วิปรัฐบาล ชง ครม. เคาะวันอภิปรายปมถวายสัตย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ที่ประชุมวิปรัฐบาล ส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีประชุมพิจารณากำหนดวันอภิปรายปมถวายสัตย์
  • คาดสามารถเปิดอภิปรายได้ก่อนวันที่ 18 กันยายนนี้ แต่จะเป็นการประชุมแบบลับหรือไม่นั้น อาจขึ้นอยู่กับเนื้อหาการอภิปรายและ ความต้องการของ ส.ส.

นายเทวัญ ลิปตพัลภล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมของวิปรัฐบาลเพื่อกำหนดวันการเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ปมการถวายสัตย์ปฎิญาณของนายกรัฐมนตรีไม่ครบถ้วน และการแถลงนโยบายโดยไม่บอกรายละเอียดของงบประมาณ ว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลมีข้อสรุปให้ส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาวันที่เหมาะสมในการเดินทางมาร่วมอภิปราย

คาดว่าจะอยู่ในกรอบเวลาระหว่าง 2 สัปดาห์ก่อนวันที่ 18 กันยายนที่จะเป็นช่วงปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนจะเป็นวันใด ใช้เวลาในการอภิปรายกี่วัน ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี สำหรับประเด็นการเปิดประชุมแบบเปิดเผย หรือ ประชุมลับ อาจต้องดูเนื้อหาในการอภิปราย ซึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถขอเปิดอภิปรายแบบลับได้โดยใชเสียงสนับสนุน 1 ใน 4 ของจำนวน ส.ส.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย ว่าไม่ได้รู้สึกกังวลประเด็นใดเป็นพิเศษต่อเรื่องการเปิดอภิปรายรัฐบาล เพราะสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ตามระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมาย ซึ่งในการเปิดอภิปรายทั่วไปสามารถทำได้ทั้งเพียงซักถามและเสนอแนะ โดยในส่วนของการตอบข้อซักถามต้องมีคนมาตอบข้อสงสัยซึ่งขอให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมและประสานงานกันก่อนที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรบรรจุเป็นวาระการประชุม

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะนำเรื่องเตรียมความพร้อม ทั้งการกำหนดวัน บุคคลผู้ชี้แจง เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ก่อนที่จะส่งรายละเอียดยืนยันกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง

เกาะติด! สถานการณ์น้ำท่วม 3 ก.ย.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ถนนแจ้งสนิท สายหลักภาคอีสาน จากอุบลราชธานี – ยโสธร ถูกตัดขาด เนื่องจากน้ำท่วม ให้ประชาชนใช้เส้นทางอุบลราชธานี – ค้อวัง – ยโสธรแทน
  • กอปภ.ก.เน้นย้ำมาตรการรับมือผลกระทบพายุ “คาจิกิ” สั่งการศูนย์ ปภ. เขต และจังหวัดเสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

น้ำท่วมทางหลวง – ปิดการสัญจร -แนะทางเลี่ยง

  • ทาง สวท.อุบลราชธานี รายงานว่า นายสันติพงษ์ สมศรี นายอำเภอเขื่องใน เปิดเผยว่า วันนี้ 3ก.ย.2562 อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ได้ประกาศปิดเส้นทางจราจรถนนทางหลวงหมายเลข 23 หรือถนนแจ้งสนิท บริเวณบ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เนื่องจากน้ำจำนวนมากได้เอ่อท่วมพื้นผิวจราจรในระดับที่สูง อาจจะเกิดอันตรายต่อการสัญจร และเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางหลักจาก จ.อุบลราชธานี ไปยังจ.ยโสธร และจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางจากจ.อุบลราชธานี ไปจ.ยโสธร ขอให้ใช้เส้นทาง อุบลราชธานี – ค้อวัง – ยโสธร แทน หรือใช้เส้นทาง เขื่องใน – แยกสหธาตุ – บ้านส้มป่อย – บ้านชาติ – บ้านกลางใหญ่ เข้าสู่ถนนแจ้งสนิท ไปยังจังหวัดยโสธร

ทั้งนี้ ทางอำเภอเขื่องใน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในทุกด้าน พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ปิดการสัญจร อุบลฯ – ยโสธร ถนนแจ้งสนิท 4 ช่องจราจร ทางหลวงแผ่นดิน สาย 23 บริเวณเทศบาลบ้านกอก อ.เขื่องใน
ขอบคุณข้อมูลจาก : วุฒินันท์ ,แจ้งข่าวชาวร้อยเอ็ด
  • ทางแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 ได้แจ้งน้ำท่วมทางหลวงหมายเลข 23 (แจ้งสนิท) ช่วง กม.223+500- กม.225+500 ทั้งฝั่งขาเข้ามาจาก จ.ยโสธร และฝั่งขาออกที่มาจาก จ.อุบลราชธานี

