังให้กองทุนหมู่บ้านได้ลดภาระในการชำระหนี้เป็นการเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินงานเพื่อให้มีเงินหมุนเวียนให้สมาชิกกู้ยืมเพิ่มเติมได้ รวมถึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินกู้ยืมของสมาชิกรายอื่น ๆ ที่ยังกู้ยืมจากกองทุนหมู่บ้าน โดยมาจากการพักชำระหนี้เงินต้นเป็นระยะเวลาหนึ่งปีให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยพร้อมกับขยายระยะเวลาชำระหนี้อีกหนึ่งปี

โดยสามารถยื่นความจำนงได้ตั้งแต่วันที่1 ตุลาคมถึง31 ธันวาคม2562 และจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีวงเงินโครงการ29,500 ล้านบาทมีกองทุนอยู่ในข่ายที่สามารถเข้าร่วมได้ 32,387 กองทุน

ธนาคารออมสินฉันมันว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการเร่งให้ฝันเฟื่องในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับท้องถิ่นในอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจทั้งระบบเกิดการขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วในทิศทางเดียวกันสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายประชารัฐสร้างไทยได้ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

สั่งเด้ง!! อธิบดีกรมทางหลวง ลือเซ่นถนนพระราม 2 ติดหนัก

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้งข้าราชการ 7 ราย
  • มีรายงานว่าสาเหตุที่นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง ถูกย้ายในครั้งนี้ เนื่องมาปล่อยให้เกิดปัญหารถติดบริถนนพระราม 2

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง รวมจำนวน 7 ราย ดังนี้

1.นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทดแทนตำแหน่งว่างต่อเนื่อง

2.นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทดแทนตำแหน่งว่างต่อเนื่อง

3.นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทดแทนตำแหน่งเกษียณอายุราชการ

4.นายสมัย โชติสกุล รองปลัดกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวงไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทดแทนตำแหน่งเกษียณอายุราชการ

5.นายวิทยา ยาม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า ทดแทนตำแหน่งเกษียณอายุราชการ

6.นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวงไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ทดแทนตำแหน่งว่างต่อเนื่อง

7.นายสราวุธ ทรงศิริวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง ทดแทนตำแหน่งว่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้มีรายงานว่าสาเหตุที่ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง ถูกโยกย้ายให้เข้ามาเป็นรองปลัด เนื่องจากฝ่ายนโยบายไม่พอใจกรณีปล่อยให้เกิดปัญหารถติดเป็นเวลานานบริเวณถนนพระราม 2

ภาพ : กรมทางหลวง