ในหลวงโปรดเกล้าฯ เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ เป็นผู้แทนพระองค์ตรวจเยี่ยมจิตอาสา ปทุมธานี

ประเด็นน่าสนใจ

  • การนี้เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ เยี่ยมชมนิทรรศการเรื่องการกําจัดวัชพืชในพื้นที่ และการใช้จุลินทรีย์ชีวภาพ บําบัดน้ำเสีย
  • จากนั้นลงเรือท้องแบนของกรมป้องกันภัย จัดเก็บผักตบชวาด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปตรวจเยี่ยมและร่วมกิจกรรมจิตอาสา ที่คลองบ้านใหม่ ต.หลักหก อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี

โดยมีผู้ราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมคณะกรรมการฯและประชาชนจิตอาสา ให้การต้อนรับ

การนี้เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เดินทางไปยังศาลาเอนกประสงค์ชุมชนเปรมประชากร เยี่ยมชมนิทรรศการเรื่องการกําจัดวัชพืชในพื้นที่ และการใช้จุลินทรีย์ชีวภาพ บําบัดน้ำเสีย โดยผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. เป็นผู้บรรยาย

จากนั้นเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ลงเรือท้องแบนของกรมป้องกันภัย จัดเก็บผักตบชวาในคลองเปรมประชากร และคลองบ้านใหม่

โดยล่องเรือไปทางทิศเหนือ ชมการสาธิตการทํางานของเรือกําจัดผักตบชวา ของกรมชลประทาน และสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และการขนส่งวัชพืชจากเรือเก็บผักตบชวาขึ้นบนฝั่ง

จากนั้นร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่ เพื่อเก็บผักตบชวา แล้วล่องเรือลงมาทางทิศใต้คลองบ้านใหม่ดูการสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก และดูการวางแพลูกบวบป้องกันขยะเข้าใต้ถุนบ้านของราษฎร

เสร็จแล้วขึ้นจากเรือ เยี่ยมชมโรงครัวพระราชทาน และการรับประทานอาหารของจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. สมควรแก่เวลาเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เดินทางกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ศาลออกหมายจับ น้ำอุ่น รัชเดช คดี ลัลลาเบล เสียชีวิตแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • โดยตั้งข้อหา 3 ข้อหา คือ หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, พาไปเพื่อกระทำอนาจาร และกระทำอนาจาร
  • ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการพิจารณาคุมตัวมาดำเนินคดีแต่ไม่ชัดว่าจะเป็นคืนนี้ หรือพรุ่งนี้
  • น้ำอุ่น รัชเดช ยังเก็บตัวเงียบอยู่ในคอนโด

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ได้รวบรวมหลักฐาน ยื่นต่อ ศาลอาญาธนบุรี เพื่อขอหมายจับ นายรัชเดช หรือ น้ำอุ่น แล้วในคดีที่ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลัลลาเบล พริ๊ตตี้สาวเสียชีวิต

จากการรับงานไปเอนเตอร์เทนให้กับผู้ร่วมงานปาร์ตี้แห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง หลังจาก น้ำอุ่นเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย เพราะเป็นคนนำร่างของผู้ตายกลับจากงานดังกล่าว

โดยการขอหมายจับครั้งนี้ ศาลได้พิจารณาออกหมายจับ 3 ข้อหาคือ

1.หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
2.พาไปเพื่อกระทำอนาจาร
3.กระทำอนาจาร

ซึ่งหลังหมายจับดังกล่าวได้รับการอนุมัติทางชุดสืบสวนสอบสวน อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อจะจับกุมตัว น้ำอุ่น มาดำเนินคดี ขณะที่ตัว “น้ำอุ่น” ยังอยู่ที่คอนโด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเฝ้าประกบ

คาดว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อจะเข้าจับกุมตัวน้ำอุ่นมาดำเนินคดีในช่วงที่เหมาะสมต่อไป

ครม. เห็นชอบให้ มหาดไทย เบิกงบกลาง 559 ล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • งบประมาณจำนวนนี้นำไปเป็นค่าใช้จ่าย อส. และค่าตอบแทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
  • ยืนยันการเบิกงบครั้งนี้ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการเป็นสำคัญ
  • ยืดเวลาเบิกงบโครงการมารดาประชารัฐ หลังประชาชนเข้าร่วมน้อย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ว่า การประชุมในวันนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 559,043,800 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร ภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ ประกอบด้วย

ค่าตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ จำนวนเกือบ 400 ล้านบาท

  1. ค่าตอบแทนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 120,000,000 บาท
  2. ค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่พิเศษ จำนวน 46,060,800 บาท
  3. ค่าตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ จำนวน 392,983,000 บาท

ทั้งนี้ ขอให้กรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ ครม.หนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องและมาตรฐานของทางราชการให้ครบถ้วน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการเป็นสำคัญ

หากมีงบประมาณเหลือจ่ายจากการดำเนินการที่บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ขอให้นำส่งคืน สำนักงบประมาณ ในโอกาสแรกด้วย ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

ปชช. ใช้สิทธิน้อย! ครม.ยืดเวลาเบิกงบ “ โครงการมารดาประชารัฐ “

นอกจากนี้ น.ส.รัชดา ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ที่ประชุมยังได้มีมติให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน เบิกจ่ายงบประมาณ ปี 2561

โดยใช้งบกลางที่กระทรวงการคลังอนุมัติให้ขยายระยะเวลาเบิกจ่ายงบประมาณในวันทำการสุดท้ายของเดือนกันยายน 2562 จำนวน1,806,738,300 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการเด็กและเยาวชน ได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัย หรือโครงการมารดาประชารัฐ

ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายในงบรายจ่ายอื่น ซึ่งเป็นลักษณะเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่จะได้รับเงินต่อเนื่อง 5 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2562 เฉพาะผู้มีสิทธิ์และมีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน จำนวน 863,803 คน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกลุ่มเด็กที่มีสิทธิ แต่ยังไม่มาลงทะเบียนรับสิทธิในโครงการ มีจำนวนทั้งสิ้น 589,693 คน เป็นจำนวนเงิน 4,563,764,000 บาท จึงขอให้กลุ่มเด็กที่ได้รับสิทธิใหม่ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558

ที่มีคุณสมบัติและยังไม่ได้เคยรับสิทธิ ให้เร่งมาลงทะเบียน แม้อาจจะมองว่าเป็นเงินส่วนน้อย เพียงเดือนละ 600 บาท แต่ได้รับสิทธิไปจนถึงอายุ 6 ปี