เพื่อนสนิทโพสต์เศร้า ความสัมพันธ์ ลัลลาเบล-น้องแบม ลูกสาววัย 3 ขวบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ลัลลาเบล พริตตี้สาวที่เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์เกินขนาด เสียชีวิตกะทันหันเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย.
  • มีการจับกุมนายน้ำอุ่น พริตตี้บอยที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย พร้อมตั้งข้อหา 3 กระทง
  • เพื่อนสนิทของลัลลาเบล โพสต์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างลูกสาววัย 3 ขวบ

จากกรณี น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ‘น้องลัลลาเบล’ พริตตี้สาวชื่อดังวัย 25 ปี ได้เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาในวันนี้ (25 กันยายน 2562) ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตรหรือ ‘น้ำอุ่น’ พริตตี้บอย ที่พา ‘น้องลัลลาเบล’ขึ้นคอนโด ย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ และพบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัดว่า เจ้าตัวเป็นคนนำร่างของผู้ตายไปไว้ที่โซฟาล็อบบี้ของคอนโด โดยมีการตั้งข้อหาทั้งหมด 3 คดีด้วยกัน

เป็นที่ทราบกันดีว่า พริตตี้สาวลัลลาเบลนั้น มีลูกสาววัย 3 ขวบอยู่ 1 คน โดยหลังจากที่เธอเสียชีวิตนั้น มีหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าหลังจากนี้ ใครจะเป็นผู้เลี้ยงดูลูกสาวของเธอต่อไป

ทั้งนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ffonee Ame ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของลัลลาเบล ได้ออกมาโพสต์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างลัลลาเบล และน้องแบม ลูกสาววัย 3 ขวบ ถึงเหตุการณ์วันหนึ่งที่พริตตี้สาวทำหน้าที่ไปส่งลูกที่โรงเรียนด้วยตัวเอง โดยระบุว่า ลัลลาเบลเคยพูดถึงสาเหตุที่ต้องส่งลูกสาวไปเรียนในโรงเรียนที่มีค่าเทอนแพง เพราะอยากให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ

นอกจากนี้โรงเรียนของน้องแบม ก็เป็นโรงเรียนในฝันของลัลลาเบลตอนเด็ก ซึ่งเธออยากให้ลูกเรียนที่โรงเรียนนี้จนถึงชั้น ม.6 ทั้งที่โรงเรียนนี้มีค่าเทอมที่แพงมาก

โดยเจ้าของโพสต์ระบุด้วยว่า ถึงลัลลาเบลจะไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงลูก เล่นกับลูก สอนการบ้าน เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน แต่เจ้าตัวสนใจและใส่ใจลูกมาก ทุกอาทิตย์ลัลลาเบลจะพาน้องแบมไปเล่นของเล่นที่ห้าง พาไปเที่ยว ไปเปิดหูเปิดตาตลอด ลูกอยากได้อะไรก็ซื้อให้ลูกได้เสมอตามสมควร

แล้วทีนี้เบลไม่อยู่แล้ว แบมก็ต้องเรียนต่อไป เอาเท่าที่ไหว กูก็สงสารหลาน วัยกำลังเรียนรู้ กำลังจำ เวลาที่แบมพูดภาษาอังกฤษเป็นคำๆได้ เบลมันภูมิใจนะ มันยิ้มมีความสุข ไม่เสียแรงที่ส่งเรียน ตั้งใจทำงานเหน็ดเหนื่อย ความฝันของคนเป็นแม่ จะมีอะไร.. นอกจากคอยมองดูอนาคตลูกตัวเอง ดูลูกตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรรคเศรษฐกิจใหม่ ดำเนินคดีกับลูกพรรค ที่เข้าแจ้งความไปก่อนหน้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรรคเศรษฐกิจใหม่ร้องกองปราบฯ ดำเนินคดีกับลูกพรรคที่เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา
  • ชี้แจงหลังถูกอ้างเป็นนายทุนพรรคหลอกใช้ให้สำรองจ่ายเงินหาเสียงเลือกตั้ง

ดร.มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ พร้อมด้วยเลขาธิการพรรคและกรรมการบริหารพรรคฯ เดินทางเข้าพบพ.ต.ท. ภิรมย์ เมืองไสย สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นทนายความของพรรค ที่เคยมาแจ้งความกับกองปราบ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562

โดย ดร.มนูญ เปิดเผยว่า วันนี้เรามาชี้แจงข้อเท็จจริงและแจ้งความดำเนินคดีเรื่องที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า เกิดอะไรขึ้นที่ผ่านมา เราไม่เคยตอบโต้ทางกลุ่มบุคคลดังกล่าว

แต่ที่ผ่านมายังมีการดำเนินการที่เกินเลยมาตลอด ซึ่งเราอยากให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ถูกต้อง ซึ่งเราก็เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ตำรวจกองปราบทราบใน 2 ประเด็น

