เสริมแกร่ง!! สหรัฐฯขายเฮลิคอปเตอร์โจมตีให้กองทัพบกไทย 8 ลำ 1.2 หมื่นล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สหรัฐได้อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตีและลาดตระเวนเบาแบบ AH-6i จำนวน 8 ลำใ ห้กับกองทัพบกไทย
  • มูลค่าโครงการราว 400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 1.2 หมื่นล้านบาท
  • พร้อมอาวุธ อะไหล่ และการสนับสนุนอื่นๆ

สำนักงานเพื่อความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงหรือ Defense Security Cooperation Agency (DSCA) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้แจ้งต่อสภาคองเกรสว่ารัฐบาลสหรัฐได้อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตีและลาดตระเวนเบาแบบ AH-6i จำนวน 8 ลำ พร้อมอาวุธ อะไหล่ และการสนับสนุนอื่นๆ ให้กับกองทัพบกไทยในมูลค่าโครงการราว 400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 1.2 หมื่นล้านบาท

โดย DSCA กล่าวว่า การขายนี้จะช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์​ความมั่นคงของสหรัฐในฐานะที่ไทยเป็นพันธมิตร​ทางยุทธศาสตร์​ในเอเชียแปซิฟิก AH-6i จะถูกนำไปทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ AH-1F Cobra จำนวน 7 ลำที่จะปลดประจำการในระยะเวลาอันใกล้นี้ และจะทำให้กองทัพบกไทยมีขีดความสามารถในการโจมตีเบาเพื่อการป้องกันประเทศและขัดขวางภัยคุกคามในภูมิภาค และในฐานะส่วนหนึ่งการปรับปรุงและพัฒนากองทัพในภาพรวม เฮลิคอปเตอร์โจมตีเบา AH-6i จะปฏิบัติภารกิจการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดให้กับหน่วยรบพิเศษ ทหารราบที่ปฏิบัติงานกับยานเกราะ Stryker และหน่วยลาดตระเวนชายแดน

ศักยภาพเฮลิคอปเตอร์ AH-6i

โดยการขายประกอบไปด้วย เฮลิคอปเตอร์โจมตีและลาดตระเวนเบาแบบ AH-6i จำนวน 8 ลำ จรวดนำวิถีโจมตีภาคพื้นดิน AGM-114R Hellfire จำนวน 50 นัด จรวดนำวิถีขนาด 2.75 นิ้ว แบบ Advance Precision Kill Weapon System (APKWS) จำนวน 200 นัด จรวดไม่นำวิถีขนาด 2.75 นิ้วแบบ Hydra 70 จำนวน 500 นัด ปืนกลหกลำกล้องยิงกระสุนขนาด 7.62 แบบ M134 Minigun จำนวน 10 กระบอก แท่นยิงจรวด M260 10 ชุด แท่นยิงจรวด Hellfire แบบ M299 จำนวน 10 ชุด ปืนกลขนาด .50 นิ้วแบบ GAU-19/B จำนวน 4 กระบอก

สำหรับระบบ Avionic ของอากาศยานประกอบไปด้วยเรดาร์วัดความสูงแบบ AN/APN-209 จำนวน 10 ชุด ระบบแจ้งเตือนเรดาร์แบบ AN/APR-39(V)(4) จำนวน 8 ชุด แว่นมองกลางคืนแบบ AN/AVS-6 จำนวน 20 ชุด กล้องตรวจการณ์ของ L3 WESCAM แบบ MX-10Di จำนวน 8 ชุด ระบบพิสูจน์ฝ่าย AN/APX-123 จำนวน 10 ชุด ระบบวิทยุ Harris AN/ARC-201E-VHF-FM จำนวน 10 ชุด ระบบวิทยุภาคอากาศ Raytheon AN/ARC-231 Skyfire จำนวน 10 ชุด ระบบนำร่อง INS/GPS แบบ LN-251 จำนวน 10 ชุด และระบบช่วยฝึกต่าง ๆ

สำหรับเฮลิคอปเตอร์โจมตีและลาดตระเวนเบา AH-6i พัฒนามาจาก AH-6 Little Bird รุ่นโจมตีและ MH-6 Little Bird รุ่นปฏิบัติการพิเศษที่ใช้งานในกองทัพบกสหรัฐ มีบทบาทในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยรบพิเศษของสหรัฐ และคุ้นตากันดีในฐานะเฮลิคอปเตอร์ที่มีส่วนในการปฏิบัติภารกิจในโซมาเลียที่นำเสนอในภาพยนต์เรื่อง Black Hawk Down โดย A/MH-6M มีใช้งานในกองทัพบกสหรัฐ กองทัพบกมาเลเซีย กองทัพบกเกาหลีใต้ ส่วน AH-6i และ AH-6S รุ่นที่พัฒนาขีดความสามารถนั้นมีใช้งานในกองทัพอากาศจอร์แดนและหน่วยป้องกันประเทศของซาอุดิอารเบีย และล่าสุดคือกองทัพบกไทย/TAF

องค์กรผู้หญิงชี้ทุกอาชีพต้องได้รับเกียรติ ไม่มีใครมีสิทธิล่วงละเมิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • สสส. ร่วมกับ ศวส.จัดเสวนาเรื่อง “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับพฤติกรรมดื่มหนักดื่มเร็ว และการคุกคามทางเพศ”
  • การเสวนาครั้งนี้มีการถอดบทเรียนจากกรณีการเสียชีวิตของพริตตี้สาวที่เป็นคดีดังในขณะนี้
  • องค์กรผู้หญิงชี้ทุกอาชีพต้องได้รับเกียรติ ไม่มีใครมีสิทธิล่วงละเมิด

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิธีรนารถ กาญจนอักษร มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงทางสังคม จัดเวทีเสวนา “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับพฤติกรรมดื่มหนักดื่มเร็ว และการคุกคามทางเพศ” โดยถอดบทเรียนจากกรณีการเสียชีวิตของพริตตี้สาว พบข้อมูลการดื่มหนัก ดื่มเร็ว ที่อาจมีการจูงใจบังคับดื่มหรือแข่งดื่ม ทั้งนี้ภายในงานมีกิจกรรมตัวแทนเครือข่ายเยาวชนและผู้เข้าร่วม ช่วยกันพับนกกระดาษ อ่านบทกวี และยืนสงบนิ่งเป็นการให้เกียรติและไว้อาลัยผู้วายชนม์

นางสาวเอ (นามสมมติ) อดีตสาวเชียร์เบียร์ที่คลุกคลีกับวงการพริตตี้สายเอ็น กล่าวว่าจากที่ได้เข้าไปสัมผัสโดยตรงและคนรอบข้าง พบว่าวงการนี้มีความเสี่ยงและผลประโยชน์อย่างมาก เป็นอาชีพที่ทำเงินได้ง่าย แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกลวนลามคุกคามทางเพศ แม้ปัจจุบันตัวเองจะห่างจากอาชีพนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่พอทราบจากน้องๆว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะโดน แน่นอนมีบางคนยินยอมพร้อมใจไปจบกันบนเตียง แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดจะเป็นอย่างนั้น ไม่อยากให้สังคมมองคนทำอาชีพนี้แบบเหมารวม พวกเขาก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ในทุกๆอาชีพรวมทั้งพวกน้องๆเหล่านี้ก็ไม่ควรมีใครถูกล่วงละเมิด ถูกมอมเหล้า มอมยาเพื่อบังคับข่มขืนทั้งร่างกายและจิตใจ ส่วนตัวเชื่อว่ามีจำนวนมากเลยที่ถูกล่วงละเมิด ไปจนถึงถูกข่มขืนแต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาบอกความจริง และก็นึกไม่ออกว่าใครจะช่วยได้ จึงทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดภาวะย่ามใจและกระทำซ้ำกับคนอื่นอีก กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น

นางสาวนัยนา สุภาพึ่ง ผอ.มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร กล่าวว่า สังคมไทยยังมีมายาคติเกี่ยวกับการดื่มที่แตกต่างกันระหว่างเพศ เช่น เมื่อผู้ชายเมาทำร้ายร่างกายภรรยา คนในสังคมจะมองว่าเพราะเขาเมาเลยทำให้ขาดสติ แต่ในทางกลับกันอย่างคดีของลัลลาเบล สังคมจะมองว่าก็ทำอาชีพแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้แล้วใครก็สามารถล่วงละเมิดทางเพศได้ หรืออาจจะมองไปว่าเป็นความผิดของผู้หญิงที่พาตัวเองไปในที่แบบนั้น ซึ่งความคิดเหล่านี้มันเป็นความคิดในเชิงอำนาจที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน ผู้ชายสามารถดื่มเหล้าได้เวลาทำผิดจะมีข้ออ้างว่าขาดสติไม่ตั้งใจกระทำรุนแรง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงดื่มจนเมาจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี การถูกละเมิดทางเพศก็เป็นเพราะตนเองเป็นสาเหตุกระตุ้นให้ผู้กระทำละเมิดทางเพศ แม้แต่กฎหมายเองยังไม่ให้ความยุติธรรมกับผู้หญิงเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง

“เราต้องกลับมาตั้ง คำถามว่า จะลบมายาคติที่มองผู้หญิงที่ดื่มว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี และผู้ชายทำอะไรก็ได้ในร่างกายของผู้หญิง ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรหรือแม้แต่งานบริการทางเพศ ถ้าไม่ใช่ในเวลาทำงานของเขาผู้ชายก็ไม่มีสิทธิ์จะล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงได้ ”

“สำหรับคดีการเสียชีวิตของลัลลาเบล มีนัยยะที่สำคัญต่อสังคมรวมทั้งโลกโซเซียล ต่างเรียกร้องให้หาความจริง ทำให้เราต้องลุกขึ้นมาว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องลบมายาคติของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันระหว่างหญิงและชาย ดังนั้นผู้บริหารหรือผู้ที่มีอำนาจในบ้านเมืองจะต้องเข้ามาจัดการ ออกกฎหมายคุ้มครองทุกอาชีพ เพื่อให้ผู้หญิงที่มีอาชีพต่างๆ เช่น พริตตี้ ได้มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต นอกจากจะให้ภาครัฐเขามาดูแลแล้ว ผู้ประกอบอาชีพอย่างพริตตี้ควรจะมีพื้นที่และเครือข่ายเพื่อสร้างอำนาจในการต่อรอง เหมือนกับสหภาพแรงงานต่างๆ และในส่วนของครอบครัว ควรสั่งสอนลูกหลานที่เป็นผู้ชายว่าคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำร้ายร่างกายใคร ไม่มีสิทธิที่จะล่วงละเมิดใคร ไม่ว่าเขาจะแต่งตัวอย่างไรหรือทำอาชีพอะไร การให้เกียรติเคารพในเนื้อตัวร่างกายคนอื่นเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์” นางสาวนัยนา กล่าว

นายแพทย์ธีรยุทธ รุ่งนิรันดร ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเสี่ยงต่อการเกิดแอลกอฮอล์เป็นพิษ หากดื่มเกินปริมาณส่งผลต่อประสาท การเคลื่อนไหว เสี่ยงต่อการหยุดหายใจ ซึ่งหากพบเห็นใครที่มีอาการเหล่านี้ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ช่วยเหลือเบื้องต้นได้โดยการจัดท่านอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลัก รักษาระดับศีรษะและคอให้เท่าๆกัน ค่อยๆพลิกตัวให้นอนหงาย เรียกชื่อดังๆ ให้ลืมตากว้าง ลองจิ้มที่ตัวเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนอง มองที่อกหรือท้องเพื่อดูจังหวะการหายใจ หายใจช้าลงหรือติดขัด ร่างกายไม่ตอบสนองให้ทำซีพีอาร์ แล้วเรียกรถพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ซึ่งการใช้แอลกอฮอล์ร่วมกับสารเสพติด จะส่งผลให้เกิดอาการเมาหมดสติและเสียชีวิตได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะสารเสพติดในกลุ่มยานอนหลับ

นายแพทย์พงศ์ธร ชาติพิทักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า รูปแบบการดื่มในปัจจุบันค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก หากเป็นลักษณะจัดแข่งขันดื่มกันเองที่บ้าน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ไม่สามารถเอาผิดได้ แต่หากเป็นการดื่มในร้าน มีการเชียร์ให้ดื่ม แข่งดื่ม จัดโปรโมชั่น ส่งเสริมการขาย อันนี้ ผิดมาตรา30 และ มาตรา32 แน่นอน ส่วนกรณีนี้มีโทษทางอาญาร่วมด้วย เพราะทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

“ตัวกฎหมายเน้นเอาผิดการขาย มากกว่าเอาผิดการดื่ม ซึ่งไม่ควบคุมในเรื่องปริมาณการดื่ม แต่จะกำหนดช่วงเวลาการขายสุรา และกำหนดเพียงบางสถานที่ห้ามขายเท่านั้น เช่น วัดโรงเรียน หน่วยงานราชการ ดังนั้นจึงต้องออกอนุบัญญัติเพิ่มเติม เบื้องต้นจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทวงสาธารณะสุขเป็นประธาน เพื่อเสนอให้มีการปรับเพิ่มอนุบัญญัติให้สอดรับกับสถานการณ์การดื่มที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้อยากฝากเตือนว่า การแข่งกันดื่มสุรา บังคับดื่ม ดื่มหนักดื่มให้หมดในเวลารวดเร็ว มันไม่คุ้มที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง”นายแพทย์พงศ์ธร กล่าว

ผบช.น. เผย ‘น้ำอุ่น’ ให้การปฏิเสธไม่รู้ ‘ลัลลาเบล’ เสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผบช.น. เผย ‘น้ำอุ่น’ ให้การปฏิเสธไม่รู้ ‘ลัลลาเบล’ เสียชีวิต -ไม่ได้เจตนาทำให้เสียชีวิต
  • พร้อมสั่งขยายผล บ้านจัดปาร์ตี้ หากกฎหมายถึงดำเนินคดีทั้งหมด
  • เตรียมนำตัวไปชี้จุดตามคำให้การของข้อเท็จจริงที่ปรากฎ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 พล.ต.ต. สัมฤทธิ์ ตงเต๊า แถลงหลังการเข้าสอบปากคำ น้ำอุ่น ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ ลัลบาเบล ภายหลังแจ้งข้อกล่าวหา ใน 3 ข้อหา คือ หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย/,พาไปเพื่อกระทำอนาจาร /และกระทำอนาจาร

โดยน้ำอุ่น ให้การภาคเสธ และยอมรับว่า เป็นบุคคลที่ปรากฎในคลิปวีดีโอ และไม่มีเจตนาที่จะทำให้ลัลลาเบลถึงแก่ความตาย และไม่ทราบว่าจะทำให้เบลถึงกับเสียชีวิต เพียงทราบแค่ว่าเมาและหมดสติ ทั้งนี้น้ำอุ่นให้การว่า มาทราบว่าลัลลาเบล เสียชีวิตจากญาติของลัลลาเบลที่ไปแจ้ง และไม่ทราบว่าการนำตัวลัลลาเบลไปคอนโดเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว

ส่วนข้อหากระทำการอนาจาร และพาไปเพื่อกระทำการอนาจารนั้น พยานหลักฐานชัดเจนว่า ลัลลาเบลไม่ได้เต็ใทใจที่จะไปด้วย แม้น้ำอุ่นจำให้การว่า ตกลงกันมาแล้วก็ตาม รวมถึงพฤติการณ์ของน้ำอุ่นที่ลากลัลลาเบล ในคอนโด และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับลัลลเบลขณะอยู่ภายในคอนโดก็นำไปสู่ข้อกล่าวหานี้

ผบช.น.มั่นใจพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด ‘น้ำอุ่น’ ได้

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มั่นใจว่า พยานหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด กับการกระทำความผิดของน้ำอุ่น ตามข้อกล่าวหาทั้ง3ข้อกล่าวหา และหลังจากนี้ จะมีการสืบสวนขยายผลบุคคบที่เกี่ยวข้องในบ้านจัดงานปาร์ตี้ย่านบางบัวทองซึ่งหากมีข้อกฎหมายใดเกี่ยวพันไปถึงผู้ที่รวมอยู่ในบ้านด้วยนั้น ว่ามีลักษณะของการกระทำความผิด ก็ตั้งดำเนินคดี

อย่างไรก็ตามต้องขอเวลาให้ชุดสืบสวนสอบสวนของตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค1 ได้ดำเนินการให้ชัดเจนก่อน แต่มีโอกาสแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนจะเข้าข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่นั้น ก็อยู่ในระหว่างดำเนินการเช่นกัน ส่วนเวลาการเสียชีวิตที่ชัดเจนนั้น ขอฟังการสอบปากคำแพทย์อีกครั้ง ถ้าทราบเวลาที่ระบุชัด จะทำให้ทราบสถานที่ว่าลัลลาเบลเสียชีวิตที่ใด

ขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ฝากขังภายในวันพรุ่งนี้

หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ฝากขังภายในวันพรุ่งนี้ เวลา 16.00น. ส่วนจะคัดค้านการประกันตัวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวน

โดยช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวน้ำอุ่นไปชี้จุดตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎ และตามคำให้การของน้ำอุ่นด้วยหรือไม่ที่บริเวณบ้านปาร์ตี้ย่านบางบัวทองและคอนโด ทั้งการนั่งดื่ม การจอดรถ การขึ้นรถ การอุ้ม การพานอนท่าไหนยังไง