ซึ่งจุดดังกล่าวออกมาจาก อ.เขื่องใน ไปทาง จ.ยโสธร ประมาณ 15 กม. (บริเวณบ้านกอก) น้ำได้เริ่มเอ่อท่วมขึ้นเรื่อยๆ ระดับน้ำได้ท่วมสูงมากขึ้นจนรถไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่ได้ขอปิดเส้นทางไม่ให้รถผ่าน โดยจัดให้รถใช้เส้นทางเลี่ยง ตามแผนที่แผนผังที่แนบ

สั่งการศูนย์ ปภ. เขต และจังหวัดเสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

  • ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า พายุโซนร้อน “คาจิกิ” มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเว้ ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ซึ่งพายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง

โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในช่วงวันที่ 3 – 4 กันยายน 2562 ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงคลื่นสูง 2 – 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

เพื่อให้การเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กอปภ.ก โดย ปภ. ได้กำชับให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย ประกอบด้วย

พื้นที่ติดตามผลกระทบจากฝนตกหนัก แยกเป็น ภาคเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 7 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี กาญจนบุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สมุทรสงคราม นครนายก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

พื้นที่ติดตามน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง ประกอบด้วย ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ แพร่ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่าน และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี

พื้นที่ติดตามน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม ประกอบด้วย ภาคเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิจิตร ตาก เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา

พื้นที่ติดตามสถานการณ์คลื่นลมแรง แยกเป็น ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

นอกจากนี้ ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล โดยเฉพาะการห้ามเดินเรือขนาดเล็ก รวมถึงให้ผู้ควบคุมเรือตรวจสอบความพร้อมของตัวเรือ เครื่องยนต์ จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภทในช่วงที่มีคลื่นลมแรง

ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

  • กรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่ไหลจากตอนบนเพิ่มขึ้น จากอิทธิพลพายุ”โพดุล” จึงได้สั่งการ ให้สำนักงานชลประทานที่ 4 จังหวัดสุโขทัย ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง

บริเวณด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย อ.เมือง จ.สุโขทัย เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัยหากได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว อีกจำนวน 4 เครื่อง ไว้สนับสนุนการช่วยเหลือ หากมีความจำเป็นหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน

ชป.เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำเพิ่ม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย
ชป.เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำเพิ่ม ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

เพจดังค้านปิดผับตี 4 กระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ทำอาชญากรรมเพิ่ม

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพจ Drama-addict แชร์ประสบการณ์ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทในผับ
  • แนะรมว.ท่องเที่ยว ถ้าจะเดินหน้าปิดผับตี 4 ควรหาคนมาช่วยหมอ-พยาบาลด้วย
  • โพลระบุคนกว่า 43% ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้

จากกรณีที่ รมว.ว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมผลักดันมาตรการขยายเวลาการเปิดสถานบันเทิงย่านแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้ปิดสถานบันเทิงจากเวลา 02.00 น.เป็น 04.00 น.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวได้ 25 เปอร์เซ็นต์ โดยจะผลักดันในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นที่นิยมของชาวต่างชาตินั้น

ล่าสุดเพจ Drama-addict ได้โพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เนื่องจากไม่เชื่อว่าการปิดผับและสถานบันเทิงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ มีแต่จะสร้างปัญหาและทำให้เกิดมีคนบาดเจ็บล้มตายเพิ่ม

เพราะโดยปกติแล้ว หลังผับปิดตอนตี 2 มักจะเกิดเหตุการทะเลาะวิวาทกันของนักเที่ยว จนมีการหามส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยยื้อชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมอและพยาบาลต้องระดมกำลังกันออกมาช่วยเหลือสุดชีวิต ดังนั้นหากคิดจะดึงดันบังคับใช้มาตรการอยู่ ก็ควรส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลปัญหาเหล่านี้ด้วย เพื่อว่าจะได้มาช่วยกันยื้อชีวิตหากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

ทั้งนี้นอกจากเพจ Drama-addict ที่ไม่เห็นด้วยกับการปิดผับตอนตี 4 แล้ว “นิด้าโพล” ก็ได้ออกมาเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนถึงเรื่องดังกล่าวด้วยว่า ประชาชน 43.36% จากจำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง ไม่เห็นด้วยที่จะให้ปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น เพราะการเปิด สถานบันเทิง เวลา 02.00 น นั้นเหมาะสมอยู่แล้ว

เพราะไม่ดึกจนเกินไป เพื่อจะได้ไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของคนที่พักอาศัยใกล้กับสถานบันเทิง และผู้ทีประกอบอาชีพในตอนเช้า และการขยายเวลาออกไปก็ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น อาจก่อให้เกิดอาชญากรรมและอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่า ควรให้การสนับสนุนในด้านอื่นน่าจะดีกว่า

สำหรับนักการเมืองที่กำลังผลักดันให้เปิดผับบาร์ถึงตีสี่ หรืออาจถึงเช้าเลยนั้น…

โพสต์โดย Drama-addict เมื่อ วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2019