โดยประเด็นแรกเรื่องที่พรรคไปสัญญากับผู้สมัครว่าจะให้เงินคนละ 1.5 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายแล้วทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย แล้วทางพรรคไม่เคยสัญญา ฉะนั้น ยังมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไปสร้างความเข้าใจที่ผิด ๆ ให้กับสมาชิกพรรคว่า สมัครแล้วได้เงิน 1.5 ล้าน ตรงนี้ไม่ใช่ อยากให้ผู้สมัครทุกคนเข้าใจว่า 1.5 ล้าน คือเงินสูงสุดที่เขาสามารถใช้ได้ในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่เงินที่พรรคจะต้องไปสนับสนุน ทางพรรคดำเนินการทุกอย่างที่ถูกต้องตามกฎหมาย อะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเราก็ไม่ทำ

อีกประเด็นเป็นเรื่องที่มีกลุ่มบุคคลไปร้อง กกต. ว่ามีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคโดยไม่ถูกต้อง วานนี้ทางพรรคได้ทำหนังสือชี้แจงไปที่ กกต. เรียบร้อยแล้ว ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ซึ่งตอนนี้เรื่องอยู่ที่ กกต. ซึ่งเราก็เคารพในการตัดสินของ กกต. ก็ขอยืนยันว่าเราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน

คมนาคม เตรียมออกกฎ ควบคุมบิ๊กไบค์ จำกัดความเร็ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 74% มาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์
  • ไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก
  • กระทรวงคมนาคม เล็งออกกฎควบคุมบิ๊กไบค์ จำกัดความเร็ว – เพิ่มโทษ

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ว่า ตามนโยบายของนายศักดิ์สยามชิดชอบ รมว.คมนาคมได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาและออกมาตรการความปลอดภัย เพื่อลดสถิติอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตจากการขับขี่จักรยานยนต์

เนื่องจากผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 74% มาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ ประกอบกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แสดงความกังวลว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะทำงานเร่งสรุปผลแนวทางดำเนินการภายใน 30 วัน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อไป ซึ่งบางมาตรการสามารถออกมาบังคับใช้ได้ภายในปี 2562 ผ่านทางประกาศกระทรวงคมนาคม บางเรื่องต้องใช้เวลาดำเนินงานผ่านการแก้กฎหมายขนส่งและจราจรของประเทศโดย

เบื้องต้น จะตั้งคณะกรรมการย่อยขึ้นมา 3 ชุด ได้แก่ คณะทำงานด้านยานพาหนะ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดทำมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์

สำหรับเริ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เข้มงวดและเพิ่มโทษของผู้ขับขี่จักรยานยนต์ เริ่มจากการนำระบบตัดแต้มมาใช้กับรถจักรยานยนต์ พร้อม ใช้กล้องจับผิดพฤติกรรมการขับขี่รถขนาดเล็กและเชื่อมระบบใบสั่งกับใบขับขี่ ใครไม่จ่ายห้ามต่อภาษีประจำปี เป็นต้น

ขณะที่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) จะมีการออกกฎหมายห้ามวิ่งแทรกในช่องจราจรเหมือนมอเตอร์ไซด์ขนาดเล็ก ซึ่งบิ๊กไบค์ต้องจอดรอรถติดเข้าแถวเหมือนรถยนต์ โดยจะมีระบบกล้องจับผิดพฤติกรรมเพื่อลงโทษ นอกจากนี้จะพิจารณาควบคุมความเร็วบิ๊กไบค์ ห้ามขับเกิน 80 กม./ชม. ในเขตเมืองและชุมชน

ส่วนการแก้ไขใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์ โดยจะมีการแก้กฎหมายเพื่อแยกประเภทใบขับขี่จักรยานยนต์แบ่งเป็นขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หลังจากนี้จะลงรายละเอียดขนาดของเครื่องยนต์ตามใบขับขี่ เช่น รถขนาดเล็กไม่เกิน 100 cc และรถบิ๊กไบค์ตั้งแต่ 300-400 cc ขึ้นไป

นายจิรุตม์ กล่าวว่า จะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการสอบภาคปฏิบัติเพื่อออกใบขับขี่ โดยเฉพาะบิ๊กไบค์ที่ต้องจัดทำสนามสอบภาคปฏิบัติใหม่ ควบคู่ไปกับการนำระบบจำลองสถานการณ์จริง มาใช้ร่วมกับบททดสอบภาคปฏิบัติ

เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ใช้การทดสอบระดับนี้ในการวัดจิตสำนึกความปลอดภัย (Safety Mindset) มาเป็นหนึ่งในเกณฑ์ให้คะแนนผู้ขับขี่ด้วย เหตุการณ์จำลองเสมือนจริง เช่น การขับบนสภาพฝนตกถนนลื่น สถานการณ์มีรถหรือวัตถุพุ่งตัดหน้า สถานการณ์กลับรถและสถานการณ์คับขันเมื่อรถกำลังจะชน เป็นต